โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดคริปโทฯ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหรือยัง?หลังIMF ประกาศเป็น Asset Class

Amarin TV

เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 03.39 น.
ตลาดคริปโทฯ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหรือยัง? เป็นหนึ่งในคำถามที่นักลงทุนต่างถกเถียงกันมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา โดยเสียงแตกเป็น 2 ฝั่ง

ตลาดคริปโทฯ ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหรือยัง? เป็นหนึ่งในคำถามที่นักลงทุนต่างถกเถียงกันมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา โดยเสียงแตกเป็น 2 ฝั่ง

(1) ฝั่งแรกมองว่าตลาดคริปโทฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งจุดพีคที่คนส่วนใหญ่มองคือหลังจากที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและสร้างเหรียญมีมของตัวเองขึ้นมาในชื่อ TRUMP Coin โดยเหรียญของทรัมป์ได้ทำการดูดสภาพคล่องจากเม็ดเงินในบล็อกเชน (On-chain) ไปกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายใน 2 วัน และปรับตัวลง 80% ภายใน 2 สัปดาห์ โดยจุดที่น่าสังเกตคือภายหลังการปรับตัวลงครั้งนั้นเม็ดเงินไม่ได้ไหลกลับไปหาเหรียญ On-chain อื่น ๆ แต่กลับออกจากตลาดไป ทำให้คนบางกลุ่มมองว่านั้นคือจุดจบของรอบ Altseason เรียบร้อยแล้ว

(2)ฝั่งที่สอง ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาด โดยให้เหตุผลว่า Altseason ในรอบนี้ ของจริงยังไม่มา โดยเทียบจาก Sentiment จุดพีคของรอบก่อนช่วงปี 2021 กับตอนนี้ยังต่างกันอยู่มาก อีกทั้งดูเหมือนเรายังพอมีปัจจัยบวกรออยู่ที่ครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยมหภาคที่ผ่อนคลายลง หรือ ข้อกฎหมายที่จะเอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโทฯ ที่กำลังทยอยปลดล็อคตลอดทั้งปี

แล้วเราสามารถใช้ Indicators ใดได้บ้างในการคาดการณ์จุดสูงสุดของตลาด?

Market Value to Realized Value (MVRV) หรือคือการเทียบมูลค่าตลาดกับต้นทุนคนส่วนใหญ่ในตลาด หรือแปลเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า คนส่วนใหญ่ในตลาดกำไรกันมากน้อยแค่ไหนแล้ว ซึ่งดัชนี MVRV มีอัตราความแม่นยำ (win rate) ค่อนข้างสูงในการนำมาคาดการณ์จุดสูงสุดของตลาดในรอบ cycle ปี 2017 และ 2021 โดยเมื่อ MVRV แตะระดับ 3-4 เท่า ตลาดจะเจอ cycle top หรือจุดพีคของรอบ ก่อนปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งสอง cycle ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาของปี 2024-2025 MVRV ทำจุดสูงสุดที่ราว 2.5-2.6 เท่าเท่านั้น สะท้อนว่าตลาด อาจจะยังไม่ถึงจุดพีคของ cycle หากวัดด้วย indicator นี้

4-Year Cycle Period หรือการวัดจุดสูงสุดของ cycle ผ่านระยะเวลาตามสถิติในอดีต โดยสิ่งที่เหมือนกันใน cycle ปี 2017 และ 2021 มีอยู่อย่างนึงคือหลังจากการเกิด Bitcoin halving ตลาดคริปโทฯ จะปรับตัวขึ้นและจะใช้เวลาราว 18 เดือน หรือ 1 ปีครึ่งตลาดจะเจอจุดพีค ก่อนปรับตัวลงในเวลาต่อมา

ทั้งนี้หากอิงตามข้อมูลดังกล่าว ใน cycle ปี 2024 นี้เราได้มี Bitcoin halving ในช่วงเดือนเม.ย. 2024 และหานับไป 18 เดือนจะตรงกับช่วงเดือนต.ค. 2025 ซึ่งสะท้อนว่าเรายังไม่ถึงจุดพีคของ cycle หากวัดด้วย indicator นี้เช่นเดียวกัน

Sentiment หรืออารมณ์ตลาด ว่าถึงจุดพีคที่ทุกคนโลภอย่างสุดขีดแล้วหรือยัง ซึ่งอาจจะเป็น indicator ที่จับต้องได้ยากและขึ้นอยู่กับความเห็นส่วนบุคคล โดยปัจจุบันมุมมองของนักลงทุนแยกออกเป็น 2 ฝั่งอย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้น คือมองตลาดพีคแล้วหลังทรัมป์เข้ามา และยังไม่พีคเพราะยังมีปัจจัยหนุนรออยู่

ทำให้หากวัดด้วย indicator นี้อาจจะยังก้ำกึ่งและตีความได้แบบ 50/50 ว่าตลาดพีคแล้วหรือยัง

Catalyst หรือปัจจัยสนับสนุนที่รออยู่ข้างหน้า โดยหากอิงจาก cycle ก่อน ๆ ตลาดจะขับเคลื่อนไปต่อได้ก็ต่อเมื่อมี Narrative หรือกระแสเป็นตัวสนับสนุน เช่นปี 2017 คือกระแส ICO และ ปี 2021 คือกระ DeFi Summer และ QE จากเฟดช่วงหลังโควิด

ทั้งนี้หากมองในปี 2025 ช่วงครึ่งปีหลังเราจะเห็นได้ว่าทั้งปัจจัยมหภาคจากเดิมที่มีความกังวลเศรษฐกิจถดถอยในช่วงต้นปี มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้นจากการลดดอกเบี้ยของเฟดช่วงปลายปี และการทยอยออกกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น 10 Tasks Force ของก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่จะทำให้กฎระเบียบคริปโทฯ ชัดเจนมากขึ้น หรือกลุ่มคณะทำงานเกี่ยวคริปโทฯ ที่แต่งตั้งโดยทรัมป์โดยเฉพาะ ที่กำลังเร่งร่างกฎหมายเอื้อต่อคริปโทฯ อยู่เช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็น การแบ่งประเภทของหลักทรัพย์ และ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ การออกกฎหมาย stablecoin เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุด IMF ได้ทำการประกาศให้ Bitcoin และ Crypto ประเภทอื่น ๆ เป็นหนึ่งใน Asset class ของโลกอย่างเป็นทางการในคู่มือบัญชีดุลการชำระเงินและสถานการลงทุนระหว่างประเทศฉบับบูรณาการ (BPM7) ฉบับล่าสุด

ยกตัวอย่างเช่น หากมีการทำธุรกรรมใน Bitcoin ระหว่างประเทศ (Cross boarder Transaction) จะเทียบเคียงได้กับการทำธุรกรรมของที่ดินและทองคำ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกยอมรับในระดับโลก

ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่จะทำให้อุตสาหกรรมคริปโทฯ เป็นที่ยอมรับ และรับเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันได้มากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

โดยหากพิจารณา indicators ทั้ง 4 จะเห็นว่าโดยภาพรวมยังมีโอกาสที่ตลาดยังไม่ถึงจุดพีค และลุ้นกลับไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ของปีได้ในช่วงครึ่งปีหลัง หากอิงข้อมูลเชิงสถิติและสิ่งที่เคยเกิดขึ้นใน cycle รอบก่อน ๆ แต่ทั้งนี้ไม่ได้มีสิ่งใดจะการันตีให้กับเราได้ว่ารอบนี้จะเหมือนรอบก่อนเสมอไป

กลยุทธ์การลงทุนที่ดีคือ “Don’t predict, just react” หรือคือการที่เราไม่ควรจะไปคาดการณ์ตลาดเพราะไม่มีใครเดาถูกได้ 100% แต่เราควรจะมี action plan หรือแผนรับมือในสถานการณ์ต่าง ๆ ถึงจุดไหนควร take profit ล็อคกำไร หรือ cut loss ตัดขาดทุน จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยและมีความสุขกับการลงทุนได้ในระยะยาว

หมายเหตุ : คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ผู้เขียน
นายธนลภย์ ปรีดามาโนช บริษัท ผู้จัดการเงินทุน เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด

Sources:
https://insights.glassnode.com/
https://cryptoquant.com/community/dashboard/66e1223e6884f07ba430f160?e=d_8

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...