โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สนธิ” เปิดศึกทวงคืน “แก้มลิง-ฟลัดเวย์” จี้รื้อผังเมืองใหม่ ฟาด กทม.ปล่อยน้ำท่วมฝั่งตะวันออกลากยาว 43 ปี

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 07 ต.ค. เวลา 06.35 น.

“สนธิ” ผนึก “ปานเทพ-ทนายนกเขา-หม่อมกร” เปิดศึกทวงคืน “แก้มลิง-ฟลัดเวย์-ทางน้ำหลัก” จี้ กทม.รื้อผังเมืองใหม่ หลังน้ำท่วมฝั่งตะวันออกลากยาว 43 ปี ชี้ความเสียหายอาจทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ประกาศนัด 9 ต.ค. ลานคนเมือง ลุยเรียกร้องทบทวนผังเมือง-คืนพื้นที่รับน้ำ พร้อมขู่ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ ด้าน “สนธิ” เตือนหากไม่แก้โครงสร้าง กรุงเทพฯ อาจเจอน้ำท่วมหนักขึ้นภายใน 5 ปี

วันที่ 7 ต.ค. 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วย อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายนิติกร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” นายพิชิต ไชยมงคล หรือ “คุณตั้ม” และหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ “หม่อมกร” นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครทบทวนการจัดทำผังเมืองและแนวทางบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ พร้อมเสนอให้ “ทวงคืน” พื้นที่แก้มลิง ทางน้ำหลัก และฟลัดเวย์ที่กลุ่มผู้แถลงข่าวเห็นว่ามีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ

อาจารย์ปานเทพ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมขังยาวนานที่สุดในรอบ 43 ปี และส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงเตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทบทวนผังเมืองฉบับใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการรับน้ำ และนำแนวคิดการจัดทำพื้นที่แก้มลิงกลับมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำ

พร้อมขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรวบรวมหลักฐานความเสียหาย ทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยระบุว่า วันที่ 9 ต.ค. จะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทบทวนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง

อาจารย์ปานเทพยังกล่าวถึงพื้นที่บึง 6 แห่ง รวมประมาณ 130 ไร่ ซึ่งเห็นว่าหากนำมาพิจารณาร่วมกันจะมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำประมาณ 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร และควรได้รับการพิจารณาในฐานะโครงสร้างสำคัญสำหรับการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร

ด้านหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้อาจมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมยกกรณีถนนวิภาวดีรังสิตที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักภายในเวลาเพียงวันเดียว และเตือนว่าหากไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความเสียหายสะสมเป็นวงกว้าง

หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ยังตั้งคำถามถึงการสนับสนุนแนวทางบริหารจัดการน้ำตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรุงเทพมหานคร โดยเห็นว่าหาก กทม. สนับสนุนแนวทางดังกล่าวอย่างจริงจัง ก็ควรนำพื้นที่แก้มลิงกลับมาอยู่ในผังเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและการกำหนดสีในผังเมือง โดยอ้างว่าพื้นที่ทางน้ำหลากและฟลัดเวย์หลายแห่งถูกปรับเปลี่ยนหรือมีพื้นที่ลดลง

นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างถึงพื้นที่สีเขียวลักษณะ “ทแยงขาว” ที่ลดลงมากกว่า 100,000 ไร่ และตั้งข้อสังเกตว่า หากประเมินมูลค่าที่ดินเฉลี่ยไร่ละ 1 ล้านบาท จะมีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงผังเมืองดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรืออาจเอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่นายสนธิ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ควรถูกโยนความรับผิดชอบให้ผู้ว่าฯ กทม.เพียงคนเดียว แต่ควรพิจารณาถึงความรับผิดชอบในระดับรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร

นายสนธิกล่าวว่า เคยเห็นคลิปที่แสดงให้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงใช้ดินสอลากแนวระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เพื่อแสดงแนวทางการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำ แต่โครงการดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นตามที่กล่าวอ้าง พร้อมแสดงความกังวลว่าหากไม่มีการตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ภายในไม่เกิน 5 ปี กรุงเทพฯ อาจเผชิญปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงมากขึ้น

นายสนธิยังเรียกร้องให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องอาศัยการตัดสินใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมยกพื้นที่รามคำแหงเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่าตลอด 43 ปีที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมในระดับเดียวกับปีนี้ และตั้งข้อสังเกตว่าการไม่ดำเนินการเรื่องพื้นที่แก้มลิงอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านอสังหาริมทรัพย์

พร้อมเรียกร้องให้การทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับพื้นที่แก้มลิงเปิดรับฟังความคิดเห็นในวงกว้าง ไม่จำกัดเฉพาะประชาชนในพื้นที่โครงการ เพื่อให้สะท้อนความต้องการของประชาชนโดยรวม รวมถึงเสนอให้มีการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการนำพื้นที่แก้มลิงตามแนวพระราชดำริกลับมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับการเคลื่อนไหวดังกล่าว กลุ่มผู้แถลงข่าวระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “ทวงคืนประเทศไทย” พร้อมเรียกร้องให้สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นปัญหาน้ำท่วมและผังเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ กลุ่มผู้แถลงข่าวประกาศนัดหมายประชาชนในวันที่ 9 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์และเรียกร้องให้ กทม.ทบทวนแนวทางบริหารจัดการน้ำ การจัดทำผังเมือง รวมถึงการทวงคืนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหาย ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผังเมือง ตลอดจนข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์จากการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นข้อมูลและความคิดเห็นจากกลุ่มผู้แถลงข่าว ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบกับข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และเอกสารผังเมืองอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ข้อเท็จจริงครบถ้วนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...