โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัสเซียปิดฉากซื้อขายคริปโต P2P ปี '70 ยก "สเบียร์แบงก์" ศูนย์กลางระบบการเงินใหม่

Manager Online

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

รัฐบาลรัสเซียประกาศนับถอยหลังเตรียมปิดประตูการซื้อขายคริปโตแบบตัวต่อตัวระหว่างบุคคลทุกรูปแบบในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2570 ขณะที่ธนาคารกลางของประเทศประกาศห้ามการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากระบบที่ได้รับอนุญาตสู่กระเป๋าเก็บรักษาส่วนตัว ความเคลื่อนไหวคู่ขนานนี้ไม่ใช่แค่นโยบายกำกับดูแลตามปกติ หากแต่คือการวางผังสถาปัตยกรรมการควบคุมทางการเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย โดยดันให้ สเบียร์แบงก์ แบงก์ยักษ์ใหญ่ที่รัฐถือหุ้นใหญ่ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้คุมประตูของตลาดคริปโตทั้งระบบในชั่วข้ามคืน

ธนาคารแห่งรัสเซีย (Bank of Russia) ออกแนวปฏิบัติฉบับปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การทำธุรกรรมคริปโตแบบ P2P หรือ Peer-to-Peer ซึ่งหมายถึงการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงระหว่างบุคคลสองคนโดยไม่ผ่านตัวกลางที่ได้รับอนุญาต จะยังคงได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้เพียงถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2570 เท่านั้น หลังจากนั้น ทุกธุรกรรมจะต้องผ่านผู้ประกอบการที่ธนาคารกลางรับรองเท่านั้น

ควบคู่กันนั้น ธนาคารกลางยังชี้แจงข้อห้ามที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้วก่อนหน้านี้ว่า บุคคลธรรมดาไม่มีสิทธิ์โอนสินทรัพย์คริปโตจากบัญชีดิจิทัลของตนไปยังกระเป๋าส่วนตัวแบบ Self-Custody หรือ Non-Custodial Wallet ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้ถือกุญแจส่วนตัวเองก็ตาม

ในมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง นี่คือการปิดช่องทางหลักสองช่องที่ทำให้คริปโตมีคุณค่าในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่เป็นอิสระ ได้แก่ การซื้อขายโดยตรงโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน และการถือครองด้วยตนเอง

ยก "สเบียร์แบงก์" ใส่พานผงาดขึ้นนั่งบัลลังก์คริปโตแห่งชาติ

ในวันเดียวกับที่แนวปฏิบัติฉบับอัปเดตถูกประกาศออกมา ธนาคารแห่งรัสเซียได้อนุมัติให้ สเบียร์แบงก์ (Sberbank) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดในรัสเซียและเป็นรัฐวิสาหกิจ เริ่มให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตอย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้ธนาคารกลางได้อนุมัติให้ สเบียร์แบงก์ เป็นผู้ดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custodian) ไปแล้ว

การอนุมัตินี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในภาพรวมนโยบาย ที่รัฐบาลรัสเซียกำลังสร้างระบบนิเวศคริปโตแบบ "รัฐควบคุม" โดยมี สเบียร์แบงก์ เป็นหัวหอกหลักของระบบ การที่สถาบันการเงินซึ่งรัฐถือหุ้นใหญ่เข้ามาคุมตลาดคริปโต ทำให้แนวคิดของการกระจายอำนาจ (Decentralization) ซึ่งเป็นหัวใจของสินทรัพย์ดิจิทัล ถูกลดบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ

กฎหมายคริปโตใหม่ที่บังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกฎหมายคริปโตฉบับใหม่ของรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามรับรองเมื่อก่อนหน้านี้ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยกฎหมายดังกล่าวนำผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนคริปโตและผู้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางโดยตรง นอกจากนี้ รัสเซียยังคงรักษาข้อห้ามเดิมที่ไม่อนุญาตให้ใช้คริปโตเป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการภายในประเทศ

แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นภาพที่ชัดเจนว่ารัสเซียไม่ได้ "แบน" คริปโตทางตรงในแบบที่บางประเทศเคยทำ แต่กำลังสร้าง "คริปโตแบบรัฐกำกับดูแล" ซึ่งอนุญาตให้ซื้อขายได้ แต่ต้องอยู่ในสายตาของรัฐตลอดเวลา

เสียงสะท้อนวงการคริปโตมอง บังคับใช้ได้จริงแค่ไหน?

ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารในวงการคริปโตระดับสากลต่างแสดงความสงสัยต่อความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายนี้ในทางปฏิบัติ

แซมสัน โมว์ ซีอีโอของ Jan3 กล่าวว่า การซื้อขายแบบ P2P มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อการปราบปรามจากหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่าแพลตฟอร์มส่วนกลางอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากธุรกรรม P2P สามารถเกิดขึ้นผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งในโลกออนไลน์และในชีวิตจริง ซึ่งยากต่อการตรวจจับและติดตาม

ด้าน สตีปาน อูเฮริก ผู้บริหารของ SatoshiLabs ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Trezor ชื่อดัง ระบุว่า การแบนแอปพลิเคชันกระเป๋าคริปโตจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระเป๋าฮาร์ดแวร์และกระเป๋าเดสก์ท็อป เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นทำงานอย่างอิสระและไม่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐสามารถปิดกั้นได้

ผลกระทบในเชิงลึก "เมื่อรัฐกลายเป็นผู้เฝ้าประตูของระบบคริปโต"

นโยบายนี้มีนัยยะทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่สำคัญอย่างน้อย 3 มิติ ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบของการวางหลักเกณฑ์การเงินดิจิทัลทั่วโลกในวาระถัดไป ได้แก่

มิติแรกคือการรวมศูนย์อำนาจทางการเงิน รัสเซียกำลังย้ายตลาดคริปโตที่เคยกระจาย มาอยู่ในมือของสถาบันที่รัฐควบคุม ซึ่งทำให้ทุกธุรกรรมสามารถถูกติดตาม วิเคราะห์ และปิดกั้นได้โดยรัฐ โมเดลนี้คล้ายกับที่จีนใช้กับระบบ Digital Yuan แต่แตกต่างตรงที่รัสเซียเลือกอาศัยเครือข่ายสินทรัพย์คริปโตที่มีอยู่แล้วแทนการสร้างสกุลเงินดิจิทัลใหม่ทั้งหมด

มิติที่สองคือผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อยชาวรัสเซีย ที่ผ่านมา P2P คือช่องทางหลักที่คนรัสเซียนับล้านใช้ในการเข้าถึงและออกจากตลาดคริปโต โดยเฉพาะในช่วงที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากนานาชาติ เมื่อช่องทางนี้ถูกปิด ประชาชนที่ต้องการพึ่งพาคริปโตเป็นทางเลือกทางการเงินจะสูญเสียความยืดหยุ่นและความเป็นส่วนตัวไปอย่างสิ้นเชิง

มิติที่สามคือสัญญาณที่ส่งออกสู่ตลาดโลก รัสเซียกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ประเทศขนาดใหญ่สามารถ "ทำให้คริปโตเชื่องเป็นลูกแมว" ได้ โดยไม่ต้องแบนอย่างสมบูรณ์ โมเดลนี้อาจกลายเป็นต้นแบบที่รัฐบาลเผด็จการหรือรัฐบาลที่ต้องการควบคุมทุนไหลเวียนทั่วโลกจะศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตอันใกล้

จากนี้คริปโตของรัสเซีย จะยังเป็น "คริปโต" อยู่ไหม?

สาระสำคัญของคริปโตคือการเป็นระบบการเงินที่ไม่ต้องพึ่งตัวกลาง ปราศจากการควบคุมจากส่วนกลาง และให้อำนาจการถือครองทรัพย์สินกลับมาสู่ปัจเจกบุคคล เมื่อรัสเซียห้ามทั้งการซื้อขาย P2P และการถือครองกระเป๋าส่วนตัว สิ่งที่เหลืออยู่ในระบบของรัสเซียจึงไม่ใช่คริปโตในความหมายดั้งเดิม แต่คือ "สินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การดูแลของรัฐ" ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายคลึง แต่แตกต่างในสาระสำคัญทุกประการ

คำถามที่ท้าทายที่สุดจึงไม่ใช่ว่ารัฐบาลรัสเซียจะบังคับใช้กฎหมายนี้ได้สำเร็จหรือไม่ แต่คือตลาดและผู้ใช้งานจะตอบสนองอย่างไรในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านจนถึง พ.ศ. 2570 และหลังจากนั้น กระแสการโยกย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลออกนอกระบบของรัสเซียที่อาจเร่งตัวขึ้น คือตัวแปรที่ตลาดคริปโตโลกจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาต่อจากนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...