โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘แอน-โอซฮิลด์ นัคเค่น’ สภาอุตฯซีฟู้ดนอร์เวย์ กับแผนรุกหนักตลาดในไทย หลังพบอินไซด์คนรุ่นใหม่ชอบกินปลาแซลมอนทุกวันเสาร์

The Better

อัพเดต 19 มี.ค. 2568 เวลา 00.51 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 03.10 น. • THE BETTER
‘แอน-โอซฮิลด์ นัคเค่น’ ทูตพาณิชย์อาหารทะเลแห่งนอร์เวย์ เล่าเรื่องราวผลผลิตซีฟู้ดกับแผนการทำตลาดใน ’ไทย’ หนึ่งในตลาดสำคัญของอาเซียน พร้อมทำแคมเปญใหญ่และมี ‘ญาญ่า-อุรัสยา’ มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร?

โอชชิลด์ นัคเค่น หรือ ‘แอน’ เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ดูแลตลาดหลักในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในไทย และเวียดนาม รวมถึงใน ไต้หวัน ตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา พร้อมกับแบ็คกราวด์ที่คุ้นเคยในตลาดอาหารทะเลเป็นอย่างดี ด้วยก่อนหน้าดูแลตลาดส่งออกอาหารทะเลทั้งใน ญี่ปุ่น และ จีน ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่ ‘เธอ’ จะเข้ามารับตำแหน่ง ‘ทูต’ แห่งอาหารทะเลนอร์เวย์ ในครั้งนี้

THE BETTER ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ ‘แอน-โอชชิลด์ นัคเค่น’ ถึงบทบาทและแนวคิดการทำตลาดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในแคมเปญ ‘Salmon Saturday’ ที่จะให้ในทุกวันเสาร์เป็นวันแห่งปลาแซลมอน !!

‘Best Condition’ สู่ความสด-อร่อย

ก่อนเข้าสู่แนวทางการส่งเสริมการทำตลาดอาหารทะเลนอร์เวย์ ในไทย ‘แอน’ ชวนมาทำความรู้จักกับซีฟู้ดจากนอร์เวย์ ที่มีอยู่มากมายทั้งที่จับได้ตามธรรมชาติ และ การทำฟาร์มประมง (Fish Farming) อย่าง ปลาฟยอร์ด เทราต์, ปูจักรพรรดิ (King Crab), ปลานอร์วีเจียนซาบะ ปลาทะเลประเภทต่างๆ และ พระเอกตลอดกาลอย่าง ปลาแซลมอน ที่ส่งออกทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านตันต่อปี และเป็นตลาดหลักราว 65-70% เลยทีเดียว

ขณะที่ อาหารทะเลจากนอร์เวย์ ที่เข้ามาทำตลาดในไทย จะมี 3 กลุ่มหลัก สำคัญ คือ

  • ปลาแซลมอน ( Norwegian Salmon)
  • ปลาฟยอร์ดเทราต์ (Fjord Trout)
  • ปลานอร์วีเจียนซาบะ (Norwegian Saba)

ด้วยอาหารทะเลดังกล่าว จัดเป็นกลุ่มฮีโร่อาหารทะเลส่งออกที่น่าภาคภูมิใจของนอร์เวย์ ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของรสชาติ ให้ความสด อร่อย จากแหล่งผลิตในเขตการทำประมงตามชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ในการอยู่อาศัยของปลา ทั้งอุณหภูมิอากาศ 4-16 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี รวมถึงสภาพแวดล้อมของน้ำทะเลที่อยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ และองค์ประกอบอื่นๆ

อีกทั้งยังถูกควบคุมการผลิตด้วยใบอนุญาตเพื่อทำการประมงจากภาครัฐ ที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ราว 1,200 พื้นที่ (Location)ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งยังมีระบบการจำกัดการผลิตแต่ละราย (quota) ในการเพาะพันธุ์ปลา หรือ การเว้นช่วงระยะเวลาการจับปลาในบางช่วง รวมไปถึงการคืนพื้นที่หลังการการทำประมงแล้วเสร็จให้มีความสวยงามต่อไป เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศ อีกด้วย

“ด้วยเงื่อนไขทั้งหมด เป็นจุดแข็งของกลุ่มอาหารทะเลจากนอร์เวย์เพื่อทำตลาดส่งออก โดยตลาดสำคัญของนอร์วีเจียนซาบะ มียอดส่งออกอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น รวมถึงในประเทศไทยที่ผู้คนคุ้นเคยรสชาติเนื้อปลาชนิดนี้กันดีในร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆ” แอน ย้ำ

โอกาสตลาดไทย ร้านอาหารญี่ปุ่นกว่าห้าพันแห่ง

แอน กล่าวต่อ ถึงบทบาทในฐานะผู้อำนวยการ NSC ตลอดวาระที่เธอดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ เพื่อมุ่งส่งเสริมการทำตลาดส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์ใน 3 ตลาดสำคัญดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

โดยเฉพาะประเทศ ‘ไทย’ ในกลุ่มธุรกิจบริการร้านอาหาร (Food Service) ต่างๆ อย่างในร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีจำนวนมากกว่า 5,700 ร้าน และมีการบริโภคเมนูจากเนื้อปลาโดยเกือบทั้งหมดจะเป็นโอกาสของอาหารทะเลจากนอร์เวย์ เช่นกัน

ในปัจจุบัน การนำเข้าอาหารทะเลนอร์เวย์ มีอัตราการเติบโตเชิงมูลค่า 29% มูลค่า 2,000 ล้านบาท เชิงปริมาณ 42% คิดเป็น 7,800 ตัน (2 เดือนแรกเทียบกันปีนี้และปีที่แล้ว) โดยสินค้าในกลุ่มนอร์วีเจียน แซลมอน และฟยอร์ดเทราต์รวมกัน เติบโตในเชิงมูลค่า 21% มูลค่า 1,700 พันล้าน เชิงปริมาณ 32% นำเข้า 2 เดือนแรก 5,200 ตัน (YoY) โดยในปี 2567 มีการนำเข้าอาหารทะเลจากนอร์เวย์ราว 5,200 ตันเติบโตเชิงปริมาณราว 13% จากปีก่อนหน้า

“เป้าหมายในปีนี้ NSC จะยังรักษาการเติบโตของตลาดฯต่อเนื่องจากปีก่อน” แอน กล่าว

‘ความท้าทาย’ ล้อมรอบด้วยของอร่อย

จากทิศทางพร้อมเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ ‘แอน’ วางแผนการทำการตลาดเพื่อให้ ‘อาหารทะเลจากนอร์เวย์’ เข้าถึงผู้บริโภคคนไทยให้ได้มากขึ้น

“ในช่วงแรกๆที่เข้ามาในไทยพบว่าเป็นประเทศที่น่าตื่นตาด้วยอาหารหลากหลายเมนูและรสชาติที่น่าสนใจมากๆ แม้ว่าจะเป็นความท้าทายแต่ก็มองว่าเป็นโอกาสในการทำตลาดด้วย” แอน กล่าวพร้อมเสริมว่า “การเข้ามาในตลาดไทย ยังมีช่องทางต่างๆ อีกทั้งจากปัจจัยบวกการลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ทำให้ นอร์เวย์ มีข้อต่อรองการทำธุรกิจระหว่างกลุ่มประเทศยุโรป เพื่อขยายการทำตลาดส่งออกอาหารทะเลในในอาเซียนได้มากขึ้นด้วย”

อย่างไรก็ตาม แอน เสริมอีกว่า นอกจากนี้ยังมองถึงการทำแคมเปญการตลาดร่วมกันระหว่างสองประเทศได้เป็นอย่างดีทั้งการต่อยอดซอฟต์เพาเวอร์ด้านอาหารของไทยในเมนูต่างๆ และอาหารท้องถิ่นประจำภาคมาพัฒนาวัตถุดิบจากอาหารทะเลนอร์เวย์ ร่วมกันได้ด้วย

ทุกวันเสาร์ เราจะกินแซลมอน

นอกจากนี้ NSC ยังจะใช้กลยุทธ์ความร่วมมือระหว่างพันธมิตรรายต่างๆ ระหว่างเอกชนในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอาหารต่างๆ ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสาขาอาหาร ฯลฯ เพื่อส่งมอบ (Supply) อาหารทะเลจากนอร์เวย์ มาให้ถึงมือผู้บริโภคคนไทยให้ได้ง่ายที่สุด

ขณะเดียวกัน ยังได้สำรวจเชิงลึกผู้บริโภค (Consumer Insight) พบข้อมูลน่าสนใจของคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จะมีการรับประทานปลาแซลมอนกันที่บ้านหรือมีกิจกรรมนัดสังสรรค์ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และจึงเป็นที่มาของการทำแคมเปญ ‘Salmon Saturday’ ชวนทุกคนมากินปลาแซลมอนกันทุกวันเสาร์ !! ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวแคมเปญฯ ใน้ดือนเมษายน นี้

พร้อมกันนี้ NSC ยังเลือก ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ นักแสดงสาว ซึ่งเธอยังเป็นลูกครึ่งผสมสองสัญชาติไทยและนอร์เวย์ มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับอาหารทะเลนอร์เวย์ต่อเนื่องปีที่ 3 อีกด้วย

“การเลือก ญาญ่า มาร่วมงานกับ NSC ยังสื่อถึงความสัมพันธ์ในการทำตลาดนอร์วีเจียนซีฟู้ดในไทยได้เป็นอย่างมาก ซึ่งทาง NSC ยังได้เชิญนักแสดงสาวดังกล่าว ไปเยี่ยมชมฟิชฟาร์มต้นกำเนิดการทำประมงในนอร์เวย์ เพื่อให้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจนและพร้อมถ่ายทอดออกมาได้ตรงตามจริงในการสื่อสารการตลาดอีกด้วย” แอน ขยายภาพให้ชัดขึ้น

ปีทองฉลองสัมพันธ์ ‘120 ปี ไทย-นอร์เวย์’

พร้อมเสริมต่อว่า NSC ยังเตรียมจัดกิจกรรมเทศกาลครั้งใหญ่ Seafood from Norway Festival ในเดือนกันยายน ปีนี้ ณ ศูนย์การค้าดิเอ็มสเฟียร์ (The Emsphere) เพื่อสร้างความผูกพันธ์ระหว่างผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อ ความสด อร่อย ในรสชาติของอาหารทะเลจากนอร์เวย์ ทั้งปลาแซลมอน, ปลาฟยอร์ดเทราต์ และ ปลาซาบะ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

“การจัดงานเฟสติวัลฯในปีนี้ ยังมีความสำคัญด้วยยังร่วมการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและนอร์เวย์ ” แอน เสริมว่า “และเพื่อให้สมกับการเป็นบิ๊กเยียร์ ภายในงานฯ ยังจัดกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้ามาร่วมงานมีโอกาสลุ้นตั๋วเครื่องบินเดินทางไปประเทศนอร์เวย์ อีกด้วย”

เธอ บอกอีกว่า จากกิจกรรมและแคมเปญดังกล่าว NSC มองว่า จะมีส่วนอย่างมากในการผลักดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งยังรวมถึงด้านการท่องเที่ยวในทางอ้อมเห็นได้จากมีสายการบินให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-ออสโล จำนวนมากในปัจจุบัน โดยแคมเปญฯ จะเริ่มวันที่ 15 พ.ค.ปีนี้

แอน ปิดท้ายว่า จากแนวทางดังกล่าว เพื่อตอกย้ำแบรนด์ อาหารทะเลจากนอร์เวย์ ให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน จากในปัจจุบัน นอร์วีเจียนแซลมอน ครองส่วนแบ่งอันดับ1 สัดส่วน 71% ในตลาดปลาแซลมอน ประเทศไทย และยังเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...