โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธุรกิจครอบครัว Gen 3 อยู่รอดเพียง 12% ทำอย่างไร ให้รอดถึงรุ่น 4

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 11.00 น. • ทันข่าว Today

Highlight

80% ของกิจการในประเทศไทยเป็นธุรกิจครอบครัว การบริหารจัดการมักเป็นคนในตระกูลเดียวกันทั้งสิ้น สืบทอดความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งสำคัญที่ทายาทผู้สานต่อธุรกิจต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ เพื่อให้กิจการอยู่รอดและประสบความสำเร็จอย่างมีระบบ พร้อมส่งต่อให้รุ่นๆ ต่อไป โดยไม่หยุดเพียงแค่รุ่น 3 ซึ่งสถิติพบว่าเหลือสืบทอดเพียง 12% เปิดแนวคิดบริหารธุรกิจครอบครัวอย่างมืออาชีพเพื่อไปให้ถึงรุ่น 4

ธุรกิจครอบครัว (Family Business) คืออะไร? องค์กรธุรกิจที่อาจอยู่ในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด, บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน โดยมีบุคคลในครอบครัวเป็นเจ้าของทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่ (51 - 100%) โดย 80% ของกิจการในประเทศไทยเป็นธุรกิจครอบครัว
สำหรับรูปแบบบริษัทของธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยได้มีการพัฒนาหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่ที่มีการเติบโตได้ในปัจจุบันมักจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบุคคลในตระกูลหรือครอบครัวเดียวกันทั้งสิ้น
ธุรกิจครอบครัวมีทางเลือกหลากหลายทางในการสืบทอดธุรกิจของตระกูล ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการสืบทอดธุรกิจครอบครัวก็คือการรักษาและถ่ายทอดความมั่งคั่ง รวมถึงชื่อเสียงที่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งธุรกิจครอบครัวได้สั่งสมมาจากรุ่นสู่รุ่น 
นอกจากนี้ เมื่อมองลึกลงไปในเป้าหมายของการรักษาและถ่ายทอดความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น ทางเลือกต่างๆ ของธุรกิจครอบครัวก็มีตั้งแต่การผลักดันให้ลูกหลานก้าวขึ้นมารับช่วงสืบทอดกิจการ หรือการหามืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารงาน ไปจนถึงการขายกิจการครอบครัวซึ่งถือเป็นวิธีแปลงความมั่งคั่งในรูปของธุรกิจไปอยู่ในรูปของตัวเงินแทน โดยการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์
อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก

  • รุ่นที่ 1 อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว 100%
  • รุ่นที่ 2 อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว 30%
  • รุ่นที่ 3 อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว 12%
  • รุ่นที่ 4 อัตราการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัว 3% 

(ที่มา : The Family Firm Institute)
ในปี 2564 ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 64% มาจากธุรกิจครอบครัว ทั้งยังพบว่าอัตราการจ้างงานในสหรัฐอเมริกา 62% มาจากธุรกิจครอบครัวเช่นเดียวกัน
นอกจากนั้น การจัดอันดับของนิตยสาร Fortune ประกาศรายชื่อบริษัทใหญ่ที่สุด 500 อันดับแรกของโลก ประจำปี 2021 เป็นบริษัทที่บริหารโดยครอบครัวถึงประมาณ 35% จึงเห็นได้ชัดว่าธุรกิจครอบครัวมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกอย่างมาก

20220305-a-02.jpg

วัฏจักรของธุรกิจครอบครัว กับแนวคิด 3 ชั่วอายุคน
1. ยุคปู่ มีหลักบริหารเน้นการลงทุนมากกว่าได้กำไร
เป็นช่วงที่ธุรกิจอยู่ในความควบคุมการบริหารงานของผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของคนเดียว ถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจของรุ่นพ่อแม่ที่มีอายุประมาณ 25 - 35 ปี อายุของลูกประมาณ 0 - 10 ปี และจะมีอายุของธุรกิจประมาณ 0 - 5 ปี ช่วงนี้ธุรกิจจะเติบโตเร็ว เนื่องจากต้องทุ่มเทและใช้เวลามาก เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จ ในช่วงนี้องค์กรจะมีขนาดเล็กและคล่องตัว ผู้ก่อตั้งมีอำนาจการตัดสินใจเพียงผู้เดียว มีหลักการบริหารเน้นการลงทุนมากกว่าได้กำไร มีระบบการใช้จ่ายเงินเท่าที่ต้องการเพื่อมุ่งให้ธุรกิจอยู่รอด และมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือธุรกิจประสบความสำเร็จ
2. ยุคลูก เน้นการตัดสินใจร่วมกับพี่น้อง
เป็นช่วงที่ธุรกิจครอบครัวอยู่ในการบริหารงานร่วมกันของพี่น้องในฐานะหุ้นส่วน ซึ่งธุรกิจอยู่ในช่วงเติบโตและพัฒนา โดยจะมีอายุของรุ่นพี่น้องประมาณ 45 - 50 ปี อายุของลูกประมาณ 15 - 25 ปี และจะมีอายุของธุรกิจประมาณ 10 - 20 ปี ช่วงนี้ธุรกิจเริ่มเข้าที่ เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนขึ้น เน้นการตัดสินใจร่วมกับพี่น้อง รวมถึงการศึกษามุ่งเน้นเป้าหมายการนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจ และการพัฒนารุ่นลูกเพื่อบ่มเพาะทายาทธุรกิจ ที่จะเข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากรุ่นพ่อแม่
3. ยุคหลาน แสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น
ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ เจเนอเรชันนี้เป็นยุคที่รวมระหว่างคนรุ่นเก่าที่มีความซื่อสัตย์และภักดี กับคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจครอบครัวเติบโตและอยู่ตัว และต้องการปรับกลยุทธ์ใหม่ ลงทุนใหม่ เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องในครอบครัวและธุรกิจเพิ่มมากขึ้น การตัดสินใจจึงใช้แบบเสียงข้างมาก เน้นการจัดสรรทรัพยากร ดูแล และการลงทุน ตลอดจนมีกลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจคือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร การวางตัวผู้สืบทอดธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์กับญาติผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจครอบครัว การประเมินการลงทุน การแสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น และการใช้จ่ายในสาธารณกุศลเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร โดยเป้าหมายสูงสุดคือ ครอบครัวและทุกคนในธุรกิจครอบครัวมีความสามัคคีกัน
ทางออกที่ยั่งยืนสำหรับธุรกิจครอบครัว
สิ่งที่ท้าทายของทายาทซึ่งไม่ว่าจะเป็นเจเนอเรชันไหนก็คือ ทุกบริษัทต้องการความยั่งยืน ต้องการยอดขายที่เติบโต ดังนั้น ต้องมีการปรับโหมดการทำงาน และความรับผิดชอบ เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย โดยทางออกที่ยั่งยืนสำหรับธุรกิจครอบครัวคือ การจัดตั้งสภาครอบครัว พร้อมกับการกำหนดกฎระเบียบต่างๆ ขึ้นใช้ภายในครอบครัว ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ บทบาทและความรับผิดชอบในธุรกิจ การจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายในครอบครัว รวมถึงแนวทางการสืบทอดการบริหารธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น
จะเห็นได้ว่าทายาทธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จล้วนมีเป้าหมายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า แนวคิดของผู้นำรุ่นใหม่หลายๆ เรื่องนั้นแตกต่างจากผู้นำรุ่นปัจจุบันอยู่พอสมควร ดังนั้น การสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจครอบครัว โดยผู้นำรุ่นปัจจุบันที่เตรียมจะส่งไม้ต่อ ก็ต้องเปิดใจ รับฟัง และเห็นแก่ประโยชน์ขององค์กรในระยะยาว เพื่อให้ธุรกิจสามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล 

20220305-a-01.jpg

ควรบริหารธุรกิจครอบครัวอย่างไร? เพื่อไปให้ถึงรุ่น 4
ตัวอย่างธุรกิจครอบครัวที่บริหารอย่างมืออาชีพ บริษัท ขาวละออเภสัช จำกัด ที่ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและส่งออกยาจากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มจากธรรมชาติ และสารสกัดจากสมุนไพร ที่ยืนหยัดด้วยคุณภาพ และพัฒนาแบบไม่หยุดยั้ง 
ทำให้แบรนด์อยู่ได้อย่างยาวนานเกือบศตวรรษ มุ่งมั่นนำองค์กรสู่ 100 ปี พร้อมก้าวสู่รุ่นที่ 4 ด้วยแนวคิดการบริหารที่น่าสนใจด้วยการเชื่อว่า ผู้นำองค์กรต้องยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม ไม่ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ซึ่งสิ่งนี้จะนำพาธุรกิจให้อยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
นอกจากนี้ ‘ขาวละออเภสัช’ ยังเชื่อว่า การสร้างธุรกิจครอบครัวจนประสบความสำเร็จได้ ส่วนหนึ่งคือพ่อแม่ทำให้ลูกหลานเห็น อีกทั้งการทำทุกอย่างบนความถูกต้อง และบริหารอย่างโปร่งใสในทุกๆ ด้าน เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพนักงาน ส่งผลให้องค์กรเติบโตต่อไป
‘วัฏจักรธุรกิจครอบครัว’ คือสิ่งสำคัญที่ทายาทผู้สานต่อธุรกิจเรียนรู้ทำความเข้าใจ เพื่อการบริหารกิจการอยู่รอดและประสบความสำเร็จอย่างมีระบบ พร้อมส่งต่อให้รุ่นๆ ต่อไป โดยไม่หยุดเพียงแค่รุ่น 3
อ้างอิง : หนังสือวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืน เขียนโดย คุณกิติพงศ์  อุรพีพัฒนพงศ์, ศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, The Family Firm Institute, ธนาคารกรุงเทพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...