โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เด็กยุค AI : 5 ทักษะสำคัญที่พ่อแม่ของลูกยุค AI ไม่ควรมองข้าม

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 01.06 น. • Features

โลกทุกวันนี้ขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยี ที่พัฒนาและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครอบครัวรุ่นใหม่จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อเรียนรู้และอยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพคุณพ่อคุณแม่ต้องพร้อมที่จะเป็นพ่อแม่ของ เด็กยุค AI และทำความเข้าใจว่าการเข้ามาของ AI มีทั้งคุณและโทษ และเตรียมส่งเสริมทักษะสำคัญที่เด็กยุค AI ต้องมี เอาไว้ให้ลูกรับมือกับการเติบโตในโลกที่ต้องการการเรียนรู้ตลอดเวลาได้เด็กยุค AI คือเด็กที่เกิดและเติบโตในยุคที่ AI (Artificial Intelligence) หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีประสิทธิภาพและความแม่นยำมากกว่าการประมวลผลของสมองมนุษย์ และสามารถสร้างประโยชน์ให้มนุษย์ได้มากมาย ตั้งแต่การคำนวณเลข ตอบคำถาม วิเคราะห์ปัญหา ค้นหาชุดข้อมูลที่ต้องการ หรือแม้แต่ช่วยตัดสินใจเรื่องต่างๆขณะเดียวกัน AI ก็มีข้อด้อยเรื่องการคิดด้วยจริยธรรม ความยืดหยุ่น และความเข้าอกเข้าใจจิตใจมนุษย์อยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นการพัฒนาของ AI อาจทำให้การเรียนบางอย่างหรือบางสายงานอาจไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์อีกต่อไป ดังนั้นเพื่อเป็นการรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราจึงชวนคุณพ่อคุณแม่มาตั้งหลัก และเตรียม 5 ทักษะสำคัญที่เด็กยุค AI ควรมี ให้เป็นทักษะที่ติดตัวลูกต่อไป ดังนี้1. ทักษะการช่างคิดช่างถามและคิดอย่างมีวิจารณญาณ

การซักถามและรู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกเผชิญหน้ากับโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์หรือข้อมูลเท็จ ก็สามารถเข้าถึงลูกได้ในเวลาเดียวกันการรู้จักตั้งคำถาม และคิดไตร่ตรองด้วยวิจารณญาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ลูกสามารถกลั่นกรองข่าวสารและข้อมูลที่เป็นจริง สร้างสรรค์ และมีประโยชน์กับตัวเองได้ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกหัดพูดคุยถามตอบคำถามกับพ่อแม่ ชวนลูกเรียนรู้ข้อมูลใกล้ตัวให้มากขึ้น สอนให้ลูกอ่านเรื่องราวเดียวกันจากหลายแหล่งข้อมูล ฝึกให้ลูกคิดและคัดกรองข้อมูลที่ได้รับ เพื่อการตัดสินใจอย่างรอบคอบ2. ทักษะการปรับตัว

ทักษะนี้จำเป็นกับลูกมาก เพราะโลกยุค AI เป็นโลกแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การแข่งขันและพัฒนา อย่างไม่รอใคร ฉะนั้นความรู้บางอย่างที่ลูกเคยเรียนรู้เมื่อตอน 7 ขวบ อาจจะล้าสมัยไปแล้วเมื่อลูกอายุ 10 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องสอนให้ลูกรู้จักปรับตัว ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และเปิดใจรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเริ่มจากการพาลูกไปรู้จักกิจกรรมและงานอดิเรกที่ไม่เคยทำบ่อยๆ กระตุ้นให้ลูกเผชิญกับความท้าทายสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้จากความผิดพลาดให้เป็น เพราะทักษะนี้จะเป็นหนึ่งในภูมิคุ้มกันที่ดีของลูกต่อไปเลยล่ะค่ะ3. ทักษะการพูดคุยกับผู้อื่น

ทักษะการสื่อสาร เป็นทักษะที่ช่วยให้ลูกได้เปรียบและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ง่ายในทุกสถานการณ์และทุกสาขาอาชีพในอนาคต เพราะการสื่อสารที่ดี จะนำพามาซึ่งการตัดสินใจหรือดำเนินงานที่ดีในชีวิตด้วยโดยทักษะการสื่อสารนั้นหมายถึงการเป็นทั้งผู้ฟังที่ดี และเป็นผู้พูดที่เข้าใจมุมมองของผู้อื่นด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างทักษะนี้ให้ลูกได้ด้วยการพาลูกเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ตัวก่อน และสนับสนุนให้ลูกกล้าเข้าร่วมงานกลุ่มกับคนที่ไม่คุ้นเคยบ้าง สอนให้ลูกรับฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ และสอนให้ลูกพูดกับคนอื่นด้วยความมั่นใจเสียงดังฟังชัด ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างให้ลูกสามารถสื่อสารความคิดของตัวเองได้ดี รวมถึงสามารถรับฟังเพื่อหาทางช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาได้ดีอีกด้วย4. ทักษะความคิดสร้างสรรค์

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่พร้อมจะผลิตและต่อยอดผลงานสร้างสรรค์จากมนุษย์ บางสายงานจากเทคโนโลยี AI อาจสร้างผลงานได้ดีกว่าฝีมือมนุษย์อีกด้วย ดังนั้นทักษะความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งสำคัญเหมือนทรัพย์สินอันมีค่าสำหรับเด็กยุคใหม่ เพื่อให้สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ไปหาประโยชน์จากความสามารถของ AI ได้คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกและส่งเสริมให้ลูกมีโอกาสได้ใช้จินตนาการในการทำงานศิลปะ ฝึกงานฝีมือที่สามารถออกแบบได้อย่างอิสระและไม่มีรูปแบบตายตัว เช่น ปั้นดิน ทำเซรามิก หรืองานประดิษฐ์สิ่งของ เพื่อกระตุ้นให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบผลิตผลงานเป็นของตัวเอง5. ทักษะการเห็นอกเข้าใจผู้อื่น

การเห็นอกเห็นใจคนอื่นเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความสามารถในการเข้าใจจิตใจและอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่นได้ ทักษะนี้จะกลายเป็นทักษะสำคัญเมื่อลูกเติบโตในยุคที่ต้องทำงานร่วมกับAI มากขึ้น เพราะเทคโนโลยี AI ยังไม่สามารถพัฒนาให้มีความสามารถทางอารมณ์และความเห็นอกเห็นใจคนอื่นเช่นเดียวกับมนุษย์โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสอนลูกเรียนรู้การรัก เมตตา และเข้าใจคนอื่นด้วยการให้ลูกเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเอง รวมถึงชวนลูกดูหนังหรือการ์ตูนที่ส่งเสริมความรักความผูกพัน และการช่วยเหลือคนอื่น เพื่อปลูกฝังนิสัยเห็นอกเห็นใจคนอื่นให้เป็นทักษะติดตัวลูกต่อไปอ้างอิงMedium source 1Medium source 2อ่านบทความ: 6 ทักษะชีวิต ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกก่อนวัย 10 ขวบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...