โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

คกก.พัฒนาระบบยา เพิ่มกว่า 20 รายการยาเข้าบัญชียาหลักฯ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนพัฒนาระบบยาแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นกว่า 20 รายการ เพิ่มวัคซีน PCV สำหรับเด็กเล็ก และทบทวนยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติกว่า 40 รายการ พร้อมกำหนดราคากลางยา 70 รายการ คาดช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐราว 400 ล้านบาทต่อปี พร้อมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายานวัตกรรมและวัคซีนที่ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงทางยาและศักยภาพอุตสาหกรรมยาของไทย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติ เพิ่มรายการยากว่า 20 รายการ เช่น ยาเดสโมเพรสซิน (Desmopressin) รักษาภาวะปัสสาวะรดที่นอนในเด็ก และยาเอกูลิซูแมบ (Eculizumab) รักษาอาการเม็ดเลือดแดงแตกจากภาวะยูเรเมีย คาดช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยาจำเป็นได้เพิ่มขึ้นกว่า 100,000 คน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัสชนิดคอนจูเกต (PCV) เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบในเด็กเล็กประมาณ 400,000 ราย รวมทั้ง ทบทวนรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติกว่า 40 รายการ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษา โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

ในด้านการบริหารงบประมาณ ที่ประชุมได้กำหนดราคากลางยา 70 รายการ คาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐได้ราว 400 ล้านบาทต่อปี ควบคู่กับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนายานวัตกรรมและวัคซีนที่ผลิตในประเทศอีก 10 รายการ

โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชีววัตถุที่สามารถผลิตได้ในประเทศ ได้แก่ ยาต้านพิษโบทูลินัม (Botulinum Antitoxin) และวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ เพื่อเสริมความมั่นคงทางยาและเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมยาของไทย

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU Country) เพื่อให้ประชาชนใช้ยาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาไม่เหมาะสม และยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชาชน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มการเข้าถึงยาจำเป็นและวัคซีน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายาในประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศในระยะยาว

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะหน่วยงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมติของคณะกรรมการฯ ไปสู่การปฏิบัติ ทั้งการปรับปรุงบัญชียาหลักแห่งชาติ การกำหนดราคากลางยา การส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายาในประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม

การพัฒนาระบบยาต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงให้มียาเพียงพอ แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็น มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องมีขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา และผลิตยาและวัคซีนที่สำคัญได้มากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางยาและรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...