โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยูเอสเอส ซัมวอลต์ เรือพิฆาตผิวน้ำสุดล้ำหน้าของสหรัฐ เยือนเอเชียตะวันออก

Khaosod

อัพเดต 28 ก.ย 2565 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2565 เวลา 17.00 น.
The guided-missile destroyer USS Zumwalt sails through the Pacific Ocean on April 13, 2022.

ยูเอสเอส ซัมวอลต์ เรือพิฆาตผิวน้ำสุดล้ำหน้าของสหรัฐ เยือนเอเชียตะวันออก

วันที่ 27 ก.ย. ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ยูเอสเอส ซัมวอลต์ (USS Zumwalt) เรือพิฆาตผิวน้ำที่ล้ำหน้าที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐ ปรากฏตัวในรูปแบบล่องหน ในภารกิจการเยือนมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ที่อาจเป็นพื้นที่ติดตั้งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก (ความเร็วเหนือเสียง) ของสหรัฐในภูมิภาคในที่สุด

เรือเอกมาร์ก แลงฟอร์ด โฆษกกองเรือที่ 7 กองทัพเรือสหรัฐระบุว่า ซัมวอลต์มาถึงญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ก.ย. หลังเทียบท่าเรือในเกาะกวมเมื่อสัปดาห์ก่อน

แถลงการณ์กองทัพเรือสหรัฐระบุว่า ซัมวอลต์ได้รับการประจำกองเรือพิฆาต 15 (Destroyer Squadron 15) กองเรือพิฆาตที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐ ประจำการนอกสหรัฐ โดยปฏิบัติการจากฐานทัพเรือโยโกสุกะ ใกล้กรุงโตเกียว

เรือตรีแคเธอรีน เซอร์ราโน โฆษกกองเรือพิฆาต 15 ระบุว่า "ซัมวอลต์มีบทบาทสำคัญในการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างความมั่นใจแก่พันธมิตรและหุ้นส่วนของเราในภูมิภาค"

ยูเอสเอส ซัมวอลต์ เป็นเรือลำแรกจากทั้งหมด 3 ลำในชั้นเรือพิฆาตขีปนาวุธนำวิถีหลายภารกิจ ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐระบุจะสร้างความซับซ้อนระดับใหม่ในสนามรบสำหรับคู่ต่อสู้ที่มีศักยภาพ

ในมหาสมุทรแปซิฟิก หนึ่งในคู่ต่อสู้ที่มีศักยภาพคือจีนอย่างเห็นได้ชัด และซัมวอลต์จะได้รับความสนใจจากจีนอย่างแน่นอน

คาร์ล ชูสเตอร์ อดีตกัปตันกองทัพเรือสหรัฐ นักวิเคราะห์ บอกว่า "การปรากฏตัวของเรือพิฆาตล่องหนจะดึงดูดความสนใจจากจีนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากซัมวอลต์ได้รับการติดตั้งด้วยอาวุธไฮเปอร์โซนิก"

และเวลานั้นอาจอยู่ไม่ไกล

รายงานจากสถาบันนาวิกโยธินสหรัฐ (US Naval Institute) เมื่อเดือนส.ค.ระบุว่า ซัมวอลต์จะได้รับการอัพเกรดปีหน้าเพื่อรองรับต้นแบบอาวุธความเร็วสูง (Common Hypersonic Glide Body: C-HGB) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้เครื่องยนต์จรวดบูสเตอร์ (booster rocket motor) เพื่อยิงขีปนาวุธที่ความเร็วเหนือเสียง

รายงานสำนักวิจัยรัฐสภา (Congressional Research Service) เมื่อเดือนพ.ค. 2565 ระบุว่า "C-HGB จะต้องสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างง่ายดายขณะเคลื่อนที่, ยากต่อการตรวจจับและสกัดกั้น และสามารถเดินทางด้วยความเร็วมัค 5 หรือสูงกว่า … เร็วกว่าความเร็วเสียงอย่างน้อย 5 เท่าหรือสูงถึง 20,921 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน C-HGB มีจุดมุ่งหมายเพื่อสามารถทำลายเป้าหมายโดยอาศัยความเร็วของมันเพียงอย่างเดียว"

ยูเอสเอส ซัมวอลต์

USS Zumwalt Photograph:( AFP )

ซัมวอลต์บดบังรัศมีเรือพิฆาตสหรัฐลำอื่นๆ

เอกสารข้อมูลกองทัพเรือสหรัฐระบุว่า ซัมวอลต์เป็นเรือพิฆาตผิวน้ำที่ใหญ่ที่สุดและล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดในโลก ด้วยความยาว 185 เมตร และระวางขับน้ำ 16,000 เมตริกตัน

ในทางกลับกัน เรือพิฆาตชั้นอาร์เลห์เบิร์ก (Arleigh Burke) ซึ่งเป็นแกนหลักของกองเรือกองทัพเรือสหรัฐ มีความยาวสั้นกว่าที่ 30 เมตร พร้อมระวางขับน้ำต่ำกว่าที่น้อยกว่า 10,000 เมตริกตัน

ส่วนเรือพิฆาตผิวน้ำที่ใหญ่ที่สุดของจีน เรือพิฆาตไทป์ 055 (Type 055 destroyer) มีระวางขับน้ำราว 12,000 ถึง 13,000 เมตริกตัน แต่แม้ว่ากองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนไม่สามารถเทียบขนาดของซัมวอลต์ได้ แต่สามารถชนะการต่อสู้ในเชิงปริมาณได้อย่างแน่นอน

กองทัพเรือสหรัฐจะมีเรือ 3 ลำในชั้นซัมวอลต์ โดย 2 ลำ ที่เหลือ ได้แก่ ยูเอสเอส ไมเคิล แมนซูร์ (USS Michael Mansoor) และยูเอสเอส ลินดอน บี. จอห์นสัน (USS Lyndon B. Johnson) ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะที่กองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนมีไทป์ 055 ใช้งาน 6 ลำ และน่าจะมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อเรือขนาดใหญ่ที่จะเห็นกองเรือจีนแซงหน้าสหรัฐ เพื่อกลายเป็นกองเรือขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ยูเอสเอส ซัมวอลต์ ได้รับการติดตั้งด้วยท่อยิงแนวดิ่ง (vertical launch cells) 80 ท่อสำหรับขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายพื้นดินและทะเล ตลอดจนจรวดต่อต้านเรือดำน้ำ แต่ไทป์ 055 มีท่อยิง 112 ท่อที่สามารถทำงานได้เหมือนกัน

กองทัพเรือสหรัฐระบุว่า ซัมวอลต์เผยนวัตกรรมมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือการออกแบบที่ล่องหน

"การออกแบบตัวถังข้างเรือโค้งเข้าแหวกฝ่าคลื่นช่วยอำนวยความสะดวกกับความก้าวหน้ามากมาย โครงสร้างส่วนบนแบบผสมช่วยลดการสะท้อนเรดาร์และลวดลายอื่นๆ อย่างมาก ทำให้ศัตรูในทะเลตรวจจับเรือยากขึ้น" กองทัพเรือสหรัฐระบุ

ยูเอสเอส ซัมวอลต์

Credit: US Navy

โครงการเจ้าปัญหา

เรือพิฆาตชั้นซัมวอลต์เป็นโครงการที่มีการโต้เถียงและมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับกองทัพเรือสหรัฐ ด้วยต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น เรือทั้งสามลำในชั้นดังกล่าวมาพร้อมราคาลำละราว 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (303,924 ล้านบาท) ตามรายงานของสำนักงานความรับผิดชอบของรัฐบาล (จีเอโอ) ประจำปี 2561 ที่รายงานต่อรัฐสภา

รายงานสำนักวิจัยรัฐสภาระบุว่า ราคาเรือต่อลำดังกล่าวจะลดลงอย่างมาก หากกองทัพเรือดำเนินการตามแผนเดิมในการสร้างเรือพิฆาตขนาดใหญ่ 32 ลำ แต่จำนวนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 3 ลำในปัจจุบัน หลังสำนักวิจัยรัฐสภาตัดสินใจว่า ซัมวอลต์จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก ปฏิบัติภารกิจป้องกันขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธ ซึ่งเรือพิฆาตชั้นอาร์เลห์เบิร์กสามารถทำได้ในราคาถูกกว่านั้น

ซัมวอลต์ยังเริ่มใช้งานล่าช้า หลังได้รับมอบหมายในปี 2559 แต่กองทัพเรือต้องใช้เวลา 4 ปีในการยอมรับการส่งมอบขั้นสุดท้ายจากบริษัทต่อเรือเจเนรัล ไดนามิกส์ (General Dynamics) หลังระบบทั้งหมดได้รับการตรวจสอบแล้ว

เจ้าหน้าที่กองทัพเรือนายหนึ่งระบุว่า การเคลื่อนไหวของเรือรบโดยปกติมักใช้ศัพท์ "deployments" แต่กองทัพเรือไม่ได้ใช้ศัพท์ดังกล่าวในการปรากฏตัวครั้งล่าสุดของซัมวอลต์ในมหาสมุทรแปซิฟิก

"ขณะที่เรือและลูกเรือได้รับมอบหมายอย่างที่เรือปกติจะเป็น การทำงานของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบูรณาการกองเรือเพื่อแนะนำประเภทของเรือเข้ากับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติภารกิจ และทำความเข้าใจว่า เรือลำนี้ทำงานดีที่สุดกับเรืออื่นอย่างไร” เจ้าหน้าที่ระบุ

ด้าน คาร์ล ชูสเตอร์ นักวิเคราะห์จากฮาวาย เรียกการเคลื่อนไหวของซัมวอลต์ “มีความเป็นการเมืองมากกว่าการทหาร” จนกว่ากองทัพเรือจะสามารถนำอาวุธความเร็วเหนือเสียงเหล่านั้นติดตั้งบนเรือได้

“ด้วยเงินจำนวนมากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลำ กองทัพเรือกำลังดิ้นรนเพื่อค้นหาภารกิจสำหรับเรือติดอาวุธเบาเหล่านี้ในปัจจุบัน” ชูสเตอร์กล่าวแต่เสริมว่า นั่นจะทำให้กองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนมีเรื่องต้องขบคิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
สหรัฐฯซุ่มเงียบ แอบทดสอบขีปนาวุธเหนือเสียง-เลี่ยงปะทะรัสเซีย
ปืนเลเซอร์พลังงานสูง กองทัพเรือสหรัฐอวดอาวุธใหม่ ทดสอบยิงเครื่องบินกลางฟ้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...