โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สมศักดิ์' รมว.สธ. เผยผลหารือผู้แทน WHO พร้อมร่วมมือช่วยเหลือผู้หนีภัยเมียนมา รับมือโรคระบาดชายแดน เข้มลด NCDs ให้บรรลุเป้าหมายโลก

VoiceTV

อัพเดต 12 ก.พ. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 13.59 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการนำผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเข้าหารือร่วมกับ นพ.จอส ฟอนเดลาร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568ที่ผ่านมา ใน 2 ประเด็นหลัก คือ

1. ผลกระทบด้านสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมา จากการหยุดให้บริการของโรงพยาบาลในศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบเมียนมา หลังจากสหรัฐอเมริการะงับงบประมาณสนับสนุนให้แก่องค์กร International Rescue Committee (IRC) เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราวฯ 7 แห่ง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี (บ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง) กาญจนบุรี (บ้านต้นยาง อ.สังขละบุรี) ตาก (บ้านนุโพ อ.อุ้มผาง, บ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ, บ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง) และแม่ฮ่องสอน (บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม, บ้านใหม่ในสอย อ.เมือง) ส่งผลให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เบื้องต้นได้ชี้แจงผลการหารือร่วมกับ Ms. Saima Wazed ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ว่า ประเทศไทยจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากศูนย์พักพิงฯ จำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดย Ms. Saima ขอรับไปหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกต่อไป

“ทาง WHO แสดงความกังวลถึงการจัดการด้านสาธารณสุขในระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะด้านสุขาภิบาลและการแพร่ระบาดของโรคจากการเข้ามาของผู้อพยพ ซึ่ง นพ.จอส ระบุว่า ได้หารือกับผู้แทนของ M-Fund องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รับเงินสนับสนุนจากฝรั่งเศสในการซื้อประกันสุขภาพให้แก่ประชากรต่างด้าวเมื่อวันที่7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย M-Fund มีแนวคิดที่จะขยายประกันสุขภาพให้กับผู้อพยพ แต่ยังไม่มีคำตอบว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพ โดย WHO ยินดีทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพ และเตรียมพร้อมรับมือกรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคตามแนวชายแดนไทย ซึ่งตนได้มอบให้ นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานการดำเนินงานกับผู้แทน WHO ประจำประเทศไทยในเรื่องนี้” นายสมศักดิ์กล่าว

2. การดำเนินงานด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งโรค NCDs ทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงมากและเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของคนไทย นโยบาย “คนไทยห่างไกล NCDs” เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดการบริโภคคาร์บ ขับเคลื่อนนโยบายผ่าน อสม. กว่า 1,080,000 คนทั่วประเทศ ในการสื่อสารกับชุมชนให้มีความรู้ความเข้าใจและปรับพฤติกรรมการกินแบบนับคาร์บ โดยใช้ “ทัพพี” เป็นสื่อในการสื่อสารคำนวณปริมาณคาร์บที่ควรบริโภคต่อวัน ซึ่งควรบริโภคไม่เกินร้อยละ 20 ของพลังงานที่ใช้ต่อวัน คาดว่าจะสามารถรณรงค์นโยบายดังกล่าวให้ประชาชนมีความเข้าใจได้มากถึง 50 ล้านคนภายในปีนี้ ล่าสุด อสม.ได้ให้ความรู้กับประชาชนไปแล้ว 12 ล้านคน ฃ

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยินดีทำงานร่วมกับ WHO เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโรค NCDs ให้บรรลุเป้าหมายแผนปฏิบัติการระดับโลกว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อขององค์การอนามัยโลก ภายในปี 2573 ซึ่ง นพ.จอส ได้ชื่นชมนโยบายดังกล่าวเป็นอย่างมาก และยินดีสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันโรค NCDs

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...