โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

คำครหาที่พบเจอมาตลอด เป็นแรงผลักดันให้ ‘จูเนียร์-กรวิชญ์สูงกิจบูลย์’ ค้นพบเส้นทางที่ตัวเองรัก

ELLE Thailand

เผยแพร่ 28 เม.ย. 2565 เวลา 06.54 น. • ELLE Thailand

Little, Mini, Junior คำเหล่านี้เคยเป็นของแสลงสำหรับ จูเนียร์-กรวิชญ์สูงกิจบูลย์ หากปัจจุบันกลับเป็นคำที่เขายืดร่าง 169 เซนติเมตร ยอมรับอย่างไม่ติดขัด หนำซ้ำยังยืนหยัดอย่างท้าทาย ที่เป็นผู้ชายไซซ์มินิในวงการบันเทิงและแฟชั่น

ELLE MEN : เขียนไว้ในเพจ ‘ผู้ชาย size-mini’ ของตัวเองว่าสูงไม่ได้มาตรฐานชายไทยเรื่องนี้กระทบชีวิตอย่างไร?

JUNIOR : ผมเป็นคนตัวเล็ก ฉะนั้นการทำงานในวงการบันเทิง จึงโดนบูลลี่หนักมากดาราผู้ชายต้องตัวสูงต้องมี 175 เซนต์ขึ้นไป ต้องดูสมาร์ตเอาไปเข้าคู่กับนางเอกได้ เมื่อ 10 ปีก่อนผมทำงานยากมากคนว่าเราว่าไอ้เตี้ย ตัวเล็ก แต่เราเปลี่ยนสิ่งนี้ไม่ได้เราเกิดมาตัวเล็ก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมไม่มีทางถ่ายแฟชั่น ด้วยความรู้สึกมั่นใจได้เลยผมจะรู้สึกว่าเราไม่เหมาะกับงานตรงนี้ เราไม่มีรูปร่างที่จะถ่ายแบบแล้วดูดีผมเริ่มจากการเข้าบ้าน The Star 7 ในปีนั้นทุกคนสูงกันหมดเราตัวเตี้ยอยู่คนเดียว มันกลายเป็นปมและเป็นแรงผลักดันให้เราทำอะไรที่จะหักปมนั้นได้

ELLE MEN : เรื่องปมนี่ใครก็ช่วยไม่ได้เราต้องแก้เองแล้วจูเนียร์แก้ปมตัวเองอย่างไร?

JUNIOR : ถ้าผมสูง 180 แล้วหน้าไม่ดี ผมก็ยังไปทำศัลยกรรมแก้ไขได้ แต่เรื่องสรีระเราปรับได้มากสุดก็แค่เล่นฟิตเนสให้หุ่นฟิตขึ้นแค่นั้น แล้วผมเป็นเด็กต่างจังหวัดมาทำงานกรุงเทพฯ คนเดียวโดนบูลลี่เรื่องความสูงอีก ผมคิดเรื่องอยากฆ่าตัวตายตลอดเวลา แต่ฉุกใจคิดไปถึงพ่อแม่ว่าเขาจะอยู่อย่างไร ความคิดชั่ววูบจริงๆ ผมเลยตั้งสติและเริ่มต้นใหม่ลองดูอีกสักตั้ง ถ้าไม่เวิร์กผมจะไปเริ่มต้นจากศูนย์ที่ต่างประเทศละ ผมเป็นนักแสดงมา 6-7 ปีแสดงมาหมดทุกคาแรกเตอร์ แต่คนก็ยังไม่เห็นผลงานงั้นเราไปทำอย่างอื่นดีกว่า เลยเป็นแรงผลักดันให้เราเข้ามาในวงการแฟชั่น เริ่มทำเพจ ‘ผู้ชาย size-mini’ ซึ่งภายในปีเดียวมีคนตามเยอะขึ้นมาก แสดงว่ามีคนที่มีปัญหาเดียวกับเราเยอะ ผมแชร์สิ่งที่ผมใช้จริง ผมแต่งตัวแบบนี้ ใช้ของชิ้นนี้ พอคนเห็นว่าเราแต่งแบบนี้แล้วโอเค ก็ไปซื้อตามแฟชั่นเลยเข้ามาเยียวยาเรา และกลายเป็นอาชีพใหม่ของเราด้วย ตอนนี้ไม่ใช่ว่าเราแต่งตัวแล้วจบ เราต้องคิดต่อยอดไปถึงสิ่งที่เราใช้และชอบด้วย

ELLE MEN : แล้วผู้ชายไซซ์มินิแต่งตัวอย่างไร?

