น้ำท่วมวัดบัวลิ้ม ตัดขาด! พระ 3 รูปติดเกาะ ขาดน้ำและอาหาร
สถานการณ์น้ำท่วมอำเภอบางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตอย่างหนัก โดยเฉพาะที่ วัดบัวลิ้มตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลโยธะกา ซึ่งเจอมวลน้ำจาก 3 แม่น้ำสายสำคัญได้แก่ แม่น้ำปราจีนบุรีและ แม่น้ำนครนายกไหลมาบรรจบกันก่อนลงสู่ ต้นน้ำแม่น้ำบางปะกงส่งผลให้พื้นที่รอบวัดถูก น้ำท่วมขังจนมีสภาพคล้าย เกาะกลางน้ำไม่สามารถใช้รถยนต์เดินทางเข้าออกได้ ต้องอาศัยการ เดินทางด้วยเรือฝ่า ท้องนาถูกน้ำท่วมกว่า 100 ไร่ ที่มีความลึกประมาณ 1.60 เมตร ถึง 2 เมตร ลัดเลาะผ่านบ้านเรือนประชาชน และใช้เวลานานกว่า 40 นาทีจึงจะถึงตัววัด
พระครูสมุชัยรัตชินวโรเจ้าอาวาสวัดบัวลิ้มเปิดเผยว่า วัดได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมขังยาวนานกว่า 10 วันแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ทางผ่านของมวลน้ำ แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างเพียง 10 เซนติเมตร แต่ยังคงเอ่อท่วมกุฏิชั้นล่าง ศาลา และถนนทางเข้าออก ปัจจุบันมี พระสงฆ์จำพรรษา3 รูปต้องหุงหาอาหารฉันกันเอง และประสบปัญหาใหญ่คือ การขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค
นอกจากนี้ วัวเลี้ยง3 ตัวของวัดก็กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทางวัดต้องต้อนวัวขึ้นไปอยู่บน พื้นที่สูงรอบพระอุโบสถซึ่งเป็นจุดเดียวที่น้ำท่วมไม่ถึง ทำให้เกิด ภาวะขาดแคลนหญ้าแห้งต้องขอความช่วยเหลือจากญาติโยมที่นั่งเรือเข้ามา ให้ช่วยตัด หญ้าแห้งเลี้ยงวัวติดมือมาด้วย เพื่อช่วยประทังชีวิตสัตว์ในช่วงที่น้ำยังไม่ลด
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายเจตบุญธรรมลูกศิษย์พระใบฎีกามณเฑียร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำเปรี้ยว ได้นำคณะสื่อมวลชนและอาสาสมัครลงพื้นที่ พร้อมด้วย นายคีรินฉ่ำสมบูรณ์นายกอบต.โพรงอากาศและ นายจิรพัฒน์ธุรพันธุ์ตัวแทนจาก หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันนำ ข้าวสารอาหารแห้งน้ำดื่ม ขนม หมูย่าง และปลาหมึก จากผู้ใจบุญมามอบให้กับทางวัด
เนื่องจากบริเวณด้านหลังวัดติดกับ แม่น้ำบางปะกงและมี ระดับน้ำลึกกว่า2 เมตรทางนายก อบต. ได้นำ เสื้อชูชีพมามอบให้พระสงฆ์ทุกรูปสวมใส่ เพื่อ ป้องกันอันตรายจากน้ำท่วมและเพิ่มความปลอดภัยหากต้องลงพื้นที่เกี่ยวกับกิจสงฆ์ในช่วงที่ สถานการณ์น้ำท่วมบางน้ำเปรี้ยวยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด