โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เบื้องหลังสหรัฐฯ หยุดจ่ายเงิน WTO เดินหน้า "อเมริกาต้องมาก่อน"

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 27 มี.ค. 2568 เวลา 20.17 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 03.15 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สหรัฐฯ ได้ระงับการจ่ายเงินสนับสนุนต่อ องค์การการค้าโลก (WTO) ตามรายงานจากแหล่งข่าวด้านการค้า 3 รายที่ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ขณะที่รัฐบาลของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าลดรายจ่ายของรัฐบาลกลาง

รัฐบาลทรัมป์มีท่าทีถอนตัวจากสถาบันระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่มองว่าขัดแย้งกับนโยบายเศรษฐกิจ "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) โดยมีแผนถอนตัวจากบางองค์กร เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) และลดเงินสนับสนุนต่ออีกหลายแห่งในระหว่างการทบทวนการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง

WTO เคยได้รับผลกระทบอย่างมากตั้งแต่ปี 2019 ในช่วงวาระแรกของทรัมป์ จากการที่สหรัฐฯ ขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษาใหม่เข้าสู่คณะอุทธรณ์ของ WTO ทำให้ระบบการระงับข้อพิพาทที่สำคัญไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีการกล่าวหาว่าคณะอุทธรณ์ของ WTO แสดงบทบาททางตุลาการเกินขอบเขตในคดีความทางการค้า

WTO ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครเจนีวา มีงบประมาณประจำปี 2024 อยู่ที่ 205 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 232.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยสหรัฐฯ มีกำหนดจะจ่ายเงินสนับสนุนราว 11% ของยอดรวมทั้งหมด อ้างอิงจากเอกสารสาธารณะของ WTO ซึ่งคำนวณตามสัดส่วนการค้าของประเทศสมาชิก

ผู้แทนของสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุมงบประมาณของ WTO เมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า การชำระเงินสำหรับงบประมาณปี 2024 และ 2025 ได้ถูกระงับไว้ระหว่างการทบทวนการจ่ายเงินสนับสนุนต่อองค์กรระหว่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งผลให้ WTO ทราบในภายหลัง แหล่งข่าว 2 รายซึ่งมีข้อมูลโดยตรงจากการประชุมระบุ

แหล่งข่าวที่รายที่ 3 ยืนยันข้อมูลดังกล่าว และเสริมว่า WTO กำลังวางแผนสำรอง หากการระงับเงินสนับสนุนดำเนินไปเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

รายงานระบุว่า ทั้งสามแหล่งข่าวขอไม่เปิดเผยตัวตน เนื่องจากการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมภายใน และสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการระงับการจ่ายเงิน

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ดำเนินการทบทวนองค์กรระหว่างประเทศทั้งหมดที่สหรัฐฯ เป็นสมาชิกภายใน 180 วัน เพื่อพิจารณาว่าองค์กรใดขัดแย้งกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ หรือไม่

การจัดสรรงบประมาณให้กับ WTO และองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ กำลังอยู่ระหว่างการทบทวน

อิสมาอิลา ดิแอง โฆษกของ WTO ระบุว่า การชำระเงินจากสหรัฐฯ กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่ถูกชะลอไปพร้อมกับการระงับการจ่ายเงินทั้งหมดต่อองค์กรระหว่างประเทศ

โดยทั่วไป การค้างชำระอาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการ WTO อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานยังคงบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรอบคอบ และมีแผนรองรับเพื่อให้ดำเนินการได้ภายใต้ข้อจำกัดทางการเงินจากการค้างชำระ

ดิแอง กล่าว และแนะนำให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางการสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ตามเอกสารของ WTO ที่รอยเตอร์ได้รับ ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2024 สหรัฐฯ มีหนี้ค้างชำระรวม 22.7 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 25.70 ล้านดอลลาร์)

รอยเตอร์ระบุว่า ภายใต้กฎของ WTO หากประเทศสมาชิกใดไม่ชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกเป็นเวลากว่าหนึ่งปี จะถูกจัดอยู่ในมาตรการทางการบริหาร ซึ่งเป็นขั้นตอนลงโทษที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาการค้างชำระ

แหล่งข่าว 2 รายยืนยันกับรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแรกจากทั้งหมดสามระดับของการค้างชำระ ซึ่งหมายความว่าผู้แทนของสหรัฐฯ จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานในหน่วยงานของ WTO และไม่สามารถเข้าถึงเอกสารทางการได้

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่า WTO ได้เริ่มใช้มาตรการลงโทษดังกล่าวกับสหรัฐฯ แล้วหรือไม่

วิลเลียม ไรน์ช อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และปัจจุบันอยู่ที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษานานาชาติ (CSIS) กล่าวว่า เชื่อว่าสหรัฐฯ จะชำระเงินสนับสนุน WTO ในที่สุด โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์ได้เสนอชื่อทูตสหรัฐฯ ประจำ WTO แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่จะยังคงมีส่วนร่วมกับองค์กร

โฆษก WTO ดิแอง ยืนยันว่า ประธานคณะกรรมการงบประมาณได้แจ้งต่อประเทศสมาชิกว่า สหรัฐฯ ปัจจุบันถูกจัดอยู่ใน "กลุ่มค้างชำระระดับ 1" เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ

เอกสารลับของ WTO ยังระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 มีอีก 5 ประเทศที่อยู่ในกลุ่มค้างชำระระดับ 1 ได้แก่ โบลิเวีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จิบูตี กาบอง และแกมเบีย โดยยอดเงินค้างชำระทั้งหมดรวม 38.4 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมที่ยังไม่ได้จ่ายในปี 2024 และก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...