JUNIOR : ตอนเด็กๆ ผมชอบเสื้อผ้ามือสองไปเดินคุ้ยตาม เจเจบ้าง ตลาดปัฐวิกรณ์บ้าง แต่ก่อนแบรนด์อย่าง Uniqlo หรือ Muji ยังไม่เข้ามาเมืองไทย คนตัวเล็กแบบผมก็เลยไม่มีเสื้อผ้าไซซ์ที่ใส่ได้ หรือถ้ามีก็หายากมาก เลยต้องไปหาเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ไซซ์ XL ของผู้หญิง ผมจะใส่ได้พอดีถ้าเอว ใส่ได้ก็ซื้อแล้วไปตัดขาเอา อายนะ เวลาไปซื้อของผู้หญิงเมื่อ 10 ปีก่อนการที่ผู้ชายใช้ของผู้หญิงไม่ใช่เรื่องว้าว ใครแตกต่างจะกลายเป็นเหยื่อ แต่ทุกวันนี้เราพูดได้เต็มปากว่าเราซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงใส่ การบูลลี่โดนตัดทิ้ง คนให้เกียรติกันมากขึ้น ว่าคนคนนี้ตัวตนเขาแบบนี้สไตล์เป็นแบบนี้ แล้วยุคนี้ คนที่โดนบูลลี่ก็ไม่ยอมโดนเป็นเหยื่อด้วย จะลุกขึ้นมาฟาดกลับชีวิตเครียดพอแล้วถ้าจะมาเครียดกับคนรอบข้างอีกก็คงไม่ดีแน่

ELLE MEN : สิ่งที่จูเนียร์เป็น มันคือสิ่งที่คนเจนวายและเจนซีเป็นนะ คือ Body Positivity รักรูปร่างตัวเองอย่างที่เป็น

JUNIOR : ซิลวี (ภาวิดา มอริจจิ) เราอยู่ในบ้านThe Star ปีเดียวกัน ผมซัปพอร์ตเขามาตลอดเพราะเราหัวอกเดียวกันน้องก็โดนคอมเมนต์เรื่องรูปร่างมาเยอะ ผมก็จะไปเติมพลังให้น้องมีครั้งหนึ่งผมพาเขาไปไหว้พระที่ฮ่องกง เล่าให้เขาฟังว่าผมโดนคอมเมนต์เรื่องรูปร่างอย่างไรมาบ้าง “น้องพี่โดนแบบนี้ๆมานะถ้าน้องเดินออกจากตรงนั้นได้ชีวิตจะโลดแล่นเลย” วันที่น้องออกซิงเกิลเมื่อปีที่แล้วโอ้โห! ผมดีใจมาก น้องก็บอกว่าภูมิใจที่สู้มาด้วยกัน เวลาอ่านคอมเมนต์ในไอจีก็ยังเจอข้อความว่า “เจอตัวจริงเตี้ยมาก” ผมก็แบบ… ก็ไม่ได้อยากเตี้ยเนอะ มันก็ทำให้ผมฝึกสกิลถ่ายรูปไม่ให้ดูขาสั้น จะได้ใส่กางเกงสวยๆ ทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยโอเค เวลาไปเจอคนที่เจอเราแล้วบอกว่าตัวเล็กจัง ตัวจริงเตี้ยจัง เขาก็ไม่ได้ผิดหรอกเราก็ครับๆ มันคือสิ่งที่คนในวงการบันเทิงต้องรับผิดชอบกับความรู้สึกตัวเอง แต่ผมจะบอกว่า คำพูดน่ากลัวที่สุด มันเปลี่ยนชีวิตคนไปในทางดีและทางแย่ได้เลย คนเห็นเรายิ้มๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าเราผ่านอะไรมา ผมถูกตบมาเยอะจนเป็นผมอย่างทุกวันนี้

