โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โคตรทหาร : ปฏิบัติการจัดแถว ประวัติศาสตร์ทหารไทย ผ่านคอลเล็กชันของสะสม

Sarakadee Lite

อัพเดต 16 ต.ค. 2565 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2565 เวลา 02.36 น. • สุกฤตา โชติรัตน์

หากใครได้ไปร่วมกิจกรรมย้อนอดีตสยามสมัยอยู่บ่อย ๆ ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา จะคุ้นตากับกลุ่มหนุ่มสาวคณะเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่ขะมักเขม้นกับการจัดเรียงยุทโธปกรณ์ขนาดเล็กบนโต๊ะขนาดกะทัดรัด ในชุดเครื่องแบบทหารต่างกรม ต่างกอง ที่พอดูออกว่าไม่ใช่ชุดที่สวมใส่จริงในปัจจุบัน โดยทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจอธิบายกับแขกผู้มาเยือนมุมกิจกรรมของพวกเขาถึงวัตถุประสงค์ของการมาร่วม โคตรทหาร คือชื่อของกลุ่มสมาชิกในวัยสิบกว่าถึงยี่สิบกว่าปีราว 12 คนกลุ่มนี้ เกินครึ่งเป็นคนรุ่นใหม่สังกัดกรม กองจริง ๆ แต่ต่างหน่วยงาน และมาร่วมด้วยจิตอาสาในงานอดิเรกที่ทุกคนรักและมีเป้าประสงค์เดียวกัน นั่นคือบอกเล่า ประวัติศาสตร์การทหารและการรบของกองทัพไทย

โคตรทหาร

ท่ามกลางสภาวะที่คนรุ่นใหม่ไม่น้อยตั้งคำถามถึงบทบาทและความสำคัญของอาชีพคนในเครื่องแบบในปัจจุบัน กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่เหล่านี้กลับมาสนใจอย่างเอาจริงเอาจังในด้านการอนุรักษ์เครื่องแบบ อาวุธ เครื่องยศ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการทหารไทยในอดีต สาเหตุมาจากอะไร ความหมกมุ่นในการหางานอดิเรกที่ต่างจากกระแสนิยมหลักของคนรุ่นเดียวกัน ความคลั่งไคล้ในความเท่ของเครื่องแบบย้อนยุคที่มีการตัดเย็บอันประณีตและรายละเอียดที่พิถีพิถัน หรือด้วยเหตุใดกันแน่ Sarakadee Lite ชวนไปพูดคุยกับ จ่ากองทัพ ชื่อเล่นของ จ่าอากาศโท ธีระ ศิริวัฒนกุล ทหารหนุ่มเลือดใหม่ในวัย 23 ปี รองหัวหน้ากลุ่มโคตรทหาร ที่ดูแลด้านกิจกรรมภาคปฏิบัติ ถึงที่มาและความเอาจริงเอาจังต่องานอดิเรกของเขาและเพื่อนสมาชิกกลุ่มโคตรทหาร

จ่าอากาศโท ธีระ ศิริวัฒนกุล

จากนักสะสมสู่นักประวัติศาสตร์ทหารไทย ที่ไม่ได้มากันแบบเล่น ๆ

ไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องสะดุดตากับภาพเครื่องแบบแปลกตาที่กลุ่มโคตรทหารสวมใส่ตลอดเวลากิจกรรม แต่เมื่อได้พูดคุยอย่างลงลึก หรือตามต่อไปยังแฟนเพจของกลุ่ม จะพบว่าพวกเขาไม่ได้สนใจเพียงแต่เครื่องแบบ แต่ยังลงลึกไปถึงประวัติบุคคลจากภาพที่สวมใส่เครื่องแบบนั้น ๆ ตามที่เสาะหาได้ ที่มาที่ไปของเหรียญตราหรือเครื่องหมายขั้นยศแต่ละชิ้น รวมถึงขั้นตอนการใช้อาวุธแต่ละชนิดอย่างถูกต้อง และการจัดแถวเตรียมหน่วยเพื่อพร้อมรบในสนามรบจริงอีกด้วย

โคตรทหาร
โคตรทหาร

“เพจโคตรทหาร มีมาได้ราว 3 ปีกว่า โดยก่อนหน้าผมทำเพจ Siam Military Uniform เมื่อราว 4-5 ปีมาก่อนซึ่งเน้นค้นคว้าด้านเครื่องแบบทหารไทยเป็นหลัก และมาเลิกไปเมื่อตัดสินใจเข้ารับราชการทหารอากาศ และควบรวมเพจกับทางโคตรทหารของพันตรีปิยะเจตน์ มีเดช อดีตข้าราชการทหารกองทัพบก หัวหน้ากลุ่มโคตรทหารในปัจจุบัน” จ่ากองทัพเล่าถึงที่มา

“ส่วนเพื่อนในกลุ่มคนอื่น ๆ ก็แล้วแต่คนว่าเริ่มสนใจอันไหนก่อน ระหว่างเครื่องแบบกับประวัติศาสตร์การทหาร แต่พวกเราต่างมีจุดเริ่มต้นเหมือนกันคือตั้งต้นจากการสะสมไปสู่ขั้นค้นคว้าวิจัย พยายามศึกษาว่าเครื่องแบบแต่ละชุด ยุทโธปกรณ์ หรือสิ่งของแต่ละชิ้นมีที่มาอย่างไร รวมถึงบริบทรอบข้าง ใช้ชีวิตอย่างไรภายใต้เครื่องแบบ หรือการใช้อาวุธเหล่านั้น จนถึงขั้นจำลองฉากหรือสถานการณ์จริงเมื่อเครื่องแบบและอาวุธเหล่านั้นถูกใช้ขณะปฏิบัติ ซึ่งเป็นบันไดไปสู่ข้อมูลต่าง ๆ อีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวของทหารไทยในอดีต”

ผู้ที่หลงใหลประวัติศาสตร์ทหารไม่ได้มีเพียงแต่ผู้ชาย

จากฐานแหล่งข้อมูลแรกอย่างอินเทอร์เน็ตเป็นที่ใช้ในการสืบค้น สมาชิก โครตทหาร ก็เข้าห้องสมุดบ้าง พิพิธภัณฑ์บ้าง เพื่อให้ได้บริบทของเครื่องแบบ อาวุธเก่า และสิ่งของแต่ละชิ้น ไปจนถึงสืบหาบุคคลที่ยังมีชีวิตหรือสมาชิกครอบครัวของบุคคลในภาพเก่าที่สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องยศที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอสัมภาษณ์ หรือดูข้าวของส่วนตัวที่ยังเหลือเก็บไว้อยู่ เหล่าทหารอาวุโสในวัยสูงอายุที่ยังมีชีวิต ทายาท หรือนักสะสมรุ่นพี่หลายท่านก็บริจาคมอบสิ่งของให้ จนทำให้คลังของสะสมของสมาชิกในกลุ่มรวมกันมีมูลค่ากว่าล้านบาทแล้วในขณะนี้

หลังจากรวมกลุ่มกันได้สักระยะ ประกอบกับมีของสะสมมากพอ เหล่าคณะโคตรทหารก็เริ่มอยากเปิดตัวสู่สาธารณะ เพื่อนำสิ่งของและความรู้ที่พวกเขาสั่งสมมาเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ เพราะคนทั่วไปมีความรู้เกี่ยวกับงานประวัติศาสตร์การทหารไทยน้อยมาก “โดยพวกเราเริ่มจากเสนอตัวขอเข้าไปร่วม เอาของสะสมเข้าไปนำเสนอ เริ่มแรกอาจมีติดขัดบ้าง แต่พอดำเนินกิจกรรมได้สักระยะก็ค่อยเป็นที่รู้จัก และหน่วยงามเริ่มเห็นความเอาจริงเอาจังของเยาวชนกลุ่มเรา จนในปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเอกชนเพียงกลุ่มเดียวที่ได้รับการยอมรับจากราชการ สามารถเข้าไปจัดกิจกรรมในกรม/กอง หรือหน่วยงานได้” จ่าธีระบอกเล่า

ด้วยหยดเหงื่อและหยาดน้ำตา (ลูกผู้ชาย)

กว่าสิบปีแล้วที่ทหารหนุ่มฝ่ายพัสดุของกองทัพไทยในปัจจุบันอย่างธีระเริ่มสะสมเสื้อผ้าและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับทหารไทยในอดีต เริ่มจากเห็นสมาชิกในครอบครัวแต่งชุดทหารไม่ซ้ำหน่วยกอง ด้วยหน้าที่และสังกัดที่ต่างกันไป ทำให้เด็กชายธีระเริ่มสนใจในรายละเอียดว่าแต่ละชุดเป็นของหน่วยไหน ตั้งต้นจากเจียดเงินค่าขนมมาตัดเครื่องแบบเหล่านี้ สะสมเครื่องทหารเก่าจากตลาดนัดแถวบ้านก่อน จนพัฒนาไปหาตามตลาดที่จตุจักร ไปจนถึงลงทุนไปต่างประเทศ

ด้วยความที่อยากเป็นข้าราชการทหารตามที่สมาชิกครอบครัวทางสายคุณพ่อและคุณแม่เป็นกันหลายคน ธีระจึงมุ่งมั่นรอคอยวันที่ได้เข้าบรรจุทำงานในกรม กอง โดยยอมใช้วุฒิมัธยมสอบกองหนุนเข้าไปก่อน (โดยกำลังรอเรียนปริญญาตรีเพื่อปรับวุฒิในอนาคต) ท่าทีที่แสดงแต่เยาว์วัยในเครื่องแบบของเขาทำให้โดนล้อเลียนอยู่บ่อยครั้งจากเพื่อนในโรงเรียนสมัยมัธยม

“ผมไม่ได้ชอบทหารในแง่ของมิติความเป็นเผด็จการ แต่ชอบในเครื่องแบบ ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาด้านความกล้าหาญในการสู้รบป้องกันประเทศ” ธีระเผย “แม้กระทั่งจากครอบครัวเอง ก็โดนต่อว่าเรื่องการใช้เงินมาทุ่มกับสิ่งสะสมพวกนี้มากเกินไป คงอยากให้ผมไปใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไปมากกว่า เพราะเขาเห็นผมถึงกับต้องไปทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาซื้อหาข้าวของที่หาไม่ได้ง่ายนักในยุคสมัยนี้”

จากการที่เป็นแกะดำในหมู่เพื่อนโรงเรียน โดนล้อบ้าง ร้องไห้บ้าง ว่างานอดิเรกของเขาถึงต้องโดนหมิ่นด้วย แต่ธีระก็พูดย้ำกับตัวเองว่า ถ้ามัวแต่ท้อแท้ก็จะไม่มีใครเห็นความสำคัญในสิ่งของที่เขาสะสม ในอนาคตคนรุ่นหลังก็อาจจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ให้อาศัยเรียนรู้ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสังคมไทย ที่บางชิ้นในพิพิธภัณฑ์เองก็ยังไม่มี

แวดวงเล็ก ๆ ของคนใจรักษ์

สมาชิกจำนวนไม่น้อยของ โคตรทหาร และกลุ่มอื่น ๆ ที่สนใจนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การทหารของชาติและยุคสมัยต่าง ๆ มักจะเริ่มการเข้าสู่แวดวงนักสะสมจากการเป็นนักคอสเพลย์ (คนที่รักการสวมใส่ชุดตัวละคร การ์ตูน หรือบุคคลหรือเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ฯลฯ เป็นงานอดิเรก โดยมักรวมกลุ่มกันเพื่อถ่ายรูปลงตามโซเชียลมีเดียต่าง ๆ) โดยเป็นสายด้านเครื่องแบบทหารธีระก็เช่นกัน เขาให้มุมมองว่าความแตกต่างระหว่างการเป็นนักคอสเพลย์กับนักจำลองประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องแบบ (Re-Enactor) คือการดูแลรักษาชุดและข้าวของอย่างต่อเนื่อง ไม่ทิ้งขวางหรือยกให้คนอื่นยามเบื่อง่าย ๆ และเอาจริงเอาจังกับข้อมูลแวดล้อมของชุดที่สวมใส่ ไม่ติดยึดแต่เพียงความเท่

“หลัง ๆ มีตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนของสะสมด้านการทหารทางอินเทอร์เน็ตก็ทำให้ซื้อขายง่ายขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยมูลค่าของสิ่งของที่สูงขึ้นด้วย” ธีระที่เริ่มมีคอลเล็กชันของตัวเองจำนวนไม่น้อยบอก

ของสะสมที่ไม่ได้มีเพียงสิ่งของ

ในแง่การดูแลรักษาของสะสมที่หลายชิ้นมีอายุ ทางกลุ่มโคตรทหารก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้วิธีในการดูแลรักษาจากผู้ชำนาญ ทั้งจากทางเจ้าหน้าที่ มิวเซียมสยาม (Museum Siam) องค์กรที่ทางกลุ่มได้มาร่วมกิจกรรมอยู่บ่อยครั้ง จากเพื่อนของกลุ่มที่ทำงานที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารรับผิดชอบในการดูแลสิ่งของในพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์การสู้รบที่นั่นโดยตรงรวมถึงแหล่งอื่น ๆ โดยสิ่งที่ยากที่สุดคือเครื่องแบบ ที่จะต้องตัดเย็บและบางครั้งทำเครื่องหมายขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะต้องทำให้ถูกต้องกับชุดในอดีตมากที่สุดโดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ไม่มีข้อมูลอ้างอิงเป็นลายลักษณ์อักษรในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นตัวช่วยที่สำคัญ โดยปกติประกาศในราชกิจจาฯจะแจกแจงรายละเอียดเหล่านี้ และสามารถสืบค้นได้ทางอินเทอร์เน็ต แล้วนำมาเทียบกับรูปจริงที่ใส่ถ่ายหรือจากตอนที่ไปรบกัน

“แค่ชุดพื้นฐานที่ใส่ ค่าผ้าก็ร่วมพัน ค่าตัดก็กว่าสามพัน เบ็ดเสร็จก็ต้องมีเงินห้าพันในมือสำหรับ 1 ชุด หลัง ๆ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี สมาชิกบางคนไร้งาน ทุนรอนที่มาใช้สอยในกิจกรรมก็น้อยลง ทำให้เข้าร่วมกิจกรรมได้น้อยลง เป็นอุปสรรคอยู่เหมือนกันในขณะนี้” รองหัวหน้ากลุ่มโคตรทหารบอกกล่าว

ก่อนเลิกแถว

มีการนิยามรูปแบบกิจกรรมที่ทางกลุ่มโคตรทหารทำอยู่ว่าเป็นการจำลองประวัติศาสตร์ผ่านการสวมใส่เครื่องแบบและเลียนแบบเหตุการณ์ในอดีต ตามศัพท์ภาษาอังกฤษที่เรียกกว่า Historical Reenactment ซึ่งเติบโตพอสมควรในกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในชุมชนเมืองของสังคมไทย โดยมีช่องทางการสื่อสารและนำเสนอผ่านทางโลกโซเชียลมีเดียบ้าง การพบปะพูดคุยระหว่างภายในกลุ่ม ระหว่างกลุ่ม และกับสาธารณะชน รวมถึงผลิตผลงานออกมาในรูปสารคดีและหนังสั้นบ้าง รวมถึงร่วมมือกับภาคส่วนอื่น ๆ อย่างการไปเป็นที่ปรึกษางานถ่ายภาพนิ่งหรือภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์ที่มีตัวละครทหารหรือฉากสู้รบ

ผู้ที่ใช้เวลาในแวดวงนี้มาหลายปีอย่างธีระให้ข้อมูลว่ากลุ่มต่าง ๆ ที่มีต่างรู้จักกันแทบหมด และต่างเป็นพันธมิตรกัน โดยแบ่งขอบเขตและเนื้อหาไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน ทั้งนี้ ถ้าเมื่อเอาทุกกลุ่มมาอยู่ด้วยกัน จะเห็นได้ว่าต่างช่วยเติมเต็มประวัติศาสตร์ทหารสมัยใหม่ของไทยและประเทศเพื่อนบ้านในแต่ละช่วง ทำให้เกิดภาพรวมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ทางโคตรทหารจะรับผิดชอบส่วนของทหารไทยในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือก่อนหน้าเล็กน้อยจนถึงยุคสงครามเกาหลี ในขณะที่กลุ่ม Pad 1968 จะเน้นหนักช่วงสงครามเวียดนามในยุคถัดมา โดยมี 2483 Reenactment Group เป็นกลุ่มใหญ่ที่จับกรอบกว้าง ๆ ของช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงสงครามอินโดจีน รวมถึง Bankoku Kudou Butai ที่ว่าด้วยทหารญี่ปุ่นในช่วงประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มแนวนี้กลุ่มแรก ๆ ของไทย มีกลุ่ม Korat Reenactors ที่รวบรวมสมาชิกด้านนี้ในนครราชสีมา และWartime Asia ที่เน้นด้านค้นคว้าเนื้อหาเป็นหลักของสงครามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในไทยและเอเชีย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามบทความและกิจกรรมของทางโคตรทหารได้ทางแฟนเพจเป็นช่องทางหลัก นอกจากนี้ทางกลุ่มมักจะมาร่วมงานเสาร์สนามไชย ที่มิวเซียมสยามซึ่งจัดทุกเสาร์ของทุกต้นเดือนในช่วงบ่าย หรือตามงานวาระวันสำคัญของเหล่าทหารผ่านศึก หรือตามกิจกรรมเสวนาประวัติศาสตร์การสงครามร่วมสมัยของไทยที่แจ้งไว้ก่อนในเพจ ทั้งนี้กลุ่มโคตรทหารยินดีที่จะรับสมาชิกใหม่ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้สนใจ หรือประสงค์จะบริจาคสิ่งของ

ภาพในฝันของโคตรทหาร รวมถึงกลุ่มนักจำลองประวัติศาสตร์ทหารผ่านการสวมใส่เครื่องแบบ คือการมีการจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การรบอย่างเต็มรูปแบบ เหมือนที่ต่างประเทศมักทำกันในวันครบรอบเหตุการณ์สู้รบที่สำคัญ ๆ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกนาน และต้องรอให้สังคมเกิดความเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ และคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับสังคมที่มีจำนวนผู้สนใจในกิจกรรมเช่นนี้ไม่ถึงครึ่งร้อย

“จริง ๆ ประวัติศาสตร์การทหารเป็นเรื่องใกล้ตัว มีอยู่ตามชื่อถนนหนทาง สถานที่หลายแห่งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเรื่องราวเหล่านี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมประเทศชาติได้เป็นอย่างมาก และพวกผมก็เชื่อว่าสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่เป็นหนทางอันหนึ่งที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ว่า” จ่าธีระ กล่าวปิดท้าย

Fact File

ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม โคตรทหาร ได้ที่ www.facebook.com/KODETAHARN

The post โคตรทหาร : ปฏิบัติการจัดแถว ประวัติศาสตร์ทหารไทย ผ่านคอลเล็กชันของสะสม appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...