SPRC ขาดทุนไตรมาส 2/2566 งดจ่ายปันผลครึ่งปีแรก
SPRC ขาดทุน 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐไตรมาส 2/2566 เซ่นพิษราคาน้ำมัน-น้ำมันขาดสต๊อก ประกาศงดจ่ายปันผลครึ่งปีแรก
วันที่ 9 สิงหาคม 2566 บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2/2566 โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,557 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,736 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผลกำไรสุทธิจำนวน 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้รายได้รวมลดลงเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเผชิญแรงกดดันอย่างมาก ในขณะที่ค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลงและการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันส่งผลให้เกิดผลขาดทุนในไตรมาสนี้
ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการของ SPRC อนุมัติงดจ่ายปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2566 งวดดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566
เนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนจำนวน 24.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566
โดยไตรมาสที่ 2/2566 ค่าการกลั่นตลาดอยู่ที่ 1.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 6.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อันเป็นผลมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อน้ำมันดิบที่อ่อนลง โดยได้รับแรงกดดันจากความต้องการผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ลดลง
ส่วนปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 159 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 91% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 162 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 93% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด
นายโรเบิร์ต โดบริค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SPRC กล่าวว่า จากราคาน้ำมันในไตรมาส 2 ของปี 2566 ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากหลายปัจจัย อาทิ ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และระดับการส่งออกจากจีนและรัสเซียที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้แม้ว่าราคาน้ำมันจะได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของซาอุดีอาระเบียในการลดกำลังการผลิตลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม
รวมถึงเป็นช่วงเวลาของการซ่อมบำรุงโรงกลั่น และความต้องการของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่เพิ่มขึ้นในช่วงการเดินทางหน้าร้อนนี้ ล้วนส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน
“SPRC ยังสามารถรักษาระดับอัตราการผลิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ และยังคงไว้ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อค่าการกลั่นที่ดีจากโครงการปรับปรุงผลกำไร (BLIP)”
นายโรเบิร์ตกล่าวเสริมว่า ยิ่งไปกว่านั้น SPRC ยังคงมุ่งหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมกันกับประเมินโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่มูลค่า เพื่อสร้างมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นในระหว่างช่วงเวลาของการซ่อมบำรุงใหญ่ในปี 2568 อีกทั้งมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความยั่งยืนอย่างแท้จริง