โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : ขึ้นเครื่องบินไม่ยาก มือใหม่ก็ทำได้!

Dek-D.com

เผยแพร่ 04 มี.ค. 2568 เวลา 06.56 น. • DEK-D.com
ขั้นตอนการเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน

Spoil

  • การจองตั๋วเครื่องบินให้ได้ราคาดีควรจองล่วงหน้า 1 เดือนสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและ 2 เดือนสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
  • สัมภาระมี 2 ประเภท คือ สัมภาระถือขึ้นเครื่องและสัมภาระเช็คอิน ทั้ง 2 ประเภทมีการจำกัดขนาดและน้ำหนักของกระเป๋า รวมถึงจำกัดสิ่งที่นำไปด้วยได้
  • กรณีที่ไม่ได้ทำการเช็คอินออนไลน์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมาถึงสนามบินล่วงหน้าเพื่อทำการเช็คอินและรับตั๋วโดยสารให้ทัน
  • Boarding Time ที่แสดงในตั๋วโดยสารไม่ใช่เวลาเครื่องออก แต่เป็นเวลาเรียกขึ้นเครื่อง

การขึ้นเครื่องบินในแต่ละครั้งจะต้องเตรียมความพร้อมหลายด้าน สำหรับมือใหม่แล้วอาจฟังดูเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนโดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเพียงลำพัง แต่ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไปเพราะการขึ้นเครื่องบินนั้นง่ายกว่าที่คิด คอลัมน์นี้จะมาอธิบายถึง ขั้นตอนต่าง ๆ และการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางด้วยเครื่องบินจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ!

Step 1 จองตั๋วเครื่องบิน

ก่อนจะขึ้นเครื่องบินได้สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ ตั๋วเครื่องบินค่ะ การเดินทางด้วยเครื่องบินแตกต่างจากการเดินทางด้วยวิธีอื่นค่อนข้างมาก หนึ่งในนั้นคือการที่ราคาตั๋วสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามความต้องการซื้อนั่นเองค่ะ ยิ่งเข้าใกล้วันเดินทางราคาตั๋วยิ่งแพงและยิ่งแพงขึ้นไปอีกหากเป็นช่วงวันหยุดยาวหรือช่วง High season ที่คนจะท่องเที่ยวกันเยอะ จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่ต้องการเดินทางด้วยเครื่องบินทำการจองตั๋วบินล่วงหน้าเป็นเวลานานต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น บางคนเลือกจองตั๋วเครื่องบินไว้ก่อนในตอนที่มีโปรโมชันดี ๆ ออกมา แล้วค่อยแพลนทริปเที่ยวตามมาทีหลังก็มีค่ะ

การจองตั๋วให้ได้ราคาที่ดี สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศควรจองล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศควรจองล่วงหน้าประมาณ 2 เดือนค่ะทั้งนี้เราควรหมั่นเช็คโปรโมชันราคาตั๋วเป็นประจำจะช่วยให้ทราบราคาโดยทั่วไปและทำการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ราคาตั๋วเครื่องบินยังแตกต่างกันไปตามช่องทางการขายมีทั้งแบบจองผ่านแพลตฟอร์มของสายการบินโดยตรงและจองผ่านแพลตฟอร์มตัวแทน ซึ่งการจองผ่านแพลตฟอร์มตัวแทนมักจะได้ราคาที่ดีกว่าและเปรียบเทียบโปรโมชันได้ง่ายกว่าด้วย แต่การจองผ่านแพลตฟอร์มของสายการบินโดยตรงก็มีข้อดีเช่นกัน คือ เราสามารถจัดการบุ๊คกิ้งของเราได้เอง จะได้รับข้อมูลการจองจากสายการบินทางอีเมลล์โดยตรง หมดกังวลเรื่องตั๋วหลอก อีกทั้งยังมีการสะสมแต้มสมาชิกจากการจองเที่ยวบินอีกด้วย

Noteการจองผ่านแพลตฟอร์มตัวแทนต้องเลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ อาจดูได้จากรีวิวของผู้ใช้บริการจริงและความเป็นที่รู้จักของแพลตฟอร์ม เช่น Traveloka, Agoda

ข้อควรระวังก่อนกดซื้อตั๋วเครื่องบิน

1. เช็คข้อมูลผู้โดยสาร

ข้อนี้สำคัญมากจะต้องกรอกข้อมูลให้ตรงตามเอกสารยืนยันตัวตนของเราคือ บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต โดยเฉพาะชื่อและนามสกุล เพราะหากข้อมูลไม่ตรงกันอาจทำให้เกิดปัญหาออกตั๋วไม่ได้ตอนเช็คอินค่ะ

2. เช็ควันและเวลาออกการเดินทาง

สำหรับเที่ยวบินใช้เวลาเดินทางนานข้ามวันหรือเที่ยวบินที่ออกเดินทางช่วงใกล้ ๆ เที่ยงคืน อาจทำให้เราสับสันวันเวลาได้ ตรงที่ออกเดินทางวันนี้แต่กว่าจะถึงปลายทางก็เป็นวันถัดไปแล้ว ดังนั้นจะต้องตรวจเช็คความถูกต้องทั้งวัน-เวลาที่จะออกเดินทาง และวัน-เวลาที่จะถึงที่หมายนะคะ

3. เช็คสนามบินต้นทางและปลายทาง

เป็นอีกเรื่องสำคัญเช่นกัน ให้ระมัดระวังการจองสลับกันระหว่างสนามบินต้นทางและปลายทางซึ่งถ้าเราจองผิดอาจจะต้องเสียเงินเพื่อซื้อตั๋วใบใหม่แทนได้

4. เช็คบริการเสริม ต้องใช้หรือเปล่า?

บริการเสริม เช่น ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม, ประกันการเดินทาง อาจต้องจ่ายเงินเพิ่มนอกเหนือจากค่าตั๋วเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์เหล่านี้ ให้เราดูตรงสรุปค่าโดยสารว่ามีการเลือกบริการเสริมเพิ่มหรือไม่ หากไม่ต้องการบริการเสริมให้กดลบบริการเสริมออกไปก่อนที่จะจ่ายเงินค่ะ

Step 2 จัดกระเป๋าเตรียมขึ้นเครื่องบิน

สัมภาระการเดินทางแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ สัมภาระถือขึ้นเครื่องและสัมภาระเช็คอิน โดยทั้งสองประเภทมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ น้ำหนัก, ขนาด และสิ่งที่ใส่ไปในสัมภาระ

1. สัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on package)

สัมภาระที่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องบินไปด้วยได้จะมีข้อบังคับที่แตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน โดยส่วนมากแล้วจะให้ถือขึ้นเครื่องได้น้ำหนักรวมไม่เกิน 7 กิโลกรัมจะเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องอย่างกระเป๋าลากหรือกระเป๋าเป้ 1 ใบ และสามาถนำกระเป๋าขนาดเล็ก เช่น กระเป๋าถือ, กระเป๋าแล็ปท็อป ขึ้นเครื่องได้อีก 1 ใบ โดยมีการกำหนดขนาดสัมภาระด้วยเพราะจะต้องใส่ในชั้นวางด้านบนศรีษะหรือเก็บไว้ในช่องใต้เก้าอี้ด้านหน้าที่นั่งของเราได้นั่นเอง

ตัวอย่างสัมภาระถือขึ้นเครื่องของสายการบิน Air Asia ขนาดไม่เกิน 56 x 23 x 36 ซม. สำหรับกระเป๋าถือขึ้นเครื่องและไม่เกิน 40 x 30 x 10 ซม. สำหรับกระเป๋าขนาดเล็ก โดยมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 7 กิโลกรัม

สำหรับสัมภาระเช็คอินจะมีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับสิ่งที่นำใส่กระเป๋าไปได้เช่น ของเหลว, สเปรย์ หรือเจล ต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มล. ปริมาตรรวมไม่เกิน 1 ลิตร และใส่ในถุงพลาสติกใสแบบซีลปิดได้อีกชั้นนอกจากนี้ยังมีวัตถุต้องห้ามที่ไม่อนุญาตให้พกใส่กระเป๋าหรือพกติดตัวไปด้วยซึ่งผู้โดยสารควรจะทำความเข้าใจข้อมูลส่วนนี้ก่อนการเดินทาง ตัวอย่าง

2. สัมภาระเช็คอิน

สัมภาระนอกเหนือจากสัมภาระถือขึ้นเครื่องที่เราจะต้องโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องในตอนที่ทำการเช็คอินส่วนมากจะมีอยู่ในเที่ยวบินระหว่างประเทศ ทำให้บางเที่ยวบินไม่มีบริการสัมภาระเช็คอินรวมอยู่ในสิทธิประโยชน์ของตั๋วโดยสารดังนั้นถ้าเราต้องการโหลดกระเป๋าจึงต้องซื้อเพิ่มเป็นบริการเสริมค่ะ

วิธีเช็คน้ำหนักสัมภาระเช็คอินให้ดูตอนที่ทำการจองตั๋วว่ามีบริการน้ำหนักกระเป๋าเท่าไร โดยส่วนมากจะเริ่มต้นที่ 20 กิโลกรัม และจะมากหรือน้อยต่างกันไปตามประเภทของตั๋วโดยสาร หากพิจารณาแล้วว่าน้ำหนักกระเป๋าที่ได้มานั้นไม่เพียงพอควรจะซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเป็นบริการเสริมในตอนจองตั๋วด้วยจะประหยัดกว่าไปซื้อเพิ่มตอนเช็คอินค่ะ

จำนวนสัมภาระเช็คอินและขนาดของสัมภาระแต่ละชิ้นแล้วแต่สายการบินจะกำหนด แต่น้ำหนักรวมแล้วต้องไม่เกินน้ำหนักกระเป๋าที่ซื้อไว้โดยทั่วไปจะโหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องได้สูงสุดไม่เกิน 23 กิโลกรัมต่อชิ้นสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด และห้ามมีของต้องห้ามที่ไม่อนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องได้ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบซึ่งต้องถือขึ้นเครื่องเท่านั้นค่ะ

ตัวอย่างการบินไทยกำหนดน้ำหนักสัมภาระของเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดไม่เกิน 20-35 กิโลกรัม

นอกจากจะเตรียมกระเป๋าเดินทางให้พร้อมแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมอีกอย่างคือเอกสารยืนยันตัวตน สำหรับเที่ยวบินในประเทศสามารถใช้บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตเพื่อทำการเช็คอิน ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศจะใช้พาสปอร์ตเป็นเอกสารยืนยันตัวตนสิ่งสำคัญที่ต้องระวังอีกอย่างสำหรับเที่ยวบินไปต่างประเทศคือ วีซ่า บางประเทศกำหนดให้ต้องมี ซึ่งหากไม่มีจะโดนปฏิเสธการเข้าเมืองได้ค่ะ

Step 3 ไปสนามบินเตรียมออกเดินทาง

กระเป๋าพร้อม เอกสารพร้อม คราวนี้ถึงเวลาไปสนามบินกันแล้วค่ะ สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อถึงสนามบินคือ การเช็คอินเพื่อรับตั๋วโดยสาร ให้ไปที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินที่เราเดินทางด้วย ยื่นเอกสารยืนยันตัวตนให้เจ้าหน้าที่ทำการออกตั๋วโดยสาร ผู้โดยสารที่มีสัมภาระเช็คอินจะทำการโหลดกระเป๋าในขั้นตอนนี้ เมื่อเช็คอินเสร็จสิ้นเราจะได้รับตั๋วโดยสารหรือ Boarding Pass สำหรับใช้ในการขึ้นเครื่องบิน

วิธีเช็คอิน ทำอย่างไรได้บ้าง?

1. เคาน์เตอร์เช็คอิน

ผู้โดยสารจะต้องทำการเช็คอินเพื่อยืนยันตัวตนว่าเรามาถึงแล้วและพร้อมจะเดินทางไปกับเที่ยวบินนี้ ระยะเวลาที่สามารถทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินจึงมีจำกัดผู้โดยสารจะต้องเผื่อเวลาในการมาเช็คอินด้วย โดยส่วนมากแล้วเวลาเปิด-ปิดของเคาน์เตอร์เช็คอิน คือ

  • เที่ยวบินภายในประเทศจะเปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออก 2 ชั่วโมง และปิดบริการ 45 นาที ก่อนเวลาเครื่องออก
  • เที่ยวบินระหว่างประเทศจะเปิดบริการ 3 ชั่วโมงก่อนการเดินทางและปิดบริการ 1 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

ดังนั้น จึงแนะนำให้เผื่อเวลามาถึงสนามบินล่วงหน้า 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและเผื่อเวลา 3 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศค่ะ เหตุที่ต้องเผื่อเวลามากขนาดนี้เป็นเพราะว่าเคาน์เตอร์เช็คอินของแต่ละสายการบินมีผู้ใช้บริการกันอย่างหนาแน่นและอาจแน่นมากจนทำให้เราเช็คอินไม่ทันก็เป็นได้ เผื่อเวลาไว้ก่อนดีกว่าไปไม่ทันเวลานะคะ เพราะที่ผ่านมาก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตกเครื่องเพราะเช็คอินไม่ทันค่ะ

2. เช็คอินออนไลน์

เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร ปัจจุบันการเช็คอินสามารถทำได้หลายวิธีนอกเหนือจากการไปที่เคาน์เตอร์ของสายการบิน นั่นคือการเช็คอินออนไลน์หรือ Web check-inซึ่งเป็นการเช็คอินด้วยตนเอง หมดปัญหาเรื่องไปเช็คอินไม่ทัน โดยทั่วไปแล้วสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศจะเช็คอินออนไลน์ได้ล่วงหน้า 14 วัน ถึง 4 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศจะเช็คอินได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

หมายเหตุระยะเวลาที่ทำการเช็คอินทั้งที่เคาน์เตอร์และทางออนไลน์แต่ละสายการบินไม่เหมือนกัน อย่าลืมเช็คข้อมูลของสายการบินที่จะเดินทางด้วยทุกครั้ง

