Songs in The Key of Life : Life's Been Good โจ วอลช์ คนบ้า ผู้น่ารัก
บทความพิเศษ | ภาสกร ประมูลวงศ์
Songs in The Key of Life
: Life’s Been Good โจ วอลช์
คนบ้า ผู้น่ารัก
กาลครั้งหนึ่งในคอนเสิร์ต The Eagles Long Road Out Of Eden World Tour Live in Bangkok ไฟในฮอลล์หรี่ลงจนมืดสลัว รู้กันในหมู่แฟนเพลงว่าเป็นช่วงที่วงกำลังจิบน้ำพักเบรก
จู่ๆ เสียงกีตาร์ท่อนอินโทรอันคุ้นหูก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงแผดร้อง I have a mansion forget the price
ทันใดนั้น อิมแพ็คอารีน่าจากเงียบงันราวสถานปฏิบัติธรรม พลันกระหึ่มด้วยเสียงดนตรีสลับเป่าปากโห่ร้องจากแฟนเพลงเรือนหมื่น กึกก้องไปทั่วสารทิศ
เราจะเรียก Life’s Been Good ว่าอะไรดี?
ปรากฏการณ์ขนาดย่อมทางดนตรี, เรื่องจริงที่เอามาอำกันเล่น, การจิกกัดบุคคลชนชั้นร็อกสตาร์ชนิดเต็มเขี้ยวหรือเพลงฮิตก่อนนิทรา?
คำตอบถูกต้องทั้งหมด ที่เหมาะเหม็ง (กว่า) คือคนรับหน้าที่ถ่ายทอด ผู้ที่ชีวิตไม่เคยทำงานอย่างอื่นใดเลยนอกจากดีดกีตาร์ร้องเพลง นามกร โจ วอลช์ (Joe Walsh)
ปีนี้ลุงแกอายุ 77 แต่ยังฟิตจัดเตะปี๊บดัง หลังได้กีตาร์เป็นของขวัญตอนอายุสิบขวบ จากนั้นมันก็เหมือนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายไปในบัดดล
เรียนหนังสือยังไม่ทันจบดี ปี 1967 ลุงวอลช์ตบเท้าเป็นสมาชิกวงร็อกแถวบ้าน (พ่อจริงมีอาชีพทหารอากาศเสียชีวิตจากเครื่องบินตก แกไม่มีบ้านจะอยู่ เลยย้ายมาอยู่กับพ่อเลี้ยงที่ Columbus, Ohio) James Gang ชนิดฟ้าประทานกึ่งผีผลัก เพราะมือกีตาร์คนเก่าเกิดบ้านแตกขอลาออกจากวง ลุงเลยเสียบเข้าทำนองเก่งบวกเฮง
สร้างชื่อเสียงให้ต้นสังกัดและตัวเองจนพูดได้เต็มปากว่าโด่งดัง เข้าวงโน้นออกวงนี้
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดเส้นทางชีวิตมาบรรจบกับ The Eagles ในปี 1975 ด้วยพรรษาโชกโชน แกเลยไม่มีความจำเป็นต้องยำเกรงบารมีเกลน ฟราย หรือกับ ดอน เฮนลี่ย์
“โจมีเลือดบ้าเต็มพิกัด แรงแกเหลือเจงๆ” มือกลองแห่งวงพญาอินทรี กล่าวไว้หอมปากหอมคอ
สรรพคุณที่ว่าสำแดงเป็นผลงาน Solo Album ในปี 1978 But Seriously, Folks… เพลงบ้าพลังนั้นมีความยาว 8.57 นาที
ผมเขียนไม่ผิดครับ Life’s Been Good ในเวอร์ชั่นสมบูรณ์มึความยาวอ่านว่า แปดนาทีห้าสิบเจ็ดวินาที!
เนื้อหาของเพลงคือเอาชีวิตเสเพลอันน่าอิจฉาของร็อกสตาร์มาฉีกเป็นริ้วๆ ชนิดขำกลิ้ง
สองอย่างที่โจ วอลช์ เลือกที่จะไม่แตะต้อง (อย่างชาญฉลาด) คือเซ็กซ์กับยาเสพติด
นั่นทำให้เพลงนี้หลุดพ้นจากการถูกแบนและเดินทางเข้าสู่สาธารณะชนในวงกว้างสะดวกโยธินเหมือนเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
“มันมีทุกอย่างที่ดีไซน์ไว้เป็นเพลงฮิต” นักวิจารณ์หล่นความเห็น
“ทำนองเรียบง่าย ฮุกติดหู เนื้อหาเข้าถึงความสนใจของคนฟัง มีจุดเชื่อมโยง บันทึกเสียงเนี้ยบ แสดงถึงความเป็นหมุดหมายของวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่เด็ดสุด มันมีความเป็นส่วนตัวที่กินอาญาเขตถึงเรื่องส่วนรวมแฝงอารมณ์ขันร้ายกาจ”
อันที่จริง Life’s Been Good ไม่ได้เป็นเพลงเร็วแบบดิ้นลืมตาย ตรงกันข้าม เบื้องต้นมันถูกวางรูปแบบให้เป็น Mid-Tempo Reggae ด้วยซ้ำ
ทำไปทำมาลุงแกก็เติม “จังหวะยก” เข้าไปสามสี่ริฟฟ์ เมื่อรวมกับเนื้อร้องเสียดสีสุดกู่ เข้าทำนอง อำใครก็ไม่มันส์เท่าอำตัวเอง (ว่ะ)
ผลประกอบการน่ะเหรอครับ เพลงไต่ไปถึงอันดับที่ 12 ใน US Billboard Hot 100
แถม Rolling Stone นิตยสารที่ทรงอิทธิพลทางดนตรีอย่างยิ่งยวดยังเขียนหยอด “ก่อจลาจลทางดนตรีแบบฮาแตก แถมเป็นการขึ้นย่อหน้าสำคัญของความเป็นศิลปินร็อกในช่วงยุค 70’s ด้วยซ้ำ”
“โอย ลุงไม่หวังอะไรแบบนั้นหรอก” โจ วอลช์ หัวเราะลั่นทันทีที่ได้ยินถ้อยคำสรรเสริญน้อยใหญ่
ทั้งๆ ที่มูลเหตุต่างๆ ในเพลงเป็นความจริงแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน
อย่างเดียวที่โม้ล้วนๆ คือท่อนที่ว่า My Maserati does 185 (รถมาเซราติลุงกด185 ไมล์ต่อชั่วโมงเชียวนะเฟ้ย)
เอาตามจริงความเร็วสูงสุดรถลุงแก Maserati 5000 GT คือ 170 ไมล์ต่อชั่วโมง ทว่า กลับส่งผลให้ Maserati ขึ้นชั้นเป็นรถหรูคนดังผู้บรรลุแล้วซึ่งรสนิยมอันวิไลไปในบัดดล
แมนชั่นที่ลุงแกบ่นในเพลงก็ไม่ได้โม้ แกซื้อบ้านไว้ก่อนเข้าวง The Eagles ในดงเศรษฐีพันล้านละแวกซานตาบาบาร่า แคลิฟอเนียร์ จากนั้นไปออกทัวร์สองปี นอนห้องสวีต โรงแรมไหนไม่มีห้องที่ว่าแกก็ออกปากขอจองสองห้องแล้วทุบผนังให้มันใหญ่ขึ้นมาหน่อย (อันนี้ฮาจริง)
“นานๆ ที ผมกลับมานอนบ้าน แม่มเอ้ย มันนอนไม่หลับ เหมือนนอนบ้านคนอื่นยังไงชอบกล ผมเดินทางเยอะก็จริง แต่นั่นคือการไปทำงาน เหมือนคนเคยถามว่าไปญี่ปุ่นสนุกไหม ลุงก็บอก เออ สนามบินสวยว่ะ อย่างอื่นไม่รู้เลย”
ปี 2012 ระหว่างอยู่บนเวทีที่เวสต์ฮอลลีวู้ด แกสารภาพหมดเปลือกถึงสิ่งที่อยู่ในเพลง ถือเป็นการยุติข้อสงสัยของแฟนเพลงที่มีมาตั้งแต่ปี 1978
“ลุงมีรถมาเซราติ อันนี้จริง แต่ใบขับขี่ลุงไม่ได้หาย กลายเป็นกระเป๋าตังค์หายทั้งยวงเลย แล้วที่ว่าออฟฟิศลุงมีกรอบรางวัลเต็มฝาผนังไปหมด อันนี้ก็จริง แต่ลุงไม่เคยโผล่หัวไปเลยว่ะ มีเครื่องอัดเสียงอยู่ตัวหนึ่ง ใครโทร.มาก็ฝากข้อความไว้ ว่างๆ วันไหนอารมณ์ดีอาจจะโทร.กลับ”
คนรอบข้างเท่านั้นที่รู้ว่าแกไม่เคยโทร.กลับใครเลยแม้แต่หนเดียว
“ลุงไปปาร์ตี้อยู่ถึงตีสี่? แหงแซะ ลุงไม่กลับคนแรกแน่นอน แต่คนสุดท้าย…บ่อยอยู่ แถมมีอยู่หน เมาหนักขนาดเดินไปเปิดประตูเสื้อผ้าเพราะนึกว่าประตูบ้าน”
ความป่วนบวกบ้าบิ่นสุดเพี้ยนของอัลบั้ม But Seriously, Folks… มาจากการพักฟื้นทางดนตรีล้วนๆ
โจ วอลช์ หนักหนามาจาก Long Run บวก Hotel California สองอัลบั้มที่สร้างรายได้มหาศาล
แกพักจำศีลอยู่ Bayshore Recording Studio แถวๆ Miami Coconut Glove ลงคิวไว้เป็นอาทิตย์ วันไหนเบื่อๆ ก็เช่าเรือยอชต์ขนาด 72 ฟุตชื่อ Endless Seas ขนอุปกรณ์บันทึกเสียง 4 แทร็กลงเรือไปด้วย แล่นไป Florida Keys จิบเบียร์เย็นๆ ตามประสา Life’s Been Good
“ผมว่า ตอนนั้นแหละคือที่มาจริงๆ ของเพลง” บิลล์ ซิมซิก (Bill Szymczyk) โปรดิวเซอร์คู่ซี้ตั้งแต่สมัยอยู่วง James Gang กล่าว
“ถ้าคุณฟังด้วยความตั้งใจ มันสับสน เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ปนเป มั่วซั่ว เหมือนนักมวยเมาหมัด อินโทรทำท่าจะเป็นเร็กเก้ เข้าห้องสอง ริฟฟ์ดันมีเสียงกีตาร์ประสานแนวคลาสสิคร็อก พอถึงท่อนเนื้อกลับมาเป็นเร็กเก้อีกรอบเฉย แถมฮุกต่อโซโล่กีตาร์กลิ่นป๊อปร็อกลอยมาหึ่งเลย มันควรเละเป็นโจ๊กถูกระเบิด กลายเป็นว่าส่วนผสมพันทางดันมาเจอสัดส่วนที่ลงตัว” แถมเสียงประสาน He’s Cool กับ Oh Yeah ก็มาจาก Jody Boyer เมียโจ วอลช์ (ตอนนั้น)
เพราะคงไม่มีใครในโลกจะเหมาะเหม็งเท่าเธออีกแล้ว
ชีวิตดี๊ดี (Life’s Been Good) ถ้าจะดีคนเดียวมันก็ไม่สนุก โจ วอลช์ ก่อตั้งกองทุน VetsAid เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกและครอบครัว จริงๆ ลุงแกช่วยลับๆ คนเดียวมานานแล้วตั้งแต่สมัยเป็นเศรษฐีใหม่ จนถึงปี 2017 แกถึงเปิดหน้าทำเป็นกิจจะลักษณะ ล่าสุดเพิ่งแสดงคอนเสิร์ตที่เวกัสหาเงินได้ราว 3.5 ล้านเหรียญ
“คิดถึงตอนพ่อตาย ผมไม่ได้รับมือ มีแต่รับตีนว่ะครับ” ลุงเล่า
“น่าเศร้านะ เด็กชายที่ครอบครัวเคยสมบูรณ์กลับต้องผ่านอะไรแย่ๆ ด้วยตัวคนเดียว วินาทีนั้นผมสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคนอื่น ช่วยได้ก็ต้องช่วย ถ้าช่วยไม่ได้หมดปัญญา ก็เอาใจช่วย”
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง โจ วอลช์ กับลูกชาย (Christian Quilici) นั่งรถผ่านย่าน Midwest เห็นคนไร้บ้านกินนอนข้างถนน ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวทหารผ่านศึก
“เชื่อไหม ครั้งหนึ่งพ่อก็เคยไม่มีบ้าน” วอลช์กล่าวกับลูกชาย ภาพนั้นกัดกินถึงหัวใจในฐานะปุถุชนที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกัน
“พ่อ เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้” จู่ๆ คริสเตียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “พ่อพร้อมจะเล่นคอนเสิร์ตแบบไม่มีค่าตัวไหมล่ะ?”
ขอแสดงความคารวะ และนับถือน้ำใจมา ณ ที่นี้!
รถลุงแพง แถมแรงด้วย ช่วยบอกต่อ
แต่ต้องรอ ไม่ได้จัด บัตรดันหาย
บ้านใหญ่โต โก้หรู อยู่สบาย
น่าเสียดาย ไปออกทัวร์ กลัวคนลืม
พักโรงแรม นอนกางมุ้ง กลัวยุงกัด
สารพัด อยากมีไร ได้จนเหลิง
ไม่ต้องนับ เงินกับทอง กองพะเนิน
อยู่เพลินๆ ด้วยชื่อเสียง อย่างเกรียงไกร
ไปปาร์ตี้ กลับตีสี่ ก็ถี่อยู่
ลุงไม่รู้ บานประตู อยู่ตรงไหน
อีกรางวัล กองเต็มบ้าน บานตะไท
จะไปไหน แฟนล้อมรุม กลุ้มอุรา
เค้าว่าลุง เป็นพวกบ้า ก็น่าหรอก
อย่างที่บอก ชีวิตนี้ ดีหนักหนา
ยืนร้องเพลง แหกปาก ญาติระอา
ดีดกีตาร์ ให้คนฟัง ตังค์มาเอง
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Songs in The Key of Life : Life’s Been Good โจ วอลช์ คนบ้า ผู้น่ารัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com