‘อานิสงส์กริพเพน’ ซีอีโอ Saab ไม่เห็นสัญญาณดีมานด์แผ่ว
เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงาน นายมิคาเอล โยฮันส์สัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) Saab AB กล่าวกับบลูมเบิร์กทีวี เมื่อวันศุกร์ (23 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังการรายงานผลประกอบการไตรมาสสาม ซึ่งออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
“ความต้องการในฝั่งของเราอยู่ในระดับสูงมาก” ซีอีโอกล่าว
“เรายังไม่เห็นสัญญาณว่าความต้องการดังกล่าวจะแผ่วลงแต่อย่างใด”
ยอดคำสั่งซื้อของ Saab ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า คิดเป็นมูลค่า 6.58 หมื่นล้านโครนาสวีเดน (6.6 พันล้านดอลลาร์) ได้อานิสงส์จากคำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่น Gripen E และระบบเตือนภัยล่วงหน้า GlobalEye ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สตอกโฮล์มปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.8%
ไม่เพียงเท่านั้นความต้องการในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลิตภัณฑ์รายการใหญ่ของบริษัท แต่ลูกค้ายังหันมาให้ความสนใจระบบอัตโนมัติเพื่อนำไปใช้เสริมศักยภาพให้กับแพลตฟอร์มที่ต้องใช้กำลังพลควบคุมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Saab ยังคงเดินหน้าโน้มน้าวให้แคนาดาพิจารณาแนวทางการใช้ฝูงบินแบบผสมผสาน โดยเสนอให้มีการจัดหาเครื่องบินขับไล่กริพเพนเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากเครื่องบินขับไล่ F-35 ของบริษัทล็อกฮีดมาร์ตินที่แคนาดาได้สั่งซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว
เว็บไซต์ airdatanews.com รายงานว่า สัญญาใหญ่สุดของ Saab คือ สัญญาจัดหาเครื่องบินรบ Gripen E ให้ยูเครน 16 ลำ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เฉพาะสัญญานี้คิดเป็นราว 37% ของออเดอร์ทั้งหมดที่ Saab ได้ในไตรมาสสาม
ยิ่งไปกว่าสัญญาจากยูเครน Saab ยังมีกำหนดส่งมอบเครื่องบินรบ 16 ลำให้กับสำนักงานวัสดุกลาโหมสวีเดน ระหว่างปี 2029-2030 หมายความว่าคำสั่งซื้อใหญ่สุดในไตรมาสสามส่งผลต่อธุรกิจของบริษัทไปได้อีกหลายปี