โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

Exercise Chronotype ออกกำลังกายเวลาไหนให้เหมาะกับเรา

Health Addict

อัพเดต 06 มี.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • Health Addict
Exercise Chronotypes คือการเลือกออกกำลังกายให้ตรงกับเวลาชีวิตของแต่ละคน เพราะการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะกับตัวเอง จะทำให้เราเหนื่อยล้ากว่าเดิมได้

ในร่างกายเราทุกคนมีระบบนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) อยู่แล้ว ซึ่งแต่ละคนนาฬิกาชีวิตก็จะวิ่งวนรอบไม่เหมือนกัน บางคนเร็ว บางคนช้า สังเกตได้จากช่วงเวลานอนและตื่น การเลือกเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเองก็ถูกนับรวมอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งเรียกรวมๆ ว่า Exercise Chrobotype หากเรารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีพลังงานสูงตอนเช้า หรือตอนกลางคืน ก็จะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ง่วง ไม่เหนื่อย ไม่เบลอในตอนตื่นด้วย

ถ้าถามว่าแล้ว Chronotype เกี่ยวอะไรกับการออกกำลังกาย ก็ขอหยิบยกงานวิจัยชิ้นหนึ่งในหัวข้อ Chronotype, Physical Activity, and Sport Performance: A Systematic Review มาเล่าให้ฟัง
ตัวงานวิจัยเล่าถึงแนวคิดที่ว่า Chronotype ของแต่ละคนจะส่งผลต่อการใช้ การออกกำลังกายของแต่ละคนยังไงบ้างตลอดทั้งวันซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความสามารถจะถูกดึงออกมาสูงสุดในแต่ละช่วงเวลาของวัน ซึ่งในบทความแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ morning types (M-types), evening types (E-types) และ neither types (N-types) ที่ไม่เป็นทั้งสองแบบ ตื่นสาย ตื่นเร็วได้หมด
และผลสำรวจที่ได้ก็คือคนที่เป็น M-Type จะทำงานได้ดีที่สุด และจะมีพลังเอเนอร์จีมากสุดในช่วงเช้า ส่วนคนที่เป็น E-type ก็จะดีด และสมองแล่นสุดในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แต่สำหรับ N-type ในช่วงเช้าจะมีประสิทธิภาพระดับปานกลาง ไม่โดนเด่น จะไปหนักในช่วงบ่ายถึงเย็นที่ทำงานได้ดีที่สุด
กับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ก็น่าจะอธิบายความแตกต่างของ Individual Chronotype ได้เห็นภาพเลยชัดเจนมากขึ้น ก็คือ งานวิจัยหัวข้อชื่อ Circadian rhythm phase shifts caused by timed exercise vary with chronotype ที่ให้ผู้เข้าร่วม 52 คน มาออกกำลังกายแบบสุ่มช่วงเวลา วันละ 30 นาที ติดกัน 5 วัน โดยพบว่าคนที่เป็นประเภทตื่นเช้า หรือ Early Chronotype เมื่อออกกำลังกายตอนเช้า จะได้นาฬิกาชีวิตเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งได้ผลแบบเดียวกับคนที่ชอบตื่นสาย Late Chronotype เมื่อมาออกกำลังกายตอนเช้า นาฬิกาชีวิตก็จะเร็วขึ้นเช่นกัน
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจอยู่ตรงนี้ ถ้าให้ทั้งคนที่ตื่นช้า และตื่นเร็วมาออกกำลังกายตอนเย็นพร้อมกัน ผลปรากฏว่า คนที่ตื่นเช้า มีนาฬิกาชีวิตช้าลงกว่าเดิม ส่วนคนตื่นสายกลับมีนาฬิกาชีวิตเร็วขึ้นซะงั้น

ภาพประกอบอธิบายว่า ทั้งคนตื่นเช้า และตื่นสายเมื่อออกกำลังกายตอนเช้า จะทำให้นาฬิกาชีวิตไวขึ้น กลับกัน เมื่อเอาทั้งคู่มาออกกำลังกายตอนเย็น มีแค่กลุ่มคนตื่นเช้าเท่านั้นที่นาฬิกาชีวิตวิ่งช้ากว่าเดิม

Chronotype แบบไหนที่เป็นคุณ

ตัวละครหลักของ Chronotype ที่เราน่าจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วจะแบ่งออกเป็นสัตว์ 4 ชนิด ได้แก่ สิงโต หมี โลมา และหมาป่า ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีลักษณะเด่นๆ ดังนี้
- สิงโต คือพวกที่ตื่นเช้า 6 โมง ตื่นนอนตามแสงธรรมชาติ และนอนกลางคืนเป็นเวลา 4 ทุ่มก็นอนแล้ว คิดเป็น 15% ของ Chronotype คนทั่วโลก จะมีความกระตือรือร้น กระปรี้กระเปร่าในช่วงเช้า ทำงานได้ดีสุด 9 โมง 2 ทุ่ม

- หมี คล้ายๆ กับกลุ่มสิงโต แต่ตื่นสายขึ้นนิดนึง คือตื่น 7 โมง นอน 5 ทุ่ม คิดเป็นกลุ่มใหญ่สุดของทั้ง 4 สัตว์ คือ 55% เป็นพวกที่ตื่นตามแสงแดดธรรมชาติ พระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ก็ตื่นเมื่อนั้น และหลับตามแสงแดดเช่นกัน ช่วงเวลาทำงานที่ดีที่สุดคือ ช่วง 10 โมง - 2 ทุ่ม

- หมาป่า คือพวกที่ตื่นสาย 7 โมงครึ่ง หรือไม่ก็ตื่นบ่ายไปเลย และตาค้างตอนกลางคืน นอนอีกทีเที่ยงคืนเป็นต้นไป มีสัดส่วนคิดเป็น 15% เหมือนสิงโต จัดเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง และมีแรงทำงานในช่วงบ่าย 1 ไปจนถึง 5 ทุ่ม

- โลมา คือพวกที่หลับยาก หลับไม่สนิท นอนไม่เป็นเวลา มักมีปัญหาด้านการนอน เป็นโรคนอนไม่หลับร่วมด้วย เป็นกลุ่มที่หาได้ยากที่สุด คิดเป็น 10% ตื่น 6 โมงเช้า ไวเท่ากับสิงโต แอ็กทิฟสุดช่วงบ่าย 3 - 1 ทุ่ม และกว่าจะหลับก็ 5 ทุ่มเหมือนหมีและหมาป่า

ออกกำลังกายตาม Chornotype แบบไหนได้ประโยชน์สูงสุด

ถ้าเป็นสายวิ่งออกกำลังกาย แนะนำตามนี้เลย

- กลุ่มสิงโต : ออกวิ่งช่วง 5 โมงครึ่ง ตอนเย็น จะช่วยในเรื่องการบูสต์พลังงานในช่วงบ่าย-เย็น
- กลุ่มหมี : วิ่งดีสุดในตอนเช้า 7.30 ก่อนข้าวเช้า ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ถ้าไหวหรือทำได้ก็วิ่งในช่วงเที่ยงเพื่อกระตุ้นความหิว (แต่ถ้าร้อนไปก็ไม่ต้องวิ่ง)
- กลุ่มหมาป่า : เป็นพวกที่ชอบหิวดึก ดังนั้น แนะนำให้วิ่ง 6 โมงเย็น เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันและลดความหิว
- กลุ่มโลมา : วิ่งเช้าไปเลย 7.30 ช่วยให้ตอนกลางคืนหลับสบายขึ้น และหลับลึกขึ้น

สายโยคะ

- กลุ่มสิงโต : เล่นโยคะ 8 โมง หรือ 5 โมงเย็น ในช่วงก่อนทำงานหรือตอนทำงาน กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว สดชื่น
- กลุ่มหมี : ออกช่วงบ่าย หรือ 6 โมงเย็นก่อนข้าวเที่ยงและข้าวเย็น
- กลุ่มหมาป่า : ออกช่วง 6 โมงเช้า หรือ 4 ทุ่ม ก่อนข้าวเย็น เพื่อเป็นการผ่อนคลายก่อนเข้านอน
- กลุ่มโลมา : เล่นโยคะในช่วง 4 ทุ่ม เพื่อลดระดับคอร์ติซอลในร่างกาย ให้เข้าสู่โหมดพักผ่อน และลดความดัน

สาย Strength Training ฝึกความแข็งแกร่ง

- กลุ่มสิงโต : ช่วงบ่ายแก่ๆ 2 โมง - 5 โมง เป็นช่วงที่เหมาะออกกำลังแบบ Strenght Training เป็นเวลาที่ระดับคอร์ติซอลและเทสโทสเตอโรนอยู่ในระดับที่พอดี เหมาะกับการออกกำลังแบบเพิ่มความแข็งแรง
- กลุ่มหมี : แนะนำเป็นช่วงเย็นต้นๆ 5 โมง - 1 ทุ่ม
- กลุ่มหมาป่า และกลุ่มโลมา : ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล และเทสโทสเตอโรนจะอยู่ในจุดที่เหมาะกับการออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านมากที่สุดในช่วงเย็นๆ ถึงดึก 2 ทุ่ม - 4 ทุ่ม
ฉะนั้น หากอยากออกกำลังกายให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดควรเลือกเวลาให้ตรงกับ "Chronotype" ของตัวเองโดยอิงกับช่วงเวลาที่ร่างกายมีพลังงานมากที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ ดังนั้น การรู้จักตัวเองและปรับเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...