“นิกร” เผยสภาฯ ผ่านร่าง พรบ.ล้มละลายฯ ปลดล็อกหนี้ 1 แสนเข้าฟื้นฟูได้ ขรก.ไม่ถูกไล่ออก หวังลดหนี้ครัวเรือน
"นิกร" เผย สภาฯ ฉลุย ผ่านร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ปลดล็อกหนี้ 1 แสนเข้าฟื้นฟูได้ - ขรก.ไม่ถูกไล่ออก บรรเทาวิกฤตหนี้ครัวเรือน
วันที่ 1 ต.ค.69 นายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และคณะ แถลงว่า คณะกรรมาธิการร่วมฯ พิจารณาร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไข 14 ประเด็นเสร็จสิ้นแล้ว หลังใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยมี 4 ประเด็นสำคัญคือ 1.ร่างมาตรา 90/106 (3) (ข) กมธ.ร่วมฯ มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ตามร่างที่วุฒิสภาแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติให้มีความเหมาะสม 2.ร่างมาตรา 90/116 (3) ด้านระยะเวลาชำระหนี้ เห็นชอบตามร่างของวุฒิสภา ให้กำหนดระยะเวลาชำระหนี้ชัดเจนภายใน 20 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบ
3.ร่างมาตรา 90/151 เกณฑ์มูลหนี้บุคคลธรรมดา กมธ.ร่วมฯ มีมติ 8 ต่อ 2 เสียง ให้กลับไปใช้หลักการเดิมของสภาผู้แทนราษฎร คือใช้คำว่า “รายได้” แทนคำว่า “รายได้สม่ำเสมอ” เพื่อป้องกันปัญหาการตีความ และคงเกณฑ์มูลหนี้ขั้นต่ำไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท (จากที่วุฒิสภาปรับเพิ่มเป็น 300,000 บาท) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีหนี้สินตั้งแต่ระดับดังกล่าวสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูได้กว้างขวางยิ่งขึ้น 4.ร่างมาตรา 90/170 การคุ้มครองสถานะการทำงาน ยืนยันหลักการตามร่างสภาฯ โดยกำหนดให้ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างที่ตกเป็นบุคคลล้มละลายและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือขาดคุณสมบัติเพียงเพราะเหตุแห่งการล้มละลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ยังคงปฏิบัติงาน มีรายได้เลี้ยงชีพ และนำเงินไปชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูได้
นายนิกร กล่าวอีกว่า ทั้งสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ด้วยคะแนน 444 ต่อ 0 เสียง โดยหากร่างกฎหมายผ่านขั้นตอนรัฐสภาแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 20 วัน เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยกฎหมายจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศ
สำหรับกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นมาตรการสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้สินอันเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยพิบัติหรือสถานการณ์น้ำท่วม ให้สามารถกลับมาตั้งหลักและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยบรรเทาวิกฤตหนี้ภาคครัวเรือนและส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