โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

White Lotus SS3 ทำคนอิตาลีอยากกินอาหารไทย ‘พาณิชย์’ ชี้อิตาลีขายข้าวยากขึ้น เพราะคนอิตาลีอยากกินอาหารไทยมากขึ้น แต่ไทยต้องเร่งขายข้าวแข่งกับปากีสถาน-กัมพูชา-อินเดีย ที่ขายได้มากกว่า

The Structure

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • The Structure

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) รายงานว่า ถึงแม้ว่าอิตาลีจะเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป (EU) ครองตลาด EU 50% แต่ในปัจจุบันอิตาลีกำลังเผชิญหน้ากับการแย่งตลาดโดยคู่แข่งนอก EU ในขณะที่ภาวะโลกร้อนสร้างผลกระทบต่อกำลังการผลิตข้าวของอิตาลี ในขณะที่นโยบายภาษีนำเข้าของ EU ยังทำให้อิตาลีเสียเปรียบทางการค้าและถูกแย่งตลาด อีกทั้งนโยบายเกษตรร่วมของ EU ยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและความท้าทายในการดำเนินนโยบายให้เกิดผลจริง

นอกจากนี้ การทำ FTA กับประเทศอื่น ๆ นอก EU จนทำให้ภาคอุตสาหกรรมข้าวของอิตาลีกำลังเผชิญความท้าทายจากปริมาณการนำเข้าข้าวที่เพิ่มขึ้นจนคิดเป็น 50% ของสินค้าข้าวภายในประเทศ

ซ้ำร้ายซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ได้สร้างกระแสความนิยมอาหารไทยอย่างเห็นได้ชัด เเพราะอาหารและการเดินทางเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ร้านอาหารหลายแห่งจึงเริ่มนำเสนอเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติของดินแดนตะวันออกมากขึ้น

ผัดไทยครองตำแหน่งเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอิตาลี โดยมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 32% ในปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยสะเต๊ะและมัสมั่น และปิดท้ายด้วยส้มตำ ยิ่งไปกว่านั้น วันจันทร์กำลังกลายเป็นวันที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทย

จนทำให้ยอดสั่งอาหารไทยในวันจันทร์เพิ่มขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากเป็นวันที่ซีรีส์ The White Lotus ตอนใหม่ออกอากาศในอิตาลี คาดว่าแนวโน้มนี้มีการเติบโตต่อไป

นอกจากนี้ พฤศจิกายนยังเป็นเดือนที่มีการสั่งอาหารไทยมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนต้องการ “หนี” ความซึมเซาของฤดูหนาว ผ่านรสชาติของอาหารไทยที่กลมกล่อมและจัดจ้าน

แนวโน้มดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงการส่งออกสินค้าข้าวในไทยเช่นเดียวกัน โดยข้าวถือเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยมายังตลาดอิตาลี ในปี 2567 การส่งออกข้าวของไทยมายังอิตาลีมีมูลค่า 35.30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวถึง 50% โดยประเภทของข้าวที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุดคือข้าวหอมมะลิ มูลค่าการส่งออก 22.77 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวถึง 132.33%

DITP ให้ความเห็นว่า แนวโน้มความนิยมของอาหารไทยที่เพิ่มขึ้นในอิตาลีอาจเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการนำเข้าข้าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมข้าวของอิตาลีกำลังเผชิญความท้าทายจากผลผลิตที่ต่ำกว่าคาดและแรงกดดันจากการนำเข้าข้าวจากนอกสหภาพยุโรป

ความต้องการบริโภคข้าวในอิตาลีที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับกระแสอาหารไทยที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อาจเปิดโอกาสให้ข้าวไทย เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง และข้าวเหนียว มีบทบาทมากขึ้นในตลาดอิตาลี

นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านการผลิตของอิตาลีและราคาข้าวภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้นำเข้ารายใหญ่และผู้ประกอบการอาจมองหาทางเลือกที่มีคุณภาพและคุ้มค่ามากขึ้นจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับข้าวไทยในการขยายส่วนแบ่งตลาดในอิตาลีต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ข้าวไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันอีกครั้ง เนื่องจากอินเดียยกเลิกมาตรการจำกัดการส่งออกข้าวขาวและเริ่มกลับมาส่งออกอีกครั้ง ตั้งแต่กันยายน 2567 ทำให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-ก.พ.) ไทยส่งออกข้าวมายังอิตาลี มูลค่า 5.41 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวลง 42.42%

และคาดว่าตลอดทั้งปี 2568 ข้าวไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคากับกัมพูชา และเมียนมา อีกครั้ง เนื่องจากยังคงได้สิทธิประโยชน์ภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ จากมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP – Generalized System Preference) ที่ให้แก่ประเทศ LDCs ภายใต้โครงการ EBA (Everything But Arms) (การนำเข้าข้าวจากไทยมายังอิตาลีมีอัตราภาษีที่ 175 ยูโร/ตัน)

ข้อมูลจาก Global Trade Atlas ณ เดือนมกราคม 2568 พบว่า 5 อันดับแรกที่อิตาลี นำเข้าข้าวมูลค่าสูงสุดมีดังนี้อันดับ 1 ปากีสถาน นำเข้า 5,419 ตัน มูลค่า 5.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัว 17.05%) อันดับ 2 กัมพูชา 3,993 ตัน มูลค่า 3.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัว 404.59%) อันดับ 3 อินเดีย 2,452 ตัน มูลค่า 2.72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัว 176.12%) อันดับ 4 ไทย 952 ตัน มูลค่า 1.17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หดตัว 27.17%) และอันดับ 5 เมียนมา 850 ตัน มูลค่า 0.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัว 139.05%)

อ่านรายงานฉบับเต็มของ DITP ที่นี่ – https://www.ditp.go.th/post/199733

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...