ELLE MEN : คนเสพโซเชียลต้องการความเรียลเขารู้ว่าคนนี้ใช้จริงหรือโฆษณา

JUNIOR : งานที่มีลูกค้าจ้าง คนก็รู้ครับว่านี่คืองานลูกค้า แต่เวลาทำงานผมจะลงไปคุยคอนเซปต์กับลูกค้าเองทุกครั้งถ้าลูกค้าสั่งมาเลยว่าจะเอาแบบนี้ๆ ผมจะบอกไปตรงๆ ว่าทำแบบนั้นคนจะไม่ดูนะ ก็ทำได้นะตามสั่งแต่หน้าผมจะออก (ยิ้ม) เราไม่ได้เอนจอยจริงๆ อย่างงานหนึ่งผมลงไปคัดเสื้อผ้าที่โกดังของแบรนด์เลย แล้วคนอาจจะคิดว่าผมใช้เงินช็อปปิงเยอะแยะ แต่ผมซื้อมาขายไปตลอด ไม่มีของชิ้นไหนที่รักมากจะเก็บมันไว้ตลอดไป ถ้าใช้งานแล้วประมาณหนึ่งผมก็ปล่อยของไป ผมมีร้านขายของมือสองด้วยเป็นพื้นที่ปล่อยของที่เราคิดว่าอยู่กับเราจนคุ้มแล้ว

ELLE MEN : ง่ายๆ ไม่ทำต้องทำให้ชีวิตมันยาก

JUNIOR : ถ้าผมงานเยอะๆ ไม่มีเวลาผมก็คงทำแบบนั้นแหละโพสต์ๆ ไปประมาณนี้แหละ ได้ละ โอเคละแต่ทุกวันนี้แฟชั่นคืองานของผม ไม่มีสักครั้งที่ทำงานตามเงินหรือคิดว่าประมาณนี้ก็พอ เพื่อนผมเคยคิดแบบนี้นะสุดท้ายงานก็จางๆ ลงไป เขาไม่ได้พัฒนาสกิลตัวเอง แต่ทุกงานผมเขียนสคริปต์เอง ถ่ายเอง ตัดต่อเอง พอวันหนึ่งที่ทำไม่ไหวก็มีทีมผมไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อาชีพอินฟลูเอนเซอร์มาเร็วไปเร็ว คนทำงานตรงนี้ก็เยอะแต่เราเห็นการเกิดดับในวงการบันเทิงมาเยอะครับ ก็พอจะคิดได้ว่าเราทำตรงนี้ให้ดีอย่าไปกังวลกับอนาคตเกินไป

ELLE MEN : เราเจอสัจธรรมในวงการบันเทิงมาว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่นั่น

JUNIOR : (หัวเราะ) ผมเจอมากับอาชีพนักแสดงเลย มันไม่ใช่ปัจจัยความพยายามอย่างเดียวที่จะทำให้เราสำเร็จ ผมตระหนกและตระหนักมาแล้ว ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเก่งในประเทศไทยเยอะมาก บางคนหน้าตาดีกว่าดาราอีกแต่ทำไมเขาไม่ประสบความสำเร็จ จังหวะมันไม่ได้ก็ไม่ได้มันแค่นั้นเอง มันเป็นเรื่องเดียวกันกับแฟชั่นนะ แฟชั่นมาแล้วก็ไปเหมือนกัน

ELLE MEN : สิ่งที่แย่กว่าการทำอะไรแล้วโดนด่า คือการทำอะไรแล้วไม่มีใครสนใจมีคนด่า แสดงว่ายังมีคนเห็น

JUNIOR : จริง ผมก็กลัวจะเป็นแบบนั้นนะ เราแก่ลงทุกวัน ถ้าคนส่วนใหญ่คิดว่าเราไม่ใช่ แล้วเราก็คงต้องไปหาทางใหม่ อย่างเรื่องการแสดงและนักร้องพิธีกรที่ผมเคยสู้มาแล้วไม่มีอะไรที่เกิดสักอย่าง

