โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สุขภาพแย่ เพราะ 'ฉี่บ่อย' ระวังภัยเงียบ สัญญาณเตือน 'โรคซ้อนเร้น'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 08.42 น.

ปัสสาวะบ่อย (Frequent Urination) ยิ่งในตอนกลางคืน เป็นอะไรที่หลายคนรำคาญใจ และรู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นไปปัสสาวะ แต่นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาเดียว เพราะการปัสสาวะบ่อยๆ อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนถึงโรคอันตรายต่าง ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่

โดยเฉพาะอาการปัสสาวะบ่อยร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจได้ไม่น้อย แต่ก่อนอื่นจะต้องทราบก่อนว่าปัสสาวะแบบไหนเรียกว่าบ่อย และแบบไหนที่ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

ปกติปัสสาวะของผู้ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพจะมีปริมาณอยู่ที่ 250-500 ซีซีต่อครั้ง และภายใน 24 ชั่วโมงอาจปัสสาวะประมาณ 5-6 ครั้งต่อวัน หรือมากสุดน้อยกว่า 8 ครั้งต่อวันโดยไม่มีอาการปวดปัสสาวะหลังนอนหลับไปแล้ว แต่หากมีการปัสสาวะจำนวนครั้งมากกว่าที่กล่าวถึง อาจแสดงถึงภาวะปัสสาวะบ่อย (Frequent Urination) ได้

ทั้งนี้ หากการปัสสาวะบ่อยนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะทั้ง ๆ ที่นอนหลับไปแล้วมากกว่า 2 ครั้งเป็นต้นไปจนรบกวนการนอนหลับ จะนับว่าเป็นอาการฉี่กลางคืน (Nocturia) ซึ่งอาจนับว่าเป็นความผิดปกติที่ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เช็ก! 'สีปัสสาวะ' บ่งบอกโรค- สุขภาพได้

ยังไม่ปวด อย่าฉี่ไปก่อน เสี่ยงกระเพาะปัสสาวะพังไม่รู้ตัว!

ปัสสาวะบ่อยเกิดจากอะไรได้บ้าง

ปัสสาวะบ่อยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุปัจจัย ซึ่งอาจเป็นเพียงปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยร่วมกันก็ได้ ดังนี้

  • การดื่มน้ำหรือของเหลวในปริมาณมากกว่าปกติ
  • การได้รับสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการปัสสาวะ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ การรับประทานยาขับปัสสาวะ
  • รับประทานผัก ผลไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำเยอะ เช่น แตงโม แคนตาลูป สาลี่ ชมพู่ แตงกวา และมะเขือเทศ เป็นต้น
  • สภาพแวดล้อม เช่น การอยู่ในที่อากาศเย็นเกินไป
  • ความเครียดและสภาพจิตใจที่ผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ที่อาจไปกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อย
  • โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ ที่อาจกระตุ้นให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวเกิน
  • โรคที่ส่งผลกระทบต่อความจุของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะจุน้ำปัสสาวะน้อยลง และปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • โรคเรื้อรังที่มีผลต่อปริมาณน้ำปัสสาวะที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ
  • ใช้ยารักษาโรคประจำตัว ได้แก่ ยาขับปัสสาวะ กับ ยาโรคเบาหวาน
  • ตั้งครรภ์ มดลูกของผู้หญิงมีครรภ์จะขยายใหญ่จนไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์รวมทั้งคาเฟอีน

อาการปัสสาวะบ่อยแบบไหนที่ต้องพบแพทย์

  • ปัสสาวะบ่อยร่วมกับการมีไข้สูง
  • ปัสสาวะบ่อยแต่ปริมาณน้ำปัสสาวะแต่ละครั้งน้อย กะปริบกะปรอย หรือมีอาการปัสสาวะไม่สุด
  • ปวดปัสสาวะบ่อยกลางคืน ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำมากกว่า 2 ครั้งต่อคืน
  • ปัสสาวะบ่อยพร้อมกับอาการแสบขัด
  • ปัสสาวะมีเลือดปน หรือน้ำปัสสาวะมีสีผิดปกติ
  • ปัสสาวะเป็นฟอง
  • ปัสสาวะบ่อยร่วมกับการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

สัญญาณเตือน ปัสสาวะบ่อยเสี่ยงโรค

ปัสสาวะบ่อยไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำเยอะเพียงอย่างเดียว หากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาปัสสาวะบ่อย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาก อาจต้องระมัดระวังสัญญาณเตือนจากโรคดังต่อไปนี้

  • โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • เนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ล้วนทำให้กระเพาะปัสสาวะมีพื้นที่จุลดลง จนทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • โรคไต เกิดจากไตเสื่อมสภาพและไม่สามารถทำหน้าที่ในการดูดน้ำกลับสู่ร่างกายได้ตามปกติ
  • โรคเบาหวาน ทำให้มีปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูง จนร่างกายจำเป็นต้องขับออกทางปัสสาวะ
  • โรคเบาจืด ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกายได้ ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อยและมากกว่าปกติ
  • โรคระบบสืบพันธุ์ เช่น เนื้องอกมดลูก มดลูกหย่อน เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น
  • โรคทางระบบประสาท และโรคที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมปัสสาวะ เช่น ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวเกิน ท่อปัสสาวะตีบ หูรูดท่อปัสสาวะหลวม

ป้องกันดูแลสุขภาพเมื่อปัสสาวะบ่อย

การปัสสาวะบ่อย ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ปัสสาวะบ่อย ๆ และดูแลสุขภาพให้กลับมาปัสสาวะเป็นปกติโดยเร็ว สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นการปัสสาวะ เช่น ชา กาแฟที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ
  • ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำ เช่น ลดการดื่มน้ำก่อนนอน ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ไม่น้อยไป ไม่มากไป
  • ปรับพฤติกรรมการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะเป็นเวลา ไม่กลั้นปัสสาวะนานๆ ฯลฯ
  • ดูแลและควบคุมโรคประจำตัวให้อาการคงที่ เช่น หากเป็นโรคเบาหวาน ให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • เข้ารับการรักษาโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก เพื่อไม่ให้เนื้องอกมดลูกกดทับกระเพาะปัสสาวะ การเข้ารับการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต
  • คอยสังเกตปริมาณและจำนวนครั้งที่ปัสสาวะ รวมถึงอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อปัสสาวะ หากมีความผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
  • ปัสสาวะบ่อย อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคอันตราย รีบตรวจสุขภาพ เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีในระยะยาว

อาการปัสสาวะบ่อยเป็นบางครั้งบางคราวอาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมการดื่มน้ำ สภาพอากาศ และสภาพจิตใจในขณะนั้น ซึ่งเป็นภาวะปกติที่ไม่ต้องรักษา แต่หากปัสสาวะบ่อยเป็นประจำ หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมกับปัสสาวะบ่อย อาจต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

แนวทางวินิจฉัยปัสสาวะบ่อยเกินไป

ในขั้นแรกแพทย์จะซักประวัติ ถามถึงปริมาณน้ำที่ดื่มต่อวัน ใช้ยาอะไรอยู่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนหรือไม่ หลังจากนั้นทำการตรวจเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น

  • ตรวจเก็บปัสสาวะ ดูแบคทีเรียและเซลล์เม็ดเลือดขาวว่าพบการติดเชื้อหรือไม่
  • อัลตราซาวด์ เพื่อตรวจดูเนื้องอก
  • ส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ ใช้ในผู้ป่วยที่มีการอักเสบ ถ่ายเบาบ่อยเรื้อรังโดยเฉพาะสตรีวัยกลางคนที่ผ่านการคลอดบุตรมานานหลายปี

รักษาปัสสาวะบ่อยทำอย่างไรบ้าง

หากพบความผิดปกติแพทย์จะรักษาตามอาการของโรค หากเป็นการตั้งครรภ์เมื่อคลอดบุตรแล้วจะหายได้เอง สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคหรือภาวะผิดปกติแต่อย่างไร เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่

  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนเข้านอน
  • ออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงในกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
  • หากมีการเล็ดราดของปัสสาวะ ควรสวมใส่ชุดชั้นในหรือแผ่นซึมซับ

อย่าปล่อยให้การปัสสาวะบ่อย ๆ กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่คอยบั่นทอนสุขภาพกายและสุขภาพใจ แนะนำให้เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพของตนเองอย่างใกล้ชิด พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพโดยแพทย์ เพื่อรักษาสุขภาพที่แข็งแรงเอาไว้ได้อีกยาวนาน

อ้างอิง: โรงพยาบาลเพชรเวช , โรงพยาบาลพระรามเก้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...