โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เบนซ์” เข้าแจ้งความกองปราบฯ เอาผิด “โสธรชัย เนอสซิ่งโฮม” สงสัยเข้าข่ายฉ้อโกง ยืนยันไม่แตะต้องทรัพย์สินแม่แม้แต่ชิ้นเดียว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เบนซ์” เข้าแจ้งความกองปราบฯ เอาผิด “โสธรชัย เนอสซิ่งโฮม” สงสัยเข้าข่ายฉ้อโกง ยืนยันไม่แตะต้องทรัพย์สินแม่แม้แต่ชิ้นเดียว หลังพบของในตู้เซฟหายไป

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม นายเบนซ์ฯ ลูกชายแม่ภัทร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของ “ศูนย์โสธรชัย” หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้ข้อมูลว่าศูนย์มีแพทย์และมีสถานะเป็นสถานพยาบาล รวมถึงการกล่าวอ้างว่าหากนำบุคคลเข้ารับการดูแลภายในศูนย์ จะได้รับการตรวจจากแพทย์

นายเบนซ์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าว โดยมองว่าตนเองก็อาจเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการให้ข้อมูลของศูนย์เช่นเดียวกับครอบครัวอื่น ๆ ซึ่งก่อนตัดสินใจนำแม่ภัทรไปดูแลที่ศูนย์ ได้รับข้อมูลว่ามีแพทย์และพยาบาลคอยดูแล รวมถึงมีการส่งเอกสารเกี่ยวกับค่าบริการทางการแพทย์ ทำให้ครอบครัวเข้าใจว่าจะมีบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลอย่างเหมาะสม

เนื่องจากศูนย์ตั้งอยู่ไกล จึงไม่ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่ด้วยตนเองบ่อยครั้ง แต่ใช้วิธีโทรศัพท์สอบถามและขอภาพความเป็นอยู่จากทางเพจของศูนย์ ซึ่งภาพที่ได้รับดูดี ทำให้เชื่อมั่นในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยังได้ประสานขอห้องพักที่ดีที่สุดให้แม่ภัทร โดยเลือกเป็นห้องเดี่ยวติดเครื่องปรับอากาศ เพราะต้องการให้แม่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แต่เมื่อภายหลังพบข้อมูลที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้บริการของศูนย์ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่า การให้ข้อมูลดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงหรือฉ้อโกงหรือไม่

ส่วนกรณีที่ที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงไม่ไปรับแม่ตั้งแต่ช่วงที่อยู่ภายในศูนย์นั้น ตนขอยืนยันว่า เมื่อทางศูนย์ติดต่อให้ไปรับ ตนก็เดินทางไปรับตามที่แจ้ง โดยมีหลักฐานการสนทนาผ่านแชตตั้งแต่วันแรกที่ติดต่อกับศูนย์จนถึงวันสุดท้าย ซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ได้ และตนเป็นคนที่เซ็นรับตัวแม่ออกจากศูนย์ด้วยตัวเอง

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ว่า เคยโทรศัพท์แจ้งให้ไปรับคุณแม่ก่อนหน้านี้นั้น นายเบนซ์ ระบุว่า ข้อมูลบางส่วนอาจไม่ตรงกัน จึงต้องการให้ตรวจสอบจากหลักฐานการสนทนาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ระบุว่าก่อนหน้านี้ตนเดินทางไปต่างประเทศนั้น นายเบนซ์ ยืนยันว่า ตนยังอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศตามกระแสข่าวที่เผยแพร่ พร้อมระบุว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าว ตนได้รับผลกระทบทางจิตใจและเกิดความเครียดอย่างมาก ถึงขั้นต้องไปพบแพทย์

สำหรับการติดต่อกับคุณแม่นั้น นายเบนซ์กล่าวว่า แม่ภัทร เคยโทรศัพท์มาหาในช่วงที่อยู่ต่อหน้าสื่อมวลชน หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อมาอีก ขณะที่ตนพยายามโทรศัพท์กลับไปหา แต่คุณแม่ไม่ได้รับสาย มองว่าหากต้องการพูดคุยหรือทำความเข้าใจกัน สามารถติดต่อกันเป็นการส่วนตัวได้ ไม่จำเป็นต้องพูดคุยผ่านสื่อ เพราะยังสามารถโทรศัพท์หรือส่งข้อความทาง LINE ได้ตามปกติ

ส่วนกรณีตู้เซฟภายในบ้านที่ทางแม่ภัทร ระบุว่าทรัพย์สินข้างในหายไปนั้น นายเบนซ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการกล่าวถึงทรัพย์สินประมาณ 13 รายการ แต่เมื่อเปิดตู้เซฟตรวจสอบ กลับพบทรัพย์สินเพียง 4 รายการ จึงเกิดข้อสงสัยว่าทรัพย์สินอีก 9 รายการหายไปไหน ตนยืนยันว่า ไม่เคยนำทรัพย์สินของแม่ไปแม้แต่ชิ้นเดียว และไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว โดยเคยเปิดตู้เซฟในช่วงที่มีการขนย้ายสิ่งของร่วมกับน้องสาว แต่ยืนยันว่าไม่ได้หยิบหรือนำทรัพย์สินใดออกไป ซึ่งน้องสาวต้องการหาผู้เช่าบ้าน จึงขอให้ย้ายตู้เซฟออกจากบ้านมาฝากไว้กับตน โดยมีหลักฐานการสนทนาที่แสดงให้เห็นว่าน้องสาวเป็นผู้ขอให้นำตู้เซฟมาฝากไว้ เนื่องจากไม่มีสถานที่จัดเก็บอื่นในขณะนั้น

ส่วนข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินที่อาจสูงถึง 9 ล้านบาท รวมถึงประเด็นทองคำแท่งจำนวนมากนั้น นายเบนซ์ ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดทรัพย์สินตามที่มีการกล่าวอ้างได้ แต่ยืนยันในส่วนของตนเองว่าไม่ได้แตะต้องหรือนำทรัพย์สินของแม่ไปอย่างแน่นอน จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

เมื่อถามว่าหลังมีข่าวดังกล่าวออกมาได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง นายเบนซ์ กล่าวว่า เดิมทีไม่ต้องการออกมาให้สัมภาษณ์หรือเป็นข่าว แต่เมื่อเกิดกระแสข่าวและมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตนเอง จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ นายเบนซ์ ยืนยันว่า ตนต้องการให้เรื่องดังกล่าวได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ทั้งในส่วนของการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการของศูนย์ การดูแลผู้สูงอายุ และประเด็นทรัพย์สินของแม่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏและลดความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นจากกระแสข่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...