ELLE MEN : เป็นคนที่สามารถพูดถึงความล้มเหลวของตัวเองได้อย่างสบายๆมาก

JUNIOR : ผมล้มเหลวจากสิ่งที่เรารักและพยายามกับมัน อกหักจากวงการบันเทิงแต่ความล้มเหลว เป็นแรงผลักดันให้เราเริ่มทำงานด้านอื่นๆ แล้วความล้มเหลวก็สอนเราเยอะ เหมือนเราตกเหวลึกผมเพิ่งมาทำงานด้านแฟชั่นแค่ 3-4 ปีเราไปดำดิ่งในวงการบันเทิงอยู่ตั้งนาน ตอนนั้นคิดว่าอยากเป็นนักแสดงที่คนยอมรับว่า เราเล่นได้หลายบทไปเรียนมาหลายที่

ELLE MEN : เมื่อไรที่รู้ตัวว่าต้องยอมแพ้

JUNIOR : มันเป็นเซนส์ที่เราจะรู้ได้เอง ผมจะรู้อยู่ลึกๆ ทุกครั้งที่อะไรกำลังจะหายไปจากเรา ผมจะคุยกับแฟนคือ หนูนา (หนึ่งธิดา โสภณ) ตลอด แต่ก่อนหนูนามีหนังกวนมึนโฮที่คนจดจำแต่เด็ก สมัยนี้อาจจะไม่ได้รู้จักแล้ว เราต้องเปลี่ยนทางนำเสนอมุมมองอื่นให้คนเห็นเราต้องรีเฟรชตัวเองตลอด อย่าแช่อยู่จุดเดิม ถ้าเราอินกับอะไรก็ลองทำถ้าเกิดเป็นสิ่งที่คนให้การยอมรับก็ไปศึกษาเพิ่มเติม มันอาจจะเป็นงานใหม่ของเราก็ได้

ELLE MEN : อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นความทรงจำ

JUNIOR : อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นคน ไม่มีแรง ไม่มีไฟ ต้องหาอะไรทำอยู่เรื่อยๆ มันคือรสชาติชีวิตทุกวันนี้ เราพยายามหาทางทำงานที่เป็นไลฟ์สไตล์เราด้วย ลุกขึ้นมาสร้างโอกาสให้ตัวเอง ตอนเป็นดาราเราต้องนั่งรอโอกาสรองานต้องไปไหว้ผู้ใหญ่ทุกปี ให้เขาไม่ลืมหน้าเรา แต่นั่นก็คือการสร้างโอกาสนะ และเป็นสิ่งที่ควรจะทำด้วย อย่างหนูนาเคยอยู่ในยุคที่นั่งรอโอกาสผู้กำกับจะเห็นตัวละครนี้ เป็นหนูนาหรือเปล่าพอมีงานเรื่องหนึ่งแล้วก็หายไปครึ่งปีวนไป

ELLE MEN : อยากเห็นอะไรในสื่อ Soft Power เมืองไทยหรืออยากให้เปิดรับหรือมีการพูดคุยในเรื่องอะไร?

JUNIOR : ผมรู้สึกว่า งานศิลปะถูกตีกรอบจากคนที่มีอำนาจตัดสินใจ คนรุ่นใหม่สร้างสรรค์มากๆ หรือคนรุ่นเก่าที่ปรับตัวได้แล้วและอยากทำอะไรใหม่ๆ แต่เราทำไม่ได้เพราะถูกตีกรอบ คนทำงานก็เบื่อขึ้นทุกวันและหาทางออกไม่ได้ ผมเสียดายคนเก่งๆ ที่สู้กับระบบไม่ได้ผมคิดว่าทุกคนเคยทำงานแบบไฟแรง แต่ผลตอบรับไม่ดี มันทำให้เราหมดแรง ทำแทบตายไม่มีใครดู ถ้ามีความหลากหลายก็จะมีการพูดคุยถกเถียงกันแบบเปิดกว้าง ไม่ต้องตัดสินใจว่าอะไรถูกหรือผิดผมไม่อยากเจอเพื่อนแล้วถามว่าช่วงนี้งานเยอะไหม มีกี่งาน ผมอยากคุยกันว่าช่วงนี้ดูอะไรมา เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไรดาราเวลาเจอกันในกองละคร คนนี้บอกว่าถ่ายอยู่สองเรื่อง อีกคนนั่งเงียบไม่มีงานต่อ..

เรื่องโดย : Supakdipa Poolsap

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...