โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สลดใจ แม่น้องไทม์วัย 6 เดือนฝากพี่เลี้ยงดูแล เกิดดิ้นผ้าพันรอบคอดับปริศนา

สยามนิวส์

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 23 ก.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุเด็กทารกเสียชีวิตบริเ

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 23 ก.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุเด็กทารกเสียชีวิตบริเวณปากทางเข้าการเคหะแจ้งวัฒนะ ซ.แจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาภรณ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนท้าย ซอยแจ้งวัฒนะ 14 พบร่างทารกเพศชาย วัย 6 เดือน นอนอยู่บนรถพยาบาล โดยมี น.ส.ภัทศราภรณ์ บุญเนตร อายุ 26 ปี และนายณรงค์ฤทธิ์ ธรรมเจตนา อายุ 26 ปี พ่อและแม่เด็ก นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ และยังพบชายหญิงอีกคู่ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นคนที่พ่อและแม่ของเด็กจ้างให้มาเลี้ยงลูกและอยู่ในที่เกิดเหตุตอนที่เด็กหยุดหายใจ

น.ส.ภัทศราภรณ์ บุญเนตร แม่เด็กเล่าว่า ตนเองและแฟนหนุ่มทำงานและพักอยู่แถวซอยแจ้งวัฒนะ 10 ซึ่งหลังคลอดน้องไทม์ ออกมา ช่วง 2-3 เดือนแรกตนเองยังมีเวลาเลี้ยงเองเพราะอยู่ช่วงลาคลอด พอครบกำหนดที่จะต้องกลับมาทำงานตนเองจึงโพสต์หาคนมาเลี้ยงน้องไทม์ ซึ่งก็มีติดต่อมาหลายคนกระทั่ง ได้เจอกับพี่เลี้ยงคนนี้ซึ่งก่อนจะตัดสินใจก็ได้มีพูดคุยและซักถามตามปกติและยังเห็นว่าเพิ่งคลอดลูกมาเหมือนกันน่าจะดูแลน้องไทม์ได้ จึงตัดสินใจว่าจ้างโดยตกลงราคากันที่เดือนละ 6 พันบาท โดยช่วง 8 โมงของทุกวัน ตนเองจะมาส่งน้องไทม์ที่แฟลตการเคหะ และจะกลับมารับอีกทีช่วง 3-4 ทุมหลังเลิกงาน

ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ที่ผ่านมาเวลาตนเองทำงานเมื่อว่างก็จะทักถามว่า วันนี้น้องไทม์เป็นยังไงบ้าง ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จะมีก็แค่บอกว่าน้องไทม์ชอบนอนดิ้นและนอนคว่ำหน้า พร้อมส่งภาพถ่ายมาให้ดู และเมื่อต้นเดือนทางพี่เลี้ยงทักมาขอเงินเพิ่มเป็น 7 พันซึ่งตนก็ไม่ได้ปฎิเสธ

กระทั่งช่วงบ่าย 4 โมง วันนี้พี่เลี้ยงโทรมาบอกว่าน้องไทม์ไม่หายใจมตนจึงรีบออกจากที่ทำงานมาดูก็เขากำลังช่วงปั๊มหัวใจน้องไทม์อยู่ ซึ่งตอนนั้นตัวเขียวไปแล้ว ตนเองจึงรีบอุ้มลงมาข้างล่างเพื่อส่งโรงพยาบาลและวิ่งออกไปรอรถพยาบาลที่พี่เลี้ยงโทรเรียกไว้ที่ริมถนน พอรถพยาบาลมาถึงก็ไม่ทันแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ยังงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยังบอกอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ส่วนที่พี่เลี้ยงกล่าวอ้างก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมดแต่ก็ไปกล่าวหาเขาไม่ได้ คงต้องรอผลการชันสูตรจากหมออีกที

จากการสอบถามนางสาวโจ้ (นามสมมุติ) พี่เลี้ยงเด็ก ให้การว่า ได้เลี้ยงดูน้องไทม์มาประมาณ 3-4 เดือน พ่อและแม่น้องได้นำมาจ้างเลี้ยงเนื่องจากไม่มีเวลา ปกติน้องเป็นเด็กไม่ดื้อ แต่ก่อนหน้านี้แม่น้องเปลี่ยนคนเลี้ยงมาหลายคนแล้ว โดยแม่น้องบอกว่าน้องงอแงและซน จนมาอยู่กับตน ซึ่งตนก็เลี้ยงลูกอีก 1 คน โดยปกติน้องไทม์เป็นเด็กไม่ดื้อ แต่จะมีร้องตอนจะนอน

ก่อนเกิดเหตุตนอยู่กับ นายแบงค์ (นามสมมุติ) แฟนหนุ่มของตน ช่วงประมาณบ่าย 2 น้องไทม์เกิดนอนหลับอยู่ รวมถึงตนเองก็หลับพร้อมกับลูก ส่วนนายแบงค์ แฟนของตนเองได้เดินออกไปซื้อข้าวนอก กระทั่งนายแบงค์ กลับมาที่ห้องสังเกตเห็นน้องไทม์หลับสนิทสภาพนอนคว่ำหน้า และมีผ้าขนหนูพันรอบคอและลำตัว นายแบงค์จึงรีบกระชากผ้าออก ประกอบกับพบว่าน้องไทม์อุจาระราดใส่ที่นอนจำนวน จึงรีบพลิกตัวออก ก่อนพบว่าน้องไทม์หน้าซีด หมดสติ และไม่มีลมหายใจ จึงรีบโทรไป 1669 เพื่อขอรถพยาบาล และทำการช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำแพทย์ โดยการปั๊มหัวใจ และเป่าปาก ขณะเป่าปาก พบมีน้ำมูกไหลออกจำนวนมาก กระทั่งพบว่าน้องเสียชีวิต

นางสาวโจ้ พี่เลี้ยงเด็ก เปิดเผยอีกว่า ขณะที่เลี้ยงดูน้องไทม์ เวลาแม่น้องเอาน้องมาส่งให้ช่วงเช้า 8 โมงและ 10 โมง บางวันพบว่าร่างกายน้องมีบาดแผล เป็นจุด รอยคล้ายบุหรี่จี้ ก็จะรีบถ่ายรูปส่งไปให้แม่น้องดูทันที รวมถึงเคยพบว่า เบ้าตาน้องเขียวเป็นจ้ำ ๆ แต่แม่น้องบอกว่า แผลมาจากของเล่นที่น้องเล่นซนเอง โดยเฉพาะแผลคล้ายรอยถูกบุหรี่จี้ แม่น้องกลับบอกว่า ถูกยุงกัดบ้าง แต่มี 1 ครั้งตนเองทำน้องตกจากเตียง แต่ก็รีบโทรไปแจ้งแม่น้องไทม์ทันที พร้อมกับส่งรูปไปให้ดูตลอด

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเบื้องต้นแพทย์ พบร่องรอยบาดแผลหลังใบหู ริมฝีปาก และรอยฟกช้ำที่เบ้าตา ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งร่างไปให้แพทย์ชันสูตรที่แผนกนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...