อย่างไรก็ดีแม้จะเช็คอินออนไลน์ด้วยตนเองมาแล้วยังต้องเผื่อเวลาไปสนามบินล่วงหน้าเช่นเดิมเพราะยังต้องมีเวลาเหลือในการเดินไปที่เกทเพื่อขึ้นเครื่องบินค่ะ โดยเฉพาะผู้โดยสารที่มีสัมภาระต้องโหลดจะต้องมาที่เคาน์เตอร์ของสายการบินเพื่อทำการโหลดกระเป๋า ข้อดีของการเช็คอินล่วงหน้าคือ ป้องกันการเช็คอินไม่ทันนั่นเองค่ะ ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ที่เช็คอินมาแล้วล่วงหน้ามาถึงสนามบินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเดินทางสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศค่ะ

การเช็คอินที่เคาน์เตอร์จะได้รับตั๋วกระดาษ ส่วนการเช็คอินออนไลน์จะได้เป็นตั๋วอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Boarding Pass ใช้แทนตั๋วกระดาษได้ จากนั้นก็ถือตั๋วเดินไปยังส่วนผู้โดยสารขาออกเพื่อทำการตรวจกระเป๋า (และตรวจหนังสือเดินทางสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ) เป็นขั้นต่อไปได้เลยค่ะ

Step 4 ตรวจกระเป๋าและรอเวลาขึ้นเครื่องบิน

ผู้โดยสารที่ถือ E-boarding pass และไม่มีกระเป๋าต้องโหลดสามารถตรงไปยังประตูทางออกขึ้นเครื่องได้เลยค่ะ แต่ก่อนจะไปนั่งรอขึ้นเครื่องได้เราจะต้องทำการตรวจกระเป๋ากันก่อน ซึ่งปกติแล้วแถวตรวจกระเป๋าจะค่อนข้างยาวและใช้เวลานาน บางที่อาจต้องรอนานกว่า 30 นาทีก็มีค่ะ

ผู้โดยสารควรจะไปถึงเกทหรือประตูทางออกขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออกไม่ต่ำกว่า 30 นาทีเพราะเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องและปิดเกทก่อนเวลาออกเดินทาง เวลาเกทปิดแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน ส่วนมากจะปิดประมาณ 10-20 นาทีก่อนเวลาเดินทาง

เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่จะเรียกให้ขึ้นเครื่องตามลำดับประเภทของตั๋วโดยสารและโซนที่นั่ง เมื่อขึ้นไปแล้วให้เดินไปนั่งตามเลขที่นั่งที่ระบุใน Boarding Pass ของเรา โดยดูที่ชั้นวางของด้านบนศรีษะจะมีเลขที่นั่งของแถวนั้น ๆ กำกับอยู่ ใครมีกระเป๋าเดินทางให้เก็บที่ชั้นวางด้านบนศรีษะ ส่วนกระเป๋าเล็กให้เก็บไว้ในช่องว่างใต้เบาะด้านหน้าที่นั่งของเราเอง เก็บของเสร็จและได้นั่งเป็นที่เรียบร้อยก็รัดเข็มขัดรอเวลาขึ้นบินได้เลยค่ะ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ Boarding Pass

ส่วนประกอบหลักของ Boarding Pass หรือตั๋วโดยสาร คือ ชื่อผู้โดยสาร, สนามบินต้นทาง-ปลายทาง, หมายเลขเที่ยวบิน, วันที่เดินทาง, Boarding time, หมายเลขทางออกขึ้นเครื่อง และเลขที่นั่งค่ะ

ข้อสำคัญที่ควรรู้ คือ Boarding Time ไม่ใช่เวลาเครื่องออกแต่เป็นเวลาเรียกขึ้นเครื่องใครที่มาถึงเกทก่อนเวลาจะนั่งรอหรือจะไปเดินเล่นพลาง ๆ ก็ได้แค่ต้องกลับมาที่เกทให้ทันเวลาเรียกขึ้นเครื่องค่ะ อย่างในรูปตัวอย่าง E-boarding Pass ด้านล่างเป็นของสายการบินแอร์เอเชีย Boarding Time คือ 08.20 นั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่จะเริ่มเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องในเวลา 08.20 ส่วนเวลาเครื่องออกก็เป็นไปตามเวลาที่ระบุไว้ตอนเราจองตั๋วนั่นเองค่ะ

ส่วนที่สำคัญอีกอย่าง คือ ประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช็คดูได้จากจอบอกไฟลท์บินที่จะมีบอกประตูทางออกของเที่ยวบินทั้งหมด ซึ่งจะตั้งอยู่ระยะตามทางเดินไปเกทนั่นเองค่ะ

การเดินทางด้วยเครื่องบินไม่ยากอย่างที่คิด ขอแค่เราเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในเรื่องของเวลา ถึงอย่างไรเวลาเหลือก็ย่อมดีกว่าเวลาขาดนะคะ เพียงเท่านี้ก็สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้อย่างหมดกังวลแล้วค่ะ :D

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...