โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หยุดชำระเบี้ยประกันชีวิต” อย่างไร...ให้ยังคง ‘มีความคุ้มครอง’ ?

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2565 เวลา 12.03 น. • บุณยนุช ยุทธ์ประทุม

Wealth EZ: ในบางจังหวะเวลาของชีวิต ผู้ชำระเบี้ยประกันอาจมีความจำเป็นต้อง “หยุดชำระเบี้ย” หลังจากที่ได้ชำระเบี้ยมาแล้วหลายปี แต่รู้หรือไม่ว่าท่านสามารถดำเนินการขอทำเรื่องหยุดชำระเบี้ยประกันชีวิตได้ โดยยังคง “มีความคุ้มครองชีวิต” ให้กