โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

มะม่วงลูกใหญ่ปลายผลเน่า เกิดจากอะไร? แล้วแก้ได้ยังไง?

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 15 มี.ค. 2566 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2566 เวลา 21.00 น.

หลายคนที่ปลูกมะม่วงอาจเคยเกิดปัญหาว่า มะม่วงผลขนาดใหญ่และยาวมักแตก หรือปลายผลมีลักษณะนิ่มช้ำ จนเมื่อผ่าออกก็พบว่ามีเนื้อภายในคล้ายวุ้น

อาจารย์ประทีป กุณาศล อดีตนักวิชาการด้านการเกษตร ให้ข้อมูลว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะขาดแคลเซียมหรือแคลเซียมไปไม่ถึงปลายผล ทําให้เซลล์บริเวณนั้น นิ่มและง่ายต่อการเกิดโรค และมักเกิดกับมะม่วงที่มีขนาดผลใหญ่

โดย“แคลเซียม” เป็นธาตุอาหารที่เมื่อเข้าไปฝังอยู่ที่พนังเซลล์ของไม้ผลแล้วจะทำให้มีความแข็งแรง ดังนั้น เมื่อขาดหรือไม่พออาจทำให้เซลล์บริเวณนั้นนิ่มและง่ายต่อการเกิดโรค แล้วมะม่วงที่มีขนาดผลใหญ่ อย่างพันธุ์จินหวง หรือเขียวสามรส จึงมักประสบปัญหาดังกล่าวเสมอ

ต้นเหตุอาจเป็นเพราะเกษตรกรหรือคนปลูกมะม่วงมักเข้าใจว่าในดินมีแคลเซียมไม่เพียงพอ ความจริงมีเพียงพออยู่แล้ว แต่การปลูกโดยทั่วไปนิยมเร่งให้มีผลผลิตมาก จึงมีการใส่ไนโตรเจนจำนวนมาก จนทำให้พืชดูดไนโตรเจนมากกว่าแคลเซียม อีกทั้งแคลเซียมจะเดินทางช้าและมักไปอยู่ตามใบและส่วนอื่นมากกว่าในผล จึงทำให้เกิดภาวะที่ไม่สมดุล

พอเป็นเช่นนี้ทำให้เกษตรกรหันมาพ่นแคลเซียมทางใบแทน ซึ่งแท้จริงควรให้ทางดินแล้วปล่อยให้ลำเลียงขึ้นไปตามส่วนต่างๆ ของพืชตามธรรมชาติ แต่พอเกิดการชะงัก จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นการฉีดพ่น ซึ่งหลายคนบ่นว่าสิ้นเปลือง

“ดังนั้น จึงควรมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มปลูก มีการเตรียมดินก่อนที่จะเกิดดอกออกผล ซึ่งควรใส่แคลเซียมในรูปยิปซัมหรือแคลเซียมซัลเฟตก็จะทำให้พืชค่อยๆ ดูดขึ้นไปตามส่วนต่างๆ ของต้น แล้วเมื่อถึงช่วงออกลูก แคลเซียมจะถูกดูดเข้าไปที่ผล ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ แล้วยังสามารถลดต้นทุนอีก” อาจารย์ประทีป กล่าว

ท้งนี้ หากใช้วิธีพ่นแคลเซียมทางใบ และควรเลือกแคลเซียมชนิดที่ละลายน้ำได้ดี เช่น แคลเซียมคลอไรด์ หากใช้ “แคลเซียมไนเตรต” ต้องใช้ในช่วงแรก เพราะแคลเซียมไนเตรตมีไนโตรเจนอยู่ด้วย ทําให้ผิวของผลไม้เขียวและไม่หวาน ซึ่งการให้แคลเซียมทางใบแม้จะสิ้นเปลืองมากกว่าการให้ทางดิน แต่ก็ช่วยย่นเวลาและสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลเซียมในผลมะม่วงได้

เทคนิคการเพิ่มคุณภาพ

อาจารย์ประทีปบอกว่า มะม่วงที่ส่งออกไปขายต่างประเทศแล้วได้ราคาดี เพราะเจ้าของสวนใส่ใจกับการดูแลผลผลิต ท่านชี้ให้เห็นว่าการเพิ่มคุณภาพผลผลิตมะม่วงอย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีเทคนิคที่สําคัญ ได้แก่ การตัดแต่งกิ่ง การควบคุมการออกดอก การห่อผล การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตพืชและ อาหารเสริมพืช

ส่วนระยะเวลาในการตัดแต่งกิ่งควรเริ่มหลังจากเก็บผลผลิตแล้ว อีกทั้ง ข้อดีของการตัดแต่งกิ่งจะทําให้ได้ผลผลิตสม่ําเสมอ ลดปัญหาเรื่องโรคแมลง และสะดวกต่อการดูแลเก็บเกี่ยวเพราะต้นมีความสูงไม่มากนัก

อีกความน่าสนใจในการรักษาคุณภาพมะม่วงคือการห่อผล โดยเฉพาะผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ทั้งนี้ต้องใช้กระดาษชนิดพิเศษ ซึ่งด้านในเป็นพลาสติกสีดําเพื่อไม่ให้แสงผ่าน เนื่องจากกระดาษธรรมดาแสงยังผ่านได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคลอโรฟิลล์ไม่เกิดก็จะไม่เขียวจึงทําให้มะม่วงสุกเป็นสีเหลืองทอง

อีกข้อดีของการห่อก็คือ สามารถทําให้ได้ผลที่มีขนาดใหญ่ และถ้าทําได้ เช่นนี้ย่อมถูกยกระดับให้เป็นมะม่วงเกรด A หรือ AA ได้ทันทีเมื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ถือเป็นการลงทุน ฉะนั้นจึงเป็นความสมัค ใจของผู้ปลูก

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...