อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI พุ่ง 2.72% แตะ 90.52 ดอลลาร์ ขณะดาวโจนส์ดิ่ง 1,833 จุด เช็กราคาน้ำมัน 4 ปั๊มล่าสุด
ราคาน้ำมันวันนี้ 6 พฤศจิกายน 2569 ตลาดพลังงานโลกและตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนหนัก หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวก 2.72% แตะ 90.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เสี่ยงกระทบอุปทานพลังงานโลก ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงแรง ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 1,833 จุด ส่วน Nasdaq ทรุด 5.52% เข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค ด้านราคาน้ำมันขายปลีกในไทยประจำวันที่ 6 พ.ย. 69 ปตท. บางจาก PT และเชลล์ อัปเดตราคาล่าสุด มีรายละเอียดดังนี้
ราคาน้ำมัน WTI พุ่ง 2.72% ปิด 90.52 ดอลลาร์ หวั่นเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี กระทบอุปทานโลก
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวก 2.72% หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าการขนส่งพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก และกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 2.72% ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.88% ปิดที่ 98.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นมาจากรายงานเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีเรือถูกโจมตีแล้วอย่างน้อย 5 ลำ
ขณะเดียวกัน ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเรือถูกโจมตีรวมสูงถึง 35 ลำ ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการขนส่งพลังงานผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
นอกจากนี้ นักลงทุนยังกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอาจเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าการผลิตและการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจได้รับผลกระทบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานมากขึ้น โดยเฉพาะหากความขัดแย้งขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกผันผวนต่อเนื่องในระยะถัดไป
ดาวโจนส์ร่วง 1,833 จุด Nasdaq ดิ่ง 5.52% หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายหนัก เข้าสู่ภาวะปรับฐาน
ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 1,800 จุด หรือ 3.44% ส่วนดัชนี Nasdaq ดิ่งลง 5.52% นับเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 19 เดือน และเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค (Correction) หลังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก
แรงกดดันต่อตลาดเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนว่า พรรคเดโมแครตอาจผลักดันมาตรการและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายหลังคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนและการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และอุตสาหกรรมการผลิตชิป
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ดังนี้
ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ 51,523.06 จุด ลดลง 1,833.06 จุด หรือ 3.44%
ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,353.73 จุด ลดลง 334.89 จุด หรือ 4.36%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,315.00 จุด ลดลง 1,421.52 จุด หรือ 5.52%
ทั้งนี้ หุ้นทั้ง 11 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ปิดตลาดในแดนลบทั้งหมด โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขายหนักที่สุด ปรับตัวลดลงถึง 7.3% รองลงมาคือหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ร่วงลง 4.1% สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่กระจายตัวไปทั่วตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบสำคัญ ปรับตัวลดลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค (Correction) อย่างเป็นทางการ ตามเกณฑ์ที่กำหนดให้ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างน้อย 10% จากระดับสูงสุดล่าสุด
การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทครั้งนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางธุรกิจ AI และแนวโน้มการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและกฎระเบียบของสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ราคาน้ำมันวันนี้ 6 พฤศจิกายน 2569 เช็กเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 4 ปั๊ม ปตท. บางจาก PT เชลล์
สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน 4 ราย ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที (PT) และเชลล์ ได้ประกาศราคาน้ำมันล่าสุด โดยข้อมูลอัปเดต ณ เวลา 05.00 น. มีรายละเอียดดังนี้
ราคาน้ำมัน ปตท. (PTT)
เบนซิน : 49.33 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 : 39.84 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 : 39.47 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 : 31.80 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 : 30.63 บาท/ลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา : 41.79 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมัน บางจาก (Bangchak)
แก๊สโซฮอล์ 95 : 39.84 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 : 39.47 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 : 31.80 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 : 30.63 บาท/ลิตร
ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา : 41.79 บาท/ลิตร
ดีเซลพรีเมียม : 49.05 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมัน พีที (PT)
เบนซิน : 49.83 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 : 39.84 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 : 39.47 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 : 31.80 บาท/ลิตร
ดีเซล : 41.79 บาท/ลิตร
ดีเซล B20 : 33.50 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมัน เชลล์ (Shell)
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 : 32.00 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 : 39.97 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 : 40.34 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 : 51.84 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล : 41.79 บาท/ลิตร
เชลล์ ดีเซล B20 : 33.50 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล : 51.84 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันข้างต้นอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งมีการอัปเดตเมื่อมีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในเวลา 05.00 น. ของวันที่มีการปรับราคา
อย่างไรก็ตาม ราคาที่แสดงเป็นราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาจากสถานีบริการน้ำมันอีกครั้งก่อนเติมน้ำมัน
ที่มา : สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) www.eppo.go.th