โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อข้องใจ! 4 วิธีการเลือกระหว่างอาบน้ำเย็น-น้ำอุ่น แบบไหนดีกว่ากัน

Khaosod

อัพเดต 08 ธ.ค. 2564 เวลา 11.22 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 11.22 น.

สภาพอากาศที่ไม่แน่นอนบางครั้งทำให้อุณหภูมิไม่ปกติ กิจกรรมการอาบน้ำกลายเป็นกิจวัตรการทำความสะอาดตนเองที่หลาย ๆ คนก็คงเริ่มคิดหนักว่าจะอาบน้ำอุ่นเพื่อคลายความหนาวและอบอุ่นร่างกายหรืออาบน้ำเย็น เพื่อคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มความสดชื่นขึ้นไปอีก

เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำที่ใช้อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพต่างกัน ดังนั้น ทางทีมข่าวสดจะขอสรุปผลการศึกษาวิธีการเลือกระหว่างอ่างน้ำเย็นและน้ำอุ่นตามอายุรเวท รวมถึงประโยชน์ต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นและความเสี่ยงจากการอาบน้ำเย็นและร้อน

อาบน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นดีกว่ากัน? อายุรเวทมีคำตอบสำหรับคุณ อายุรเวทแนะนำให้ใช้น้ำอุ่นสำหรับร่างกายและน้ำเย็นสำหรับศีรษะ เนื่องจากการล้างตาและผมด้วยน้ำร้อนไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอายุรเวทแนะนำว่าอุณหภูมิของน้ำต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

1. ขึ้นอยู่กับอายุ สำหรับวัยรุ่นแนะนำให้อาบน้ำเย็น ส่วนผู้สูงอายุและเด็ก แนะนำให้อาบน้ำร้อน แต่หากเป็นนักเรียนและทุ่มเทให้กับการเรียน การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นจะเป็นประโยชน์มากขึ้น

2. ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย การวิเคราะห์เมตาปี 2018 เผย เทคนิคการกู้คืนร่างกายหลังการออกกำลังกาย พบว่าการอาบน้ำเย็นเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการลดการอักเสบและความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ทว่าหากมีอาการคัดจมูกหรือเป็นไข้หวัด การอาบน้ำอุ่นจะช่วยบรรเทาอาการได้ดี เนื่องจากไอน้ำสามารถเปิดทางเดินหายใจพร้อมทำให้ลำคอและจมูกคลายตัว

3. ขึ้นอยู่กับโรค การรอาบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นสามารถบำบัดได้หลายประเภทเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคต่าง ๆ เช่น

  • ผู้ที่ประสบปัญหาอาหารไม่ย่อย มีความผิดปกติของตับ ได้รับบาดเจ็บพร้อมมีอาการอักเสบ รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง เรื้อน และผื่นอื่น ๆ ควรเลือกอาบน้ำเย็น
  • โรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด ไอ ปวดข้อ ข้ออักเสบ ฯลฯ ควรเลือกอาบน้ำร้อน

4. ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณอาบน้ำ หากอาบน้ำตอนเช้าควรอาบด้วยน้ำเย็น เพราะกระตุ้นปลายประสาท ช่วยกำจัดความเกียจคร้านและความง่วงนอน ในทางกลับกันการอาบน้ำตอนกลางคืน น้ำอุ่นจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ปรับปรุงการนอนหลับ โดยผลการศึกษาในปี 2019 พบว่าเวลาที่ดีที่สุดในการอาบน้ำหรืออาบน้ำคือ 1 – 2 ชั่วโมงก่อนนอน

อย่างไรก็ตาม โควาริก ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่าอาบน้ำร้อนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นประจำ เนื่องจากสามารถขจัดน้ำมันตามธรรมชาติบนผิวได้เร็วกว่า "การอาบน้ำอุ่นอาจทำให้ผิวแห้งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีอาการโรคผิวหนังเรื้อรัง เช่น กลาก นอกจากนี้ การอาบน้ำอุ่นอาจทำให้รู้สึกคันมากขึ้น เพราะอาจทำให้เซลล์ในผิวปล่อยฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารที่นำไปสู่ความรู้สึกคัน"

"ไม่แนะนำให้ใช้น้ำร้อนในการสระผม เนื่องจากอาจทำให้ผมแตกปลายได้ โดยวิธีการสระผมง่าย ๆ คือควรสระผมด้วยน้ำอุ่นแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง" พร้อมแนะนำให้อาบน้ำอุ่นประมาณ 95 °F ( 35 องศาเซลเซียส) ถึง 99 °F (37 องศาเซลเซียส) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และแนะนำให้อาบน้ำ 5 - 10 นาทีต่อครั้ง"

นอกจากนี้ อายุรเวทเผย การอาบน้ำอย่างรวดเร็วก็เหมือนอาหารเร่งรีบ ร่างกายไม่ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทั้งหมดของการล้างพิษที่ดี ควรดำเนินการช้า ๆ ให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้รับน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยหากอาบน้ำเย็น ให้เริ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และหากเป็นอาบน้ำอุ่น ให้เริ่มด้วยการล้างเท้าก่อนแล้วจึงค่อยเคลื่อนเข้าหาศีรษะ

ขอบคุณที่มาจาก Medicalnewstoday The healthsite Stylecraze

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...