“สนธิ” เปิดศึกทวงคืน “แก้มลิง-ฟลัดเวย์” จี้รื้อผังเมืองใหม่ ฟาด กทม.ปล่อยน้ำท่วมฝั่งตะวันออกลากยาว 43 ปี
“สนธิ” ผนึก “ปานเทพ-ทนายนกเขา-หม่อมกร” เปิดศึกทวงคืน “แก้มลิง-ฟลัดเวย์-ทางน้ำหลัก” จี้ กทม.รื้อผังเมืองใหม่ หลังน้ำท่วมฝั่งตะวันออกลากยาว 43 ปี ชี้ความเสียหายอาจทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ประกาศนัด 9 ต.ค. ลานคนเมือง ลุยเรียกร้องทบทวนผังเมือง-คืนพื้นที่รับน้ำ พร้อมขู่ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ ด้าน “สนธิ” เตือนหากไม่แก้โครงสร้าง กรุงเทพฯ อาจเจอน้ำท่วมหนักขึ้นภายใน 5 ปี
วันที่ 7 ต.ค. 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วย อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายนิติกร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” นายพิชิต ไชยมงคล หรือ “คุณตั้ม” และหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ “หม่อมกร” นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครทบทวนการจัดทำผังเมืองและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ พร้อมเสนอให้ “ทวงคืน” พื้นที่แก้มลิง ทางน้ำหลัก และฟลัดเวย์ที่กลุ่มผู้แถลงข่าวเห็นว่ามีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ
อาจารย์ปานเทพ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมขังยาวนานที่สุดในรอบ 43 ปี และส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทบทวนผังเมืองฉบับใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการรับน้ำ และนำแนวคิดการจัดทำพื้นที่แก้มลิงกลับมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำ
พร้อมขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวบรวมหลักฐานความเสียหาย ทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยระบุว่า วันที่ 9 ต.ค. จะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทบทวนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง
อาจารย์ปานเทพยังกล่าวถึงพื้นที่บึง 6 แห่ง รวมประมาณ 130 ไร่ ซึ่งเห็นว่าหากนำมาพิจารณาร่วมกันจะมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำประมาณ 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร และควรได้รับการพิจารณาในฐานะโครงสร้างสำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร
ด้านหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้อาจมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมยกกรณีถนนวิภาวดีรังสิตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักภายในเวลาเพียงวันเดียว และเตือนว่าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความเสียหายสะสมเป็นวงกว้าง
หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ยังตั้งคำถามถึงการสนับสนุนแนวทางบริหารจัดการน้ำตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรุงเทพมหานคร โดยเห็นว่าหาก กทม. สนับสนุนแนวทางดังกล่าวอย่างจริงจัง ก็ควรนำพื้นที่แก้มลิงกลับมาอยู่ในผังเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการกำหนดสีในผังเมือง โดยอ้างว่าพื้นที่ทางน้ำหลากและฟลัดเวย์หลายแห่งถูกปรับเปลี่ยนหรือมีพื้นที่ลดลง
นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างถึงพื้นที่สีเขียวลักษณะ “ทแยงขาว” ที่ลดลงมากกว่า 100,000 ไร่ และตั้งข้อสังเกตว่า หากประเมินมูลค่าที่ดินเฉลี่ยไร่ละ 1 ล้านบาท จะมีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงผังเมืองดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรืออาจเอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ขณะที่นายสนธิ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ควรถูกโยนความรับผิดชอบให้ผู้ว่าฯ กทม.เพียงคนเดียว แต่ควรพิจารณาถึงความรับผิดชอบในระดับรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร
นายสนธิกล่าวว่า เคยเห็นคลิปที่แสดงให้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงใช้ดินสอลากแนวระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เพื่อแสดงแนวทางการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำ แต่โครงการดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นตามที่กล่าวอ้าง พร้อมแสดงความกังวลว่าหากไม่มีการตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ภายในไม่เกิน 5 ปี กรุงเทพฯ อาจเผชิญปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงมากขึ้น
นายสนธิยังเรียกร้องให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องอาศัยการตัดสินใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมยกพื้นที่รามคำแหงเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่าตลอด 43 ปีที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมในระดับเดียวกับปีนี้ และตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ดำเนินการเรื่องพื้นที่แก้มลิงอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านอสังหาริมทรัพย์
พร้อมเรียกร้องให้การทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับพื้นที่แก้มลิงเปิดรับฟังความคิดเห็นในวงกว้าง ไม่จำกัดเฉพาะประชาชนในพื้นที่โครงการ เพื่อให้สะท้อนความต้องการของประชาชนโดยรวม รวมถึงเสนอให้มีการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการนำพื้นที่แก้มลิงตามแนวพระราชดำริกลับมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ
สำหรับการเคลื่อนไหวดังกล่าว กลุ่มผู้แถลงข่าวระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “ทวงคืนประเทศไทย” พร้อมเรียกร้องให้สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นปัญหาน้ำท่วมและผังเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ กลุ่มผู้แถลงข่าวประกาศนัดหมายประชาชนในวันที่ 9 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์และเรียกร้องให้ กทม.ทบทวนแนวทางบริหารจัดการน้ำ การจัดทำผังเมือง รวมถึงการทวงคืนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหาย ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผังเมือง ตลอดจนข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์จากการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นข้อมูลและความคิดเห็นจากกลุ่มผู้แถลงข่าว ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบกับข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และเอกสารผังเมืองอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ข้อเท็จจริงครบถ้วนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย