พฤกษาสวรรค์หวนคืน(จบแล้ว)(มี E-Book)
ข้อมูลเบื้องต้น
เทพพฤกษาที่ดวงจิตแตกดับเมื่อครั้งทำสงครามเทพมารต้องมาอยู่ในร่างคุณหนูผู้น่าสงสาร ถูกขับออกจากตระกูล โดนน้องสาวต่างมารดาแย่งคู่หมั้น แต่เทพเซียนเช่นนางสนใจที่ไหนกัน เธอสนเพียงการแก้แค้นให้มารดาและเจ้าของร่างที่จากไปให้สาสมกับที่คนเลวพวกนั้นพยายามที่จะทำลายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้นเอง
“เตรียมใจไว้เถิด จงใช้ชีวิตที่แย่งชิงของผู้อื่นมาให้คุ้มค่า ก่อนที่ข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้สึกอยากตายเสียยังดีกว่าอยู่บนโลกใบนี้”
*สวัสดีค่ะ ไรท์เป็นนักเขียนมือใหม่ หากมีข้อผิดพลาดอะไรคุณนักอ่านสามารถแนะนำได้เลยนะคะ
*เนื้อเรื่องจะเป็นการดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนนะคะ เน้นที่ตัวนางเอกที่เคยเป็นเทพเซียนจากภพอื่นได้เรียนรู้และลองใช้ชีวิตบนโลกปัจจุบันดูค่ะ
*นิยายเรื่องนี้เนื้อเรื่องหาได้ทั่วไปแต่เราตั้งใจแต่งและเรียบเรียงให้ออกมาในแบบที่เราต้องการมากที่สุด อยากให้คุณนักอ่านลองเปิดใจดูนะคะ
*นิยายเรื่องนี้จะมีการเผยแพร่ทุกวันวันละ 1-2 ตอน ตามเวลาที่แจ้งบนชื่อตอนนั้น ๆ นะคะ
#นักเขียนมือใหม่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
ช่องทางการติดตาม
เฟสบุ๊กเพจ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100084267655608
เฟสบุ๊กนามปากกา
https://www.facebook.com/profile.php?id=100083069943311
วิญญาณสาวผู้เฝ้ามอง (เล่ม 1)
พฤกษาสวรรค์หวนคืนเป็นเรื่องราวของเทพพฤกษานางหนึ่งที่สละตนเพื่อหยุดสงครามระหว่างเหล่าเทพเซียนและเผ่ามาร จนตนเองเหลือเพียงดวงจิตสุดท้ายล่องลอยไปยังภพภูมิและยุคสมัยที่ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน
ในตอนนี้นางกำลังเฝ้ามองดูชีวิตของคุณหนูผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งที่เกิดในตระกูลที่มีฐานะร่ำรวยสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง
ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยเหมือนครอบครัวอื่น ๆ ผู้เป็นแม่ ‘จงเจียวเหม่ย’ มาจากตระกูลใหญ่มีความรู้ความสามารถสมบูรณ์พร้อม เธอแต่งงานกับ ‘เฉิงเจี๋ย’ ชายหนุ่มผู้มากความสามารถฉลาดเฉลียวและมีหัวในการทำธุรกิจ
เมื่อทั้งคู่แต่งงานกัน ก็ได้เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็นของตนเอง โดยผู้เป็นภรรยาเป็นคนออกกำลังทรัพย์ ส่วนผู้เป็นสามีเป็นคนบริหารจัดการ โดยหุ้นส่วนแบ่งออกเป็น ภรรยา 35% สามี 25% และผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ อีก 40% ด้วยความที่ภรรยาลงทุนทุกอย่างให้เขา โดยเขาใช้เพียงความสามารถล้วน ๆ ในการบริหาร เธอจึงมีสิทธิ์ถือหุ้นสูงสุด โดยที่เขาไม่สามารถแย้งได้
ชายหนุ่มคิดว่าเพียงแค่เธอแบ่งหุ้นให้เขามากขนาดนี้ เขาก็รู้สึกว่ามันมากไปแล้ว
แต่ใครจะรู้ว่าในอนาคต เขากลับรู้สึกว่าภรรยาของตนช่างใจแคบที่แบ่งหุ้นให้เขาน้อยกว่าเธอ..เขาช่างไม่มีความสำนึก
คู่สามีภรรยาก่อตั้งบริษัทช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง จนบริษัทเจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียง
ไม่นานครอบครัวนี้ก็มีข่าวดี จงเจียวเหม่ยตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มออกมามีนามว่า ‘เฉิงหนิงฮวา’
เทพพฤกษาเฝ้ามองการเจริญเติบโตของหนิงฮวาตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะนางสนใจ แต่นางไปไหนห่างจากร่างเด็กสาวคนนี้ไม่ได้ ไม่รู้เพราะ เหตุใด หากนางออกไปไกลเล็กน้อย ก็จะถูกดูดกลับมาข้างกายเด็กน้อยคนนี้เช่นเดิม
‘หรือสวรรค์อยากให้นางศึกษามนุษย์ในยุคสมัยนี้กันนะ’..นางคิดอย่างสงสัย นางสุดจะรู้เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ จึงทำได้เพียงเฝ้ามองดูเด็กน้อย เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในครอบครัวที่เหมือนจะสมบูรณ์..
เทพพฤกษาเห็นพ่อของเด็กสาวดูแปลกไป ตั้งแต่เด็กสาวคลอดออกมา เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน อ้างว่าติดงานบ้าง มีประชุมบ้าง นางเป็นถึงเทพเซียน (อดีตเทพ-_-") มีอายุมาหลายพันปี เหตุใดจะมองไม่ออกว่าชายผู้นั้นกำลังโกหกผู้เป็นภรรยาอยู่
เพียงได้แต่หวังว่าเจียวเหม่ยจะรู้ความจริงในเร็ววัน และไม่เจ็บปวดมากนัก เพราะจากการที่นางเฝ้ามองสองแม่ลูกนี้มาตลอดหลายปี ทำให้นางมีความรู้สึกผูกพันกับทั้งคู่อยู่พอสมควร หญิงสาวจึงไม่ค่อยอยากให้ทั้งสองคนต้องเจ็บปวดมากนัก หากรู้ว่าคนที่ตนรักและไว้ใจ โกหกตนมาตลอด
แล้ววันที่นางกังวลใจก็มาถึง ในตอนที่หนิงฮวามีอายุครบ 19 ปี ครอบครัวกำลังจัดงานเลี้ยงกันอย่างอบอุ่น อยู่ ๆ ผู้เป็นพ่อก็ขอตัวออกไปจากงานทันที หลังรับโทรศัพท์สายหนึ่ง โดยทิ้งให้หนิงฮวาฉลองวันเกิดกับผู้เป็นแม่เพียงลำพัง
หลังจากปลอบใจลูกสาวเรียบร้อยแล้ว เจียวเหม่ยได้ทำการโทรหานักสืบให้ช่วยสืบเรื่องสามีตน ตอนไม่อยู่บ้านมาให้ทันที เนื่องจากช่วงนี้เธอสังเกตเห็นว่า เขาจะมีงานด่วนเข้ามาหาทุกครั้งที่เป็นเวลาสำคัญของครอบครัว ทั้งวันครบรอบแต่งงาน วันเกิดเธอเองในช่วงก่อนหน้านี้ แล้วตอนนี้ เขาเริ่มละเลยวันเกิดของลูกเพิ่มมาอีก
เจียวเหม่ยเคยถามคนของครอบครัวเธอ ที่เธอขอมาให้เข้าไปช่วยงานสามีเรื่องงานที่บริษัทอยู่บ้าง เขากลับตอบมาว่า ช่วงนี้ที่บริษัทไม่ได้มีงานเร่งด่วนอะไร แถมสามีเธอยังไม่ค่อยอยู่ในบริษัทอีกด้วย
นั่นคือเมื่อปีที่แล้วที่เธอเริ่มสงสัย แต่เขาก็กลับบ้านปกติ ดูแลครอบครัวเหมือนที่ผ่านมา เธอจึงปล่อยผ่าน
เธอคิดว่าเขาคงอยากพักผ่อนสังสรรค์ตามประสาผู้ชาย แต่วันเกิดลูกเขาเริ่มละเลย แบบนี้คงไม่ปกติอีกต่อไปแล้ว
‘เจ้าควรเอะใจตั้งแต่ที่เขาไม่สนใจวันสำคัญต่าง ๆ ของพวกเจ้าแล้วนะ’ เทพพฤกษาแสดงความคิดเห็นอยู่คนเดียว
หลังจากได้ทราบข้อมูลทั้งหมด ที่ได้รับจากนักสืบแล้ว เจียวเหม่ยเก็บตัวคิดทบทวนทุกอย่างอยู่ในห้องเงียบ ๆ คนเดียวเกือบหนึ่งวันเต็ม ๆ หลังจากที่คิดได้แล้ว เธอได้ทำการโทรเรียกทนายประจำตัวของเธอเข้ามาหาทันที
เจียวเหม่ยทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทุกอย่างให้เป็นชื่อลูกสาวของเธอ รวมถึงหุ้นในบริษัทด้วย หากเธอเป็นอะไรไป ลูกสาวเธอจะได้ทุกอย่างที่เป็นของเธอ ที่เธอทำแบบนี้เพราะเธอกลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ ลูกสาวของเธอจะเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเดียวดาย
เพราะเจียวเหม่ยรู้แล้ว ว่าสามีคิดขอให้เธอโอนหุ้นให้เขาเพิ่ม เพื่อให้มีอำนาจในการตัดสินใจในบอร์ดบริหารมากขึ้น ไม่ต้องให้เธอไปออกความคิดเห็นในที่ประชุมอีกให้ยุ่งยาก เพราะถึงยังไง เขาก็บริหารทุกอย่างให้กับเธออยู่แล้ว แต่ความเป็นจริงแล้ว เขาอยากได้ทุกอย่าง
เขาต้องการหุ้นส่วนในส่วนของเจียวเหม่ยไว้กับตัวเอง เขาคิดเผื่อวันที่เขาจะเปิดเผยความจริงเรื่องภรรยาลับและลูกสาวของเขาอีกคน และเขาจะได้มีสิทธิ์แบ่งหุ้นนั้น ให้กับลูกสาวสุดที่รักของเขากับเมียน้อยคนนั้นอีกด้วย เขาไม่ได้คิดถึงเธอกับลูกเลยสักนิด
เจียวเหม่ยรู้ความจริงทุกอย่างจากข้อมูลที่นักสืบหามาให้เธอ ทั้งเรื่องบ้านพักตากอากาศ และทรัพย์สินที่เธอและสามีหามาด้วยกัน บางส่วนก็ถูกโอนให้เป็นชื่อของภรรยาลับของเขาไว้ด้วย เธอจึงทำได้เพียงทำพินัยกรรมโอนทุกอย่างที่เป็นของเธอทั้งหมดให้ลูกสาว ก่อนที่เขาจะมาขอให้เธอโอนให้เขา ด้วยเหตุผลในการลงทุนหรืออะไรก็แล้วแต่
หลังจากจัดการธุระของตนเสร็จเรียบร้อย เจียวเหม่ยก็เบาใจไปแล้วเรื่องหนึ่ง ว่าทรัพย์สินที่เธอหาและเก็บสะสมมาทั้งชีวิต จะเป็นของลูกสาวของเธอแน่นอนหากเธอเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ เจียวเหม่ยจึงเตรียมตัวพักผ่อน…แต่เรื่องร้ายที่เธอได้เจอ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
“คุณผู้หญิงทานยาบำรุง กับรังนกก่อนนอนนะคะ” สาวใช้ของคฤหาสน์นำยาบำรุงและรังนกมาให้เธอทานเหมือนปกติทุกวัน
แต่เธอไม่เคยรู้เลย ว่ายาบำรุงกับรังนกที่สาวใช้บอกว่าสามีเธอเป็นคนจัดแจงให้เธอเพื่อบำรุงร่างกายนั้น ที่จริงแล้วถูกเปลี่ยนเป็นยาที่ทำให้หัวใจค่อย ๆ อ่อนแรง และจากไปอย่างสงบ โดยที่ใครก็ตรวจหาสาเหตุไม่ได้
และนี่เป็นฝีมือของฉินลู่หลิน ภรรยาน้อยของสามีเธอ ที่ส่งคนเข้ามาแฝงตัวภายในบ้านเป็นเวลาหลายปีนั่นเอง
เทพพฤกษาที่ลอยตามหนิงฮวาเข้ามาในบ้านหลังจากเลิกเรียน เมื่อมองเข้าไปในบ้าน ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เธอเห็นคือร่างวิญญาณของเจียวเหม่ย กำลังยืนมองมายังเธอและหนิงฮวาอยู่
“ท่านเป็นเทวดาใช่หรือเปล่าคะ เป็นเทวดาที่คอยปกป้องหนิงฮวาของฉันใช่ไหม” วิญญาณของเจียวเหม่ยเมื่อมองเห็นหญิงสาว ที่อยู่เคียงข้างลูกสาวของตน ถามอย่างมีความหวัง
“เราไม่ใช่. .เราเป็นเพียงวิญญาณที่จากไปไหนไม่ได้ ไม่มีพลังในการปกป้องดูแลใคร” เธอตอบเสียงเรียบ
“ถ้าอย่างนั้น ท่านมาตามลูกสาวของฉันทำไม หรือท่านคิดจะทำอันตรายเธอ” เจียวเหม่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจอย่างยิ่ง
เธอตายแล้ว ไม่มีทางกลับไปปกป้องดูแลลูกสาวของเธอได้อีก หากวิญญาณตรงหน้าคิดจะทำร้ายลูกสาวเธอ เธอคงจากไปอย่างไม่เป็นสุขแน่
“เราทำร้ายใครไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่เช่นนั้นเราคงไม่ปล่อยให้เจ้าตาย โดยที่เราไม่ยื่นมือเข้าช่วยอะไรเลยแบบนี้หรอกนะ”
เทพพฤกษาเสียใจจริง ๆ ที่เห็นเจียวเหม่ยในร่างวิญญาณเช่นนี้ เพราะจากที่นางเฝ้ามองมาตลอด เจียวเหม่ยเป็นแม่ที่ดี เป็นสตรีที่ดีงามในทุก ๆ ด้าน แต่กลับต้องตายด้วยฝีมือคนชั่ว นางมองออกว่าบ้านหลังนี้มีคนคิดร้ายกับสองแม่ลูกอยู่ แต่นางทำอันใดไม่ได้ เพราะนางทำได้เพียงติดอยู่กับหนิงฮวา ไม่สามารถไปไหน หรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจ (ช่างน่าเจ็บใจนัก..)
“เช่นนั้นที่ท่านตามติดลูกสาวของฉัน มันคงมีสาเหตุบางอย่างแน่ ฉันขอร้องท่าน หากมีโอกาส ขอท่านช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้เราสองแม่ลูกด้วย” เจียวเหม่ยขอร้องด้วยความแค้นและสิ้นหวัง เธอเพิ่งรู้ความจริงได้เพียงวันเดียว กลับต้องมาตายจากลูกสาวผู้น่าสงสารเสียแล้ว
“หากเราทำอะไรได้ เราจะทำตามคำขอของเจ้า” เทพสาวตอบกลับอย่างปลง ๆ กับชะตาของนางเองและแม่ลูกสองคนนี้
ณ ดินแดนเซียนหลังจากจบสงคราม
“แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะองค์มหาเทพ ดวงจิตเทพพฤกษาถูกส่งไปผิดภพภูมิ ถึงภพนั้นจะมีร่างที่ควรเป็นของนางอยู่ แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะเป็นคนละภพกับที่นางจะต้องไป” เทพชะตากล่าวรายงานอย่างร้อนรน
“แล้วนางในภพนั้น จะเป็นอย่างไรต่อไป” ผู้เป็นใหญ่ในแดนเซียนถามเสียงเรียบ
“จะต้องรอให้ร่างนั้นสิ้นอายุขัยในวัย 19 หนาวเสียก่อน ท่านเทพจึงจะสามารถเข้าร่างของนางในภพนั้นได้พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วระหว่างนั้นเล่า” ผู้เป็นใหญ่ถามต่ออย่างสบายใจ
“ดวงจิตนางจะผูกติดอยู่ใกล้ ๆ กายเนื้อนั้น จนกว่าจะถึงเวลานั้น พ่ะย่ะค่ะ”
“ก็ไม่แย่ไปเสียทีเดียว ให้นางได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ของภพใหม่ ๆ บ้างก็ดี ระหว่างรอเข้าร่างของตน ถึงตอนนั้นนางคงจะได้เรียนรู้เรื่องของโลกนั้นไปมากโขแล้ว”
คำกล่าวของเขาดูเหมือนจะหวังดี แต่เหล่าเทพทั้งหลายต่างมองออก ว่าองค์มหาเทพทรงกำลังสนุกสนาน กับเรื่องวุ่นวายที่ท่านเทพพฤกษาต้องพบเจอ
“แต่ร่างนี้กระหม่อมตรวจดูดวงชะตาแล้ว มีความแค้นก่อนตายอยู่มากเชียวพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท หากเป็นเช่นนี้ เมื่อท่านเทพเข้าร่างนางแล้ว คงจะวุ่นวายกับการสะสางหนี้แค้นของร่างนี้อยู่พอสมควรเลยพ่ะย่ะค่ะ” เทพชะตากล่าวอย่างกังวล เขาเห็นเค้าลางความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น
“เมื่อถึงตอนนั้น เราจะส่งตัวช่วยไปให้นางเอง ดูหน้าพวกเจ้าตอนนี้สิ ทำเหมือนเราส่งนางไปทำสงครามอย่างไรอย่างนั้น เราไม่ให้นางต้องลำบากขนาดนั้นหรอก พวกเจ้าช่วยสงบใจ และแยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว” เขาเอ่ยปากไล่เหล่าเทพเซียน ที่ดูเป็นห่วงเทพพฤกษาดั่งลูกในไส้ ไปให้พ้น ๆ ด้วยความรำคาญ
‘ถึงนางจะไปอยู่ในภพภูมิใหม่ เหล่าเทพเซียนทั้งหลายก็ยังเคารพและระลึกถึงนางเสมอสินะ ช่างเป็นเทพที่น่าอิจฉาเสียจริง จงรีบกลับมาเถิด เราขาดสหายร่ำสุราเช่นนี้แล้ว ชีวิตของเราช่างเงียบเหงานัก’
*ยัยน้องถูกส่งมาผิดที่ค่ะ
(❍ᴥ❍ʋ)
*มาร่วมเอาใจช่วยเทพพฤกษาหลงยุคไปด้วยกันนะคะ
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ
การสูญเสีย(1)(เล่ม 1)
หนิงฮวากลับบ้านมา พบข่าวร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว เธอแทบจะวิญญาณหลุดออกจากร่าง แม่ของเธอที่ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเนี่ยนะ จะจากไปอย่างกะทันหันแบบนี้ หญิงสาวเสียใจมาก จนทำอะไรไม่ถูก
พ่อกลับมาบ้านเพื่อจัดการ การเสียชีวิตของแม่เธออย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เศร้ามากนัก เพราะบางครั้งเธอเห็นเขาแอบยิ้ม ในตอนที่ไม่มีใครสังเกต
หากเทพสาวรู้ความคิดของหนิงฮวา คงจะตะโกนบอกเธอไปว่า ‘มันยิ้มดีใจตั้งแต่อยู่ในโรงจอดรถของบ้านเจ้าแล้วสาวน้อย!!’
ด้วยเพราะนางรู้ว่าหนิงฮวาเป็นคนช่างสังเกต เธอให้ความสำคัญกับแม่มาก เพราะใกล้ชิดกับแม่มากกว่า แต่ใช่ว่าเธอจะไม่สนใจพ่อของเธอเลยเสียทีเดียว พอเหลือเพียงแค่พ่อ หนิงฮวาจึงให้ความสนใจกับเขามากขึ้น นั่นเป็นเรื่องดี ที่ทำให้หนิงฮวาเริ่มสงสัย และไม่ไว้ใจพ่อของตนเองมากเกินไป
งานศพของเจียวเหม่ยจบลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเสียใจของหนิงฮวาและครอบครัวของจงเจียวโจว พี่ชายของเจียวเหม่ย เพราะ สองพี่น้องรักใคร่สนิทสนมกันมาก ทำให้จงเจียวโจวเกิดความสงสัยเรื่องการเสียชีวิตของน้องสาวตนขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถทราบรายละเอียดมากนักเนื่องจากแพทย์ให้การยืนยัน ว่าน้องสาวของเขานั้นมีภาวะหัวใจล้มเหลวและจากไปอย่างสงบ
หลังจากงานศพจบลงไป เฉิงเจี๋ยผู้ที่เสียภรรยาไปอย่างกะทันหัน ได้ให้ทนายเปิดพินัยกรรมของภรรยาผู้ล่วงลับ โดยมีเขากับหนิงฮวาที่อยู่ฟังในทันที ในห้องมีทีมทนายของเจียวเหม่ย เฉิงเจี๋ย เฉิงหนิงฮวา และหานเฟิงบอดี้การ์ดของหนิงฮวา ที่ผู้เป็นลุงให้ไว้ดูแลความปลอดภัย และอยู่เป็นเพื่อนหลานสาวของตน
หลังจากทนายแจ้งรายละเอียดของพินัยกรรมทั้งหมดของเจียวเหม่ยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้เฉิงเจี๋ยรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะของตนก็ไม่ปาน เจียวเหม่ยยกทุกอย่างให้หนิงฮวาทั้งหมด รวมถึงหุ้นส่วนของบริษัทของเธอด้วย เธอไม่ให้อะไรเขาสักอย่าง ทุกอย่างที่สร้างด้วยกันมาและเป็นชื่อของเธอ เธอให้หนิงฮวาทั้งหมด
แล้วเขาเล่า เขาทำงานสร้างบริษัทมาพร้อมกับเธอ ทำไมเธอไม่แบ่งหุ้นนั้นให้เขาด้วย แต่กลับให้ลูกสาวทั้งหมด แบบนี้ก็กลายเป็นหนิงฮวาเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทแล้วน่ะสิ
เฉิงเจี๋ยมองไปยังลูกสาวของตน ด้วยสายตาที่แปลกออกไปจากปกติ เขามองด้วยความคับข้องใจ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้า และส่งยิ้มอ่อนโยนให้ ลูกสาว
“ฮวาฮวาลูกรัก ถ้าลูกรู้สึกว่าการเข้าไปบริหารบริษัทเป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับลูกก็เซ็นเอกสารยินยอมให้พ่อ เป็นผู้ดูแลหุ้นในส่วนของลูกไปก่อนก็ได้นะลูก”
เฉิงเจี๋ยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลูกสาว โอนสิทธิ์การดูแลหุ้นให้ตน เพื่อที่ตนจะได้มีสิทธิ์ขาดในทุกเรื่องในบริษัท ในการตัดสินใจ เพราะตอนนี้ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ในบริษัทส่วนใหญ่ ก็เป็นคนรู้จักของครอบครัวเจียวเหม่ยที่อยากสนับสนุนธุรกิจของเจียวเหม่ย ในตอนก่อตั้งบริษัททั้งนั้น
ที่เขาอยากดูแลหุ้นในส่วนของลูกสาว ก็เพื่อให้ตนมีอำนาจเด็ดขาด อีกเรื่อง คือเขารู้ความจริงจากปากภรรยาอีกคนของเขาแล้ว ว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ทำให้เจียวเหม่ยจากไป
นั่นหมายความว่าหากความจริงเปิดเผย ยังไงเขาที่เป็นสามีเธอ ย่อมมีส่วนรู้เห็นกับฉินลู่หลินที่เป็นภรรยาลับ ในการวางยาภรรยาหลวงของตน ถึงตอนนั้นผู้ถือหุ้นในบริษัทและหนิงฮวา ต้องรุมทึ้งปลดเขาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ยังไม่เริ่มดำเนินคดีแน่
หนิงฮวามองหน้าของพ่อตนด้วยแววตาหม่นหมอง เธอเอะใจว่าทำไมแม่ถึงทำพินัยกรรมยกทุกอย่างให้เธอ ก่อนที่จะจากไปเพียงไม่กี่วัน ต้องมีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่แม่เธอจะเสียชีวิตแน่ ๆ แต่หญิงสาวก็ไม่รู้เช่นกัน ว่ามันคือเรื่องอะไร
“คุณเฉิงไม่ต้องกังวล เรื่องหุ้นของคุณเจียวเหม่ย ที่ตอนนี้เป็นของคุณหนูหนิงฮวาแล้วนั้น ทางผมจะติดต่อนายท่านจง ให้ท่านเลือกผู้มีประสบการณ์มาดูแลให้เองครับ ทางตระกูลจงกลัวว่า การให้คุณเฉิงดูแลหุ้นของคุณหนูเพิ่มไปด้วย จะเป็นการสร้างภาระหนักมากเกินไป สำหรับคุณที่บริหารทั้งบริษัทอยู่แล้วด้วย” หานเฟิงบอดี้การ์ดจากตระกูลจง พูดขัดเฉิงเจี๋ย
เฉิงเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง หลังได้ฟังคำตอบของหานเฟิง
“ฮวาฮวาลูกคิดยังไง ลูกตัดสินใจได้เลย ว่าอยากให้คนของคุณลุงของลูกเข้ามาดูแล หรือจะให้พ่อเป็นคนดูแลหุ้นของลูกไปก่อน” เขาถามอย่างมั่นใจ เพราะว่ายังไงลูกสาวของเขาก็ต้องให้เขาผู้เป็นพ่อ ดูแลหุ้นส่วนนี้ให้แน่นอน
หญิงสาวมองหน้าพ่อของตนด้วยแววตาลึกซึ้ง ก่อนเอ่ยปาก
“พี่เฟิงช่วยรบกวนคุณลุงหาคนให้หน่อยแล้วกันค่ะ หนูไม่อยากรบกวนคุณพ่อ เพราะงานคุณพ่อหนักมากแล้ว คนของคุณลุงจะได้เข้ามาช่วยคุณพ่อดูแลบริษัทอีกทีด้วย เพราะหลังจากงานศพคุณแม่ คุณพ่อยังไม่ได้พักเลย คุณพ่อควรจะหาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ”
หนิงฮวาตอบออกไปอย่างมีเหตุผล แต่ในใจลึก ๆ เธอกลับรู้สึกว่าพ่อของเธอไม่ค่อยจะพอใจในคำตอบสักเท่าไหร่
‘ฉลาดมากเด็กน้อย เจ้าอย่าให้พ่อเจ้าแตะต้องของที่เป็นของเจ้าเชียว’ วิญญาณเทพพฤกษาพยักหน้าด้วยความพอใจ
หลังจากได้คำตอบของหนิงฮวาแล้ว เฉิงเจี๋ยก็พูดคุยกับทีมทนายพอเป็นพิธีอีกไม่กี่ประโยค และขอตัวออกไปบริษัท ทิ้งให้หนิงฮวาส่งทนายและจัดการทางบ้านต่อเพียงคนเดียว
เมื่อส่งทนายกลับเรียบร้อยแล้ว หนิงฮวาหันมามองบอดี้การ์ดของตัวเอง ที่เพิ่งได้รับมาจากคุณลุงหลังงานศพคุณแม่จบไปไม่นาน
หานเฟิงเป็นคนที่ตระกูลจงเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ฝึกทักษะจำเป็นทุกอย่าง เพื่อเป็นมือขวาของนายใหญ่ตระกูลจงคนต่อไป เพราะคนที่สอนงานทุกอย่างให้เขา คือมือขวาคนสนิทข้างกายนายใหญ่ จงเจียวโจวนั่นเอง
คนที่ตระกูลจงให้ความไว้ใจ และจงรักภักดีกับตระกูลจงอย่างยิ่งอย่างหานเฟิง ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าเขาจะภักดีกับเธอ ซึ่งเป็นคนตระกูลจงอยู่ครึ่งหนึ่งอยู่มากเหมือนกัน แต่ลุงของเธอกลับยกเขาให้ดูแลเธอ หลังจากที่แม่เธอจากไป นั่นหมายความว่าเขาไม่ไว้ใจความปลอดภัยของเธอ หรือไม่เขาก็อาจจะไม่ต้องการให้เธอโศกเศร้าอยู่เพียงลำพัง ในตอนที่พวกเขาต้องไปคุยงานที่ต่างประเทศช่วงนี้ก็เป็นได้
“พี่เฟิง พี่คิดยังไงกับเรื่องพินัยกรรมนี้คะ” หนิงฮวาเอ่ยปากถาม
“แปลกมากครับคุณหนู เรื่องที่คุณผู้หญิงยกทุกอย่างให้กับคุณหนูทั้งหมด แทนที่จะแบ่งให้สามีด้วยก็แปลก เพราะจากประสบการณ์ของผม คุณผู้หญิงน่าจะแบ่งบางส่วน ไม่มากก็น้อย ให้กับสามีของเธอ ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ยังไงผมจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาทางตระกูลจงอีกทีหนึ่ง แล้วมาบอกคุณหนูนะครับ ตอนนี้คุณหนูก็ทำใจให้สบาย พยายามใช้ชีวิตให้มีความสุขนะครับ คุณผู้หญิงจะได้จากไปอย่างสงบ” หานเฟิงบอกคุณหนูอย่างใจเย็น
หานเฟิงมีอายุ 27 ปีแล้ว เขาเป็นพี่หนิงฮวาหลายปี จึงมองเธอเป็นทั้งเจ้านายและน้องสาว เพราะเขาเหมือนเห็นเธอโตมากับตา เพราะเจียวเหม่ยมักพาหนิงฮวา กลับไปเยี่ยมตระกูลจงบ่อย ๆ ช่วงที่เธอยังมีชีวิตอยู่
นายท่านจงเพียงแค่แปลกใจ กับการจากไปอย่างรวดเร็วของน้องสาวเพียงเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้คิด ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นตอนนี้เขาจึงกังวล เพียงว่าหลานสาวคนเดียวจะเกิดเรื่องอะไร หรืออาจจะเศร้าใจจนทำสิ่งที่ไม่คาดคิดเข้า จึงส่งคนในตระกูลมาอยู่เป็นเพื่อน แต่เหมือนกับว่า หานเฟิงเองกำลังพบเจอเรื่องแปลก ๆ ของตระกูลเฉิงเข้าให้เสียแล้ว
หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องพินัยกรรม หนิงฮวากลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ไปเรียน กลับบ้าน และคิดถึงแม่ของเธอ มันช่างเงียบเหงาและโดดเดี่ยวจริง ๆ สำหรับเธอ เพราะตั้งแต่การเปิดพินัยกรรมจบลง เธอก็ไม่เห็นพ่อของเธอกลับบ้านอีกเลย
เช้าวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ เธอไม่มีเรียนจึงพักผ่อนอยู่บ้าน แต่เช้าวันนี้ดูจะแปลกไปนิดหน่อย ตรงที่บ้านเธอมีแขกมา ซึ่งก็คือผู้หญิงวัยกลางคนกับเด็กสาวที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ
“ฮวาฮวา นี่คือน้าฉิน เธอจะเข้ามาดูแลลูกและบ้านหลังนี้ ส่วนเด็กสาวคนนี้ เธอชื่อหนิงอ้าย เป็นน้องสาวของลูก” เฉิงเจี๋ยบอกลูกสาวของตนเสียงเรียบ ไม่สนใจความรู้สึกของลูกสาวสักนิดเดียว
“พ่อหมายความว่ายังไงคะ พวกเธอคือ….” หนิงฮวาถามเสียงสั่น
“เธอเป็นภรรยาและลูกสาวของพ่อ ลูกอาจจะยังตกใจแต่พ่ออยากให้ลูกเข้าใจ ว่าน้าฉินลำบากอยู่ด้านนอกมามาก พ่ออยากดูแลเธอและหนิงอ้ายเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมา” เฉิงเจี๋ยกล่าว
หญิงสาวเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยปาก
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ” หนิงฮวากล่าวกับพ่อของเธอ และเดินจากไปโดยไม่ชายตามองสองแม่ลูกนั้นสักนิดเดียว
“พี่สาวคงจะไม่ชอบหนูกับแม่มากแน่เลยค่ะคุณพ่อ เธอไม่มองคุณแม่กับหนูเลย” หนิงอ้ายแสร้งเอ่ยเสียงเศร้ากับเฉิงเจี๋ย ซึ่งนั่นทำให้เขามีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ที่หนิงฮวาเมินสิ่งที่เขากำลังทำ
“เธออาจจะยังตกใจ เพราะเราบอกเธอกะทันหันไปหน่อย ลูกไม่ต้องเสียใจไปนะ พี่สาวลูกไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร” เขาปลอบหนิงอ้ายอย่างอ่อนโยน
“ค่ะคุณพ่อ” หนิงอ้ายเอ่ยเสียงเศร้า ๆ ก่อนจะซบเข้าไปในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ แต่สายตาเธอกลับมองตามหลังหนิงฮวาด้วยความเกลียดชัง
‘เจ้าช่างเหมือนนางร้ายในนิยายที่หนิงฮวาอ่านยิ่งนัก เสแสร้งดียิ่ง’
เทพพฤกษามองดูอย่างขัดใจ ทำไมนางไม่มีพลังวิญญาณติดมาบ้างนะ อย่างน้อยคงเขกหัวนังเด็กเสแสร้งนี้ได้สักทีสองที
มามิติอื่นกลับเป็นวิญญาณโง่ ๆ ลอยไปลอยมาเท่านั้น หงุดหงิดจริง ๆ
*น้องปรับตัวให้เข้ากับยุคนี้โดยการอ่านนิยายและน่าจะดูทีวีด้วยสินะ
(❍ᴥ❍)
#คอมเม้นทักทายติชมเข้ามาได้นะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ
การสูญเสีย(2)(เล่ม 1)
หนิงฮวาเดินออกมาจากบ้าน และขึ้นรถออกไปทันที
“คุณหนูครับ ผมจะสืบเรื่องของพวกเธอเอง คุณหนูใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่ของเธอ
“เธออายุน่าจะเกือบเท่า ๆ กับฉันเลยค่ะ พ่อหักหลังแม่มาสิบกว่าปี แอบมีพวกเธออยู่ข้างนอกนั่น พี่ว่าคุณแม่จะรู้เรื่องนี้รึเปล่าคะ”
“ผมว่าอาจจะมีสิทธิ์เป็นแบบนั้นครับ แล้วเรื่องนี้อาจเกี่ยวกับที่คุณผู้หญิงทำพินัยกรรมแบบนั้นด้วย” เขาเอ่ยบอกตามที่คิด
หนิงฮวาคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ เธอรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้น่าจะเกี่ยวข้องกันอย่างที่หานเฟิงว่า รวมถึงการจากไปของแม่ของเธอด้วย
หานเฟิงมองคุณหนูด้วยความเป็นห่วง เขาเห็นคุณหนูเงียบขรึมลง ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน น่าจะเป็นผลจากการสูญเสียมารดา ผู้เป็นที่พึ่งพาคนเดียวของเธอ แถมบิดายังพาภรรยาและลูกอีกคนเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย
หนิงฮวากลับมาบ้านในตอนเย็น เห็นบิดานั่งทานข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับภรรยาและลูกสาว ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุข จนพวกเขาเห็นเธอเดินเข้ามา ทุกคนจึงชะงักเล็กน้อย
“พี่สาว มาทานข้าวด้วยกันสิคะ คุณแม่ทำอาหารไว้เยอะเลยค่ะ” หนิงอ้ายยิ้มกล่าวอย่างเป็นมิตร แต่แววตามีแววเยาะเย้ยอยู่จนเห็นได้ชัด
“กินอะไรมารึยังฮวาฮวา มานั่งสิลูก” พ่อเธอยิ้มชักชวนดูมีความสุขกว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น
“หนูทานมาแล้วค่ะ ขอตัวนะคะ” หนิงฮวาเอ่ยเสียงเรียบและหันหลังเตรียมจะจากไป ทำให้พ่อของเธอต้องรีบเอ่ยบอกเรื่องสำคัญ
“วันมะรืนนี้ พ่อจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับน้าฉินกับหนิงอ้าย ลูกเตรียมตัวเตรียมชุดให้พร้อม เพราะเฟยหมิงคู่หมั้นของลูกก็เป็นตัวแทนของตระกูลมู่มางานเลี้ยงด้วย ลูกต้องมารอต้อนรับเขา” เขาบอกเสร็จก็หันกลับมาทานข้าวของตัวเองต่อ ไม่ได้สนใจหนิงฮวาเลยสักนิด
“ค่ะ” ร่างบางตอบสั้น ๆ และเดินจากไปอย่างไม่สนใจพวกเขาเช่นกัน
เมื่อวันงานเลี้ยงต้อนรับมาถึง หนิงฮวากลับป่วยขึ้นมาอย่างกะทันหัน จึงไม่ได้ลงไปร่วมงาน ทำให้เธอไม่รู้เลยว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ยังมีเรื่องบัดซบเกิดขึ้นกับเธอ เพราะคู่แม่ลูกหน้าด้านนี้อีก
มู่เฟยหมิง คือคู่หมั้นที่หมั้นหมายกับหนิงฮวามาตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยเพราะเด็กสองคนนี้เติบโตมาด้วยกัน อีกทั้งครอบครัวตระกูลเฉิงและตระกูลมู่ทำธุรกิจร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่เฉิงเจี๋ยเริ่มก่อตั้งบริษัท เฟยหมิงไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ ให้กับหนิงฮวา เขามองเธอเป็นเพียงน้องสาว
วันนี้เขามางานเลี้ยงต้อนรับภรรยาอีกคนของคุณอาเฉิง เขามองออกว่าเรื่องภรรยาอีกคนของเฉิงเจี๋ย คงทำให้หนิงฮวาเสียใจไม่น้อย แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัวเศรษฐีมีอันจะกินอยู่แล้ว ที่จะมีภรรยามากกว่าหนึ่งคน นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา แต่เรื่องที่ทำให้เขาตกใจ นั่นก็คือเรื่องที่เขาเพิ่งรู้ว่าหญิงสาวที่เขาหลงรัก และแอบคบหากันตั้งแต่สองปีที่แล้ว คือลูกสาวคนเล็กของคุณอาเฉิง
เขารู้ว่าเธอชื่อฉินหนิงอ้าย แต่ตอนนี้กลายเป็นเฉิงหนิงอ้ายแล้ว นั่นทำให้เขาผุดความคิดเห็นแก่ตัวขึ้นมาทันที เพราะตอนแรกเขาว่าจะรอแต่งงานกับหนิงฮวา แล้วเขาก็จะแอบเลี้ยงดูหนิงอ้ายไว้นอกบ้านแทน เพื่อธุรกิจแล้วเขาปฏิเสธข้อตกลงนี้ไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยคนที่เขารักไปเช่นกัน หนิงอ้ายต้องเป็นของเขา เขามีเงินสามารถเลี้ยงดูหนิงอ้ายให้สุขสบายไปทั้งชาติได้อยู่แล้ว
‘โอ้สวรรค์ นี่สองคนนั้นมองตากันหวานเยิ้ม ตั้งแต่พบกันครั้งแรกเลยรึ คงไม่ใช่เพียงแค่คนรู้จักกันเสียแล้ว คู่หมั้นของพี่สาวกับน้องสาวของคู่หมั้นงั้นรึ’ เทพพฤกษาที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ ยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน
หลังจบงานเลี้ยง อาการของหนิงฮวาก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ มีเพียงแม่บ้านของคฤหาสน์ที่คอยนำยาและอาหารมาให้เธอเท่านั้น
หานเฟิงกลับไปที่ตระกูลจง เพื่อจัดการสืบเรื่องต่าง ๆ ทำให้เธอยังไม่ได้ข่าวอะไร อีกเนื่องจากนายท่านตระกูลจงผู้เป็นลุงและครอบครัว ต้องไปเจรจาธุรกิจที่ต่างประเทศหลายเดือน การทำงานของหานเฟิงจึงยังไม่คืบหน้ามากนัก เขาจึงทำได้เพียงเทียวไปเทียวมาที่นี่กับตระกูลจง เพื่อทำการสืบข่าวพร้อมกับดูและหนิงฮวาที่ป่วยอยู่ไปด้วย
เทพพฤกษาทำได้เพียงลอยไปลอยมาในคฤหาสน์เท่านั้น แต่ก็เพียงพอให้นางได้รู้ ว่าอาหารของหนิงฮวาถูกวางยาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ
‘ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้เป็นแน่’ ลางสังหรณ์ร้องบอกนางจนนางเริ่มร้อนใจ…
หนึ่งสัปดาห์หลังจากงานเลี้ยง หนิงฮวาอาการเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถลุกออกจากห้องได้ ซึ่งนั่นทำให้ทางตระกูลจงและหานเฟิงรู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย ที่เธอน่าจะป่วยเพราะได้รับเรื่องสะเทือนใจจากครอบครัว
ซึ่งจงเจียวโจวนั้นกำลังรีบเร่งจัดการงานที่ต่างประเทศให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้กลับไปจัดการเรื่องของหลานสาวให้เร็วที่สุดอยู่เช่นกัน
ส่วนหนิงฮวาในตอนนี้ เธอทำได้เพียงเปิดทีวีภายในห้องนอนเพื่อดูข่าวสารและความบันเทิง เพื่อผ่อนคลายเพียงเท่านั้น นั่นทำให้เธอเห็นข่าวสังคมไฮโซข่าวหนึ่ง ที่มีชื่อของเธอในข่าวด้วย
“ตระกูลมู่ขอเปลี่ยนตัวคู่หมั้น จากลูกสาวตระกูลดังคนพี่ที่เคยหมั้นหมายกันตั้งแต่ยังเด็ก เป็นลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งถูกรับกลับมาในตระกูล คุณหนูหนิงอ้ายผู้เพียบพร้อม ยอมรับการเปลี่ยนตัวการหมั้นหมายครั้งนี้ โดยทางพี่สาวคุณหนูหนิงฮวานั้น ตอบตกลงสนับสนุนความรักของน้องสาวอย่างยินดี” นักข่าวอ่านข่าวอย่างยิ้มแย้ม
“คุณชายมู่เผยว่าตนนั้นรักอดีตคู่หมั้นเหมือนเป็นน้องสาวตนเอง ส่วนคุณหนูหนิงอ้ายนั้น คือรักแรกของเขาที่เขาหลงรักมานานถึงสองปีแล้ว เขาเพียงทำสิ่งที่ถูกต้อง และซื่อตรงต่อหัวใจตนเองเท่านั้นค่ะ ช่างเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ต่อความรักจริง ๆ เลยนะคะ” นักข่าวอ่านต่อ
เจ้าของริมฝีปากอิ่มกัดปากตนเองจนห้อเลือด เธอจึงรู้สึกตัวว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอถูกถอนหมั้นจริง ๆ โดยที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าเธอไปตกลงแสดงความยินดีตอนไหน
นังลูกเมียน้อยนั่นแย่งคู่หมั้นเธออย่างหน้าด้าน ๆ พ่อเธอก็เห็นดีเห็นงามด้วย นัยน์ตาคู่สวยลุกโชนไปด้วยความแค้น แค้นที่พ่อของเธอไม่เคยสนใจความรู้สึกเธอ แค้นที่อยู่ ๆ เธอก็มีแม่และน้องสาวอีกคนมาตลอดหลายปี พ่อหักหลังเธอ นัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
หานเฟิงยังไม่กลับมา เพราะยังติดพันกับการสืบข้อมูล เนื่องจากอาการเธอเริ่มดีขึ้นแล้ว เธอเองก็เป็นเพียงเด็กสาวไร้ที่พึ่งพา จะทำอะไรได้ แค่แรงจะหายใจเธอยังแทบจะไม่มี หนิงฮวาถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง
หลังจากข่าวใหญ่ออกมาอย่างครึกโครมในวันนั้น อยู่ ๆ เธอก็มีข่าวฉาวออกมาเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องที่เธอกลั่นแกล้งน้องสาวต่างมารดา ไม่เคารพมารดาเลี้ยง แถมยังมีข่าวว่าเธอเที่ยวกลางคืนจนคู่หมั้นระอา จนต้องขอเปลี่ยนตัวมาเป็นหนิงอ้าย
เพราะข่าวแบบนี้ไม่มีใครสนว่าเป็นความจริงรึปลอมอยู่แล้ว จึงทำให้ตอนนี้ในอินเทอร์เน็ต มีแต่คนก่นด่าเธอ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักเธอเลยด้วยซ้ำ
นักท่องโลกกว้าง แสดงความคิดเห็น
# สมควรแล้วที่เธอโดนถอนหมั้น
ฉันชอบกินเผือก แสดงความคิดเห็น
# คุณหนูหนิงอ้ายออกจะน่ารักสดใส ไม่น่ามีพี่สาวนิสัยแย่แบบนี้เลย
ฉันเป็นเมียน้อย แสดงความคิดเห็น
# เธอก้าวร้าวกับแม่เลี้ยงแบบนี้ เธอคงจะคิดว่าเป็นคุณหนูสูงศักดิ์มากสินะ
ค่อย ๆ คิด แสดงความคิดเห็น
# ทำไมพวกคุณดูรู้จักเธอดีกันจัง
คุณหนูตัวกลม แสดงความคิดเห็น
# อยู่ ๆ เธอก็รู้ว่าพ่อมีเมียน้อย แถมมีน้องสาวต่างแม่อีกคน เป็นใครจะรับได้แบบรวดเร็วขนาดนั้น
อยากลองรวย แสดงความคิดเห็น
# คนรวย ๆ ใคร ๆ ก็มีบ้านเล็กบ้านน้อยกันทั้งนั้นแหละ เรื่องปกติออก เธอควรใจกว้างกับแม่เลี้ยงและน้องสาวกับเธอนะ
.
.
.
. . . 989,341 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นหลากหลาย ทั้งด่าทอเธอ ทั้งสมน้ำหน้าเธอ เต็มอินเทอร์เน็ตไปหมด หญิงสาวกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอเพิ่งรู้ว่าการนอนอยู่บนเตียงเฉย ๆ หลายวันมานี้ ก็ทำให้ตัวเองถูกด่าว่าฟรี ๆ ได้ด้วย ไม่ต้องคิดก็รู้ ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นฝีมือใคร
และในวันเดียวกันกับที่เธอนั่งอ่านข่าวฉาวของตัวเองนั้นเอง ที่เป็นคืนที่เธอขอให้แม่บ้านพยุงเธอไปห้องน้ำ หลังจากนั้นเธอหมดสติล้มลงและไม่ตื่นมาอีกเลย กว่าแม่บ้านจะมาเห็นเธอหมดสติในห้องน้ำ ก็หลังจากที่เธอเข้าห้องน้ำไปแล้วเป็นเวลานานแล้ว
ผลจากการล้มหมดสติอย่างรุนแรง ทำให้เธอหัวแตกและเสียเลือดมาก เป็นเวลานานอย่างน่าหวาดกลัว
หานเฟิงกลับมาถึงตระกูลเฉิง ในตอนที่แม่บ้านมาพบหนิงฮวาหมดสติพอดี เขาจึงรีบพาเธอไปที่โรงพยาบาลของตระกูลจงทันที ด้วยความร้อนใจ
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