’ภูมิธรรม‘ ชี้ปฏิรูปกองทัพ-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องใช้เวลา พร้อมตรวจสอบเรื่องไอโอ
'ภูมิธรรม' ไล่ฝ่ายค้าน กลับไปอ่านข่าวเก่า หลังขอเวลาอภิปราย 2 วัน แต่ไม่มีเรื่องใหม่ ชี้ ปฏิรูปกองทัพ - ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องใช้เวลา เปรียบ “กรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” พร้อมตรวจสอบเรื่องไอโอ ด้าน "จิรัฏฐ์" สวนกลับ ไม่ได้พูดถึง รมว.กลาโหม แต่โชว์เอกสารลายเซ็นนายกฯ ชี้ หากจะแจงแทน ก็แจงให้รู้เรื่อง
"ภูมิธรรม" ไล่ฝ่ายค้าน กลับไปอ่านข่าวเก่า หลังขอเวลาอภิปราย 2 วัน แต่ไม่มีเรื่องใหม่ ชี้ ปฏิรูปกองทัพ - ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องใช้เวลา เปรียบ “กรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” พร้อมตรวจสอบเรื่อง io ด้าน "จิรัฏฐ์" สวนกลับ ไม่ได้พูดถึง รมว.กลาโหม แต่โชว์เอกสารลายเซ็นนายกฯ ชี้ หากจะแจงแทน ก็แจงให้รู้เรื่อง
เมื่อเวลา 21.10 น.วันที่ 25 มี.ค.68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกชี้แจงฝ่ายค้านว่า 2 วันในการอภิปรายตนคิดว่าจะมีอะไรใหม่มาเสนอแนะให้เรารับทราบ แต่เห็นแต่การเอาข่าวหนังสือพิมพ์ คำสัมภาษณ์มาโยงเป็นเรื่องมากมายซึ่งเรื่องต่างๆ ตนได้ตอบแล้วในหน้าข่าวมาทั้งปีแล้ว
ตนอยากให้การอภิปรายเป็นการหยิบยกประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจควรเป็นประเด็นใหม่ที่เป็นการทำลายประเทศ ถ้าจะให้ตอบทั้งหมดคงต้องไปเอาคำตอบจากหนังสือพิมพ์มาร้อยเรียงกันใหม่เพื่อมาตอบซึ่งคาดว่าเวลาที่มีคงไม่พอ อยากให้ท่านกลับไปที่ห้องสมุดแล้วหยิบหนังสือพิมพ์เหล่านั้นมาดู จะได้ทราบว่ามีคำตอบอะไรบ้าง
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องการปฏิรูปกองทัพ เราทราบอยู่แล้วว่าบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป กองทัพต้องรับการเปลี่ยนแปลงด้วย เราได้มีการคุยกันกับผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหมด และได้ตกลงกันว่าต้องปรับปรุงให้ทันโลก โดยกำหนดทิศทางตั้งแต่ปี 2569-2580 ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าที่ท่านวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่องก็จริง
ที่ผ่านมากองทัพแยกกันพัฒนาไม่ได้ร่วมกันพัฒนาของทุกเหล่าทัพในลักษณะที่ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้พบว่าสิ่งที่เราทำได้ทำมายาวนานแล้วแต่ยังไม่เกิดผล ขณะนี้เราได้กำหนดทุกอย่างทั้งยุทธศาสตร์การเดินไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ยุทธศาสตร์ กำลังพล ส่วนการยกเลิกการเกณฑ์ทหารต้องอย่าลืมว่าเป็นเรื่องที่ทำมาอย่างยาวนาน หากจะให้ยกเลิกทีเดียวทำไม่ได้อย่างที่คิดเพราะต้องทราบว่ากองทัพมีไว้ทำอะไรบ้างอย่างน้อยที่สุดหากมีภัยสงครามมา กองทัพต้องปกป้องประเทศชาติได้ ทุกอย่างไม่ได้จบในวันเดียว
"การที่ท่านพูดว่าจะมาเป็นรัฐบาลปรับปรุงกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร มันไม่ง่ายอย่างที่ท่านคิด กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกองทัพก็ต้องใช้เวลา ผมพูดคุยกับผู้นำเหล่าทัพว่าผมไม่ได้คาดหวังว่าผมเข้ามาแล้วทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามที่หลายคนเรียกร้อง แต่อย่างน้อยสำนึกที่เห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้น และต้องรู้ว่ามีจุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุดเมื่อไหร่ จะต้องมีไทม์ไลน์ที่จะต้องจบ แค่นี้ก็เกิดได้ นี่คือการปฏิรูปเพื่อจะเปลี่ยนแปลง ไม่มีหรอกครับอย่างที่ท่านพูด เข้ามาแล้วจะยกเลิกเกณฑ์ทหารเลย 100 เปอร์เซ็นต์ เข้ามาแล้วจะพัฒนากองทัพให้มีนายพลลดไป มันทำแบบนั้นไม่ได้" นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม ยังกล่าวอีกว่า การที่กองทัพมีกำลังพลมาก มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่มีสงครามความขัดแย้งภายในประเทศ กองทัพจึงต้องเร่งผลิตกำลังพล เพราะปัญหาขนาดนั้นกองทัพมองว่าคือความมั่นคงของประเทศ การที่มีภัย การคุกคาม จำเป็นต้องผลิตคนไปสู้ เมื่อมีการเร่งผลิตก็ทำให้กำลังพลเยอะมากขึ้น พอมาถึงวันนี้โลกเปลี่ยนแปลง กำลังพลที่ผลิตล้นเกินมา ท่านจะมาหวังว่าให้ไล่คนเหล่านั้นออก มันทำไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ
ตนทำเออรี่รีไทร์บ้างก็ได้ออกไป ไม่ได้ทำเหมือนที่ท่านบอกที่กำหนดขึ้นมาแล้วปล่อยให้ว่าง มันว่างเพราะตำแหน่งมันเลยจากที่ควรจะเป็น ฉะนั้นจะต้องมีแผนจัดการ ซึ่งตนได้พูดคุยกับปลัดกลาโหมและผู้นำเหล่าทัพว่า จะลดนายพลได้อย่างไร และจะตัดตอนเพิ่มได้ยังไงเพื่อให้อยู่ในจุดที่พอดี ซึ่งต้องใช้เวลา ท่านก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ และพรรคที่มาเป็นรัฐบาลด้วย
"ผมลดกำลังพลในการเออรี่รีไทร์ในช่วงที่ผมมาในเดือนเมษายน ลดไป 589 อัตรา ซึ่งเป็นอัตราทดแทน และอัตราเหล่านี้ เมื่อถึงในเดือนเมษายนนี้ก็จะหมดแล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้เราก็จะทำ" นายภูมิธรรม กล่าว
ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ ท่านต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ตกค้างมาจากคนอื่นๆ มาก รัฐบาลนี้เข้ามาต้องแบกรับปัญหา เราไม่เคยปฏิเสธที่จะแก้ปัญหา ตนได้ทำหนังสือไปถึงแล้วรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมัน ในการขอซื้อเครื่องยนต์ และหาคนมาติดตั้งแทน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่พูดคุยกับทูตแล้ว พวกเขาจะไปคุยกันต่อ
อีกทั้ง ตนยังได้ทำหนังสือถึงปากีสถาน ว่าเรือที่ติดเครื่องยนต์เรือดำน้ำลำนี้ ยังไม่เคยลงน้ำมาก่อน ปากีสถานก็เอาเรือลงดำน้ำพอดี ตนก็บอกเขาว่าให้ช่วยประเมินมาด้วยว่าเรือดำน้ำใช้เครื่องยนต์จีนแบบเดียวกับที่เรากำลังจะซื้อ ก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหาอะไร และไม่มีใครกล้าตัดสินใจมาตลอด แต่ตนจะตัดสินใจอีกไม่นานนี้ โดยมีเหตุมีผลรองรับทั้งหมด
สำหรับเรื่องไอโอ นายภูมิธรรม ยืนยันว่า รัฐบาลนี้ หรือพวกเราทั้งหมดที่ทำงานบริหารประเทศเราไม่มีนโยบายแบบที่ท่านกล่าวหามา และตนก็เพิ่งรับทราบจากท่าน ก็ยอมรับว่าเราไม่กว้างขวางเท่าท่าน ซึ่งตนจะไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ให้ชัดขึ้น
"ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านพูดเล่ามา ผมจะน้อมรับและไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนในข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วก็จะหาหนทางในการแก้ไขถ้ามันเป็นจริง แต่มันก็พูดยากเหมือนกัน ผมนั่งฟังท่านมามันก็สับสนในข้อมูลเยอะเหมือนกัน หลายเรื่องเป็นเรื่องเก่า หลายเรื่องเป็นเรื่องไม่จริง อย่างที่เมื่อวานผมได้ชี้แจงไปแล้ว ฉะนั้นผมต้องรับฟัง และหาข้อมูลมาตรวจสอบอีกทีนึง จะให้ผมเชื่อไปเลยก็ยาก เพราะผมก็ประสบด้วยตัวเองว่ามันมีปัญหา ก็จะขออนุญาตนำไปศึกษาตรวจสอบ และสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดไปช่วยตรวจสอบ และมารายงานผม" นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้พวกท่านทั้งหลาย มีใจที่กว้างขวาง ทั้งหมดที่ฟังมาล้วนแต่เป็นเรื่องในอดีต ล้วนแต่เอาเรื่องของคนอื่น หลายเรื่องนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการที่ท่านอภิปรายไปทั้งหมด มันเป็นปัญหา ซึ่งจริงๆ แล้ว ตนเปิดให้คนจากพรรคท่านเจอตั้งหลายครั้ง เวลาหมด ท่านก็ขอต่อ แต่ท่านไม่ได้บริหารเวลา จะขอต่อก็ต่อไม่ได้ เพราะทุกคนมีเรื่องที่ต้องทำ ดังนั้นจะมาบอกว่ากองทัพเป็นที่ที่เข้าไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่จริง เพราะคนของพรรคหลายๆ คนก็เข้ามาแล้ว กระทรวงกลาโหมเปิดต้อนรับท่านตลอดในการพูดคุยกัน
"อันไหนที่เป็นปัญหา ผมจะรับมาพิจารณา และแก้ไข อันไหนที่ไม่ใช่เรื่องที่มีสาระสำคัญจริงๆ อันไหนที่เป็นวาทกรรม อันไหนที่เป็นการแสดง ผมก็คิดว่าจะปล่อยผ่านไป ไม่ให้เป็นเรื่องที่ประสบปัญหาร่วมกัน และอยากขอบคุณทุกอย่างที่ท่านได้นำเสนอมา อะไรที่แก้ได้ก็แก้ ติดตามผมได้หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีปัญหา" นายภูมิธรรม กล่าวจบ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายภูมิธรรมชี้แจงเสร็จ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ใช้สิทธิ์พาดพิง ที่ระบุว่า ตนใช้จินตนาการในการอภิปราย จึงอยากฟังคำอธิบายของท่านมากกว่านี้ พอเรื่องที่ตนอภิปรายไปมีหลักฐานทุกอย่าง ขอยืนยันว่าไม่มีอะไรที่ตนจินตนาการเลย
โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธาน ได้ปิดไมค์ ก่อนกล่าวว่า เอาเฉพาะที่ทำให้เสียหาย จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้ นายจิรัฏฐ์ พูดต่อว่า ตนไม่ได้อภิปรายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเลย ทุกอย่างเป็นอำนาจและลายเซ็นของนายกรัฐมนตรีทั้งนั้น หาท่านจะตอบแทนแล้ว ตนก็อยากได้คำตอบที่มากกว่านี้ ไม่ใช่ตอบเท่านี้ แล้วบอกว่าเวลาจะหมด ตนยังไม่รู้เรื่องเลยว่า ท่านตอบอะไร
นายวันมูหะมัดนอร์ จึงพยายามขอให้พอเท่านี้ เนื่องจากเวลาจะหมด
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นกล่าวยืนยันว่า ประธานสภาไม่ต้องกังวลว่าเวลาจะหมด เพราะยังมีเวลา เหลืออยู่ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือนายกรัฐมนตรีอยากจะใช้ เวลา 30 นาที ตนยกให้ แต่ต้องตอบให้เคลียร์ ไม่ใช่บอกแค่ว่า ไม่ใช่เรื่องจริงแล้วจบไป
ประธานสภา จึงวินิจฉัยว่าเพื่อให้การประชุมดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย ก็ขอให้นายก รัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ’ภูมิธรรม‘ ชี้ปฏิรูปกองทัพ-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องใช้เวลา พร้อมตรวจสอบเรื่องไอโอ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th