โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Rolex ปรับขึ้นราคานาฬิกาในยุโรปครั้งที่ 2 ในปีนี้ พุ่งกว่า 5% หลังค่าเงินผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 พ.ย. 2565 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2565 เวลา 09.53 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ว่า Rolex SA ขึ้นราคาขายปลีกสำหรับนาฬิกาในยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ เนื่องจากความผันผวนของค่าเงิน รวมถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า

ผู้ผลิต Daytona, Submariner และ Oyster Perpetual ในเจนีวากล่าวว่าได้เพิ่มราคาในทวีปประมาณ 5% ซึ่งตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นที่คล้ายกันในสหราชอาณาจักรในเดือนกันยายน เพื่อตอบสนองต่อค่าเงินปอนด์ที่ลดลง

ทั้งนี้นาฬิกาโครโนกราฟรุ่น Rolex Daytona ที่ถูกที่สุดซึ่งมีราคาอยู่ที่ 13,900 ยูโร หรือราว 13,583 ดอลลาร์ ในเดือนมกราคม ตอนนี้มีราคาอยู่ที่ 14,600 ยูโร เพิ่มขึ้น 5.04%

โดยการเคลื่อนไหวของยุโรปถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ Rolex ขึ้นราคาขายปลีกในปีนี้ ในเดือนมกราคมราคาในตลาดส่วนใหญ่พุ่งขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 3.5% สำหรับรุ่นต่างๆ โดยรุ่นสปอร์ตเหล็กตามความต้องการบางรุ่นมีราคาแพงกว่ามากถึง 10%

ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงต่ำกว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อต้นปีนี้ ท่ามกลางสัญญาณของความอ่อนแอทางเศรษฐกิจทั่วทั้งทวีป เงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน และความคาดหวังของนโยบายการเงินที่ตกต่ำจากธนาคารกลางสหรัฐ

ทั้งนี้ Rolex เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูของสวิสที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 29% และยอดขายประจำปีอยู่ที่ประมาณ 8 พันล้านฟรังก์สวิส หรือราว 7.9 พันล้านดอลลาร์

อ้างอิง : https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-11-04/rolex-prices-are-rising-in-europe-as-dollar-stays-strong?srnd=markets-vp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...