โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดภาพเอกซเรย์ พบกลุ่มผู้สูญหายกว่า 70 ราย ใต้ซาก ตึก สตง.

POLICE NEWS

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 05.32 น.

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 1 เม.ย.2568 นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางลงพื้นที่มายังบริเวณจุดเกิดเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ในการประชุมวางแผนการทำงาน และเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างภายในอาคารเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการใช้เครื่องมือหนัก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปยังจุดที่สันนิษฐานว่าอาจจะพบผู้ติดค้างอยู่

โดยหากในช่วงเช้าที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะดำเนินการนำซากปรักหักพังยกขึ้นมาได้ก็ยังคงจะต้องกลับมาใช้เครื่องมือหนักดำเนินการต่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรงจุดที่เครื่องสแกนตรวจพบสัญญาณชีพและไม่พบผู้เสียชีวิต ที่กระจายอยู่บริเวณรอบข้างแล้วคาดว่าน่าจะมีผู้ติดค้าง รวมกระจุกตัวอยู่บริเวณตรงส่วนกลางของตึก ระหว่างชั้นที่ 17-21 เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการทำงานกัน

ซึ่งจากการสแกนพื้นที่พบว่า มีประมาณ 70 คน วันนี้จึงมีการวางแผนเตรียมที่ จะนำผู้ติดค้างออกจากจุดดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ซึ่งสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการทำงานคือ ด้วยสภาพโครงสร้างของตึกที่มีความสูงถึง 30 ชั้น ประกอบกับการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จจึงทำให้ไม่มีแบบแปลนอาคารอีกทั้งพื้นปูนและผนังของอาคารยังมีความหนากว่า 1 เมตร ทำให้การเจาะเข้าไปเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนได้มีการเร่งมือให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แต่การใช้เครื่องมือบางอย่างไม่สามารถดำเนินการได้ และเจ้าหน้าที่ยังคงต้องรอการใช้เครื่องมือหนักเพียงอย่างเดียว

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการเจ้าหน้าที่จะต้องใช้วิธีการค่อย ๆ ยกซากชิ้นส่วนจากด้านบนของยอดอาคารที่พังถล่มลงมา ไล่มาด้านล่าง หากเจอร่างผู้เสียชีวิตก็จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการนำออกมา ก่อนนำข้อมูลเบื้องต้น เช่น ลักษณะรูปร่างและเสื้อผ้าที่สวมใส่ ไปยืนยันรายชื่อกับบริษัทและญาติ ก่อนส่งให้นิติเวชตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ โดยสิ่งเร่งด่วนที่เจ้าหน้าที่ต้องทำคือการนำเศษเหล็กและปูนออกให้ได้โดยเร็วเร็วที่สุด จนกว่าจะเจอบริเวณโถงที่พบตามภาพ ยืนยันการปฎิบัติงานไม่ได้ล่าช้า และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนักที่สุดส่วนการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่างประเทศขณะนี้พบว่าสามารถทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูก็เคยไปฝึกร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่างชาติมาหลายประเทศ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเครื่องมือของต่างประเทศมีความทันสมัยมากกว่าของประเทศไทย โดยการทำงานของเจ้าหน้าที่ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยมากที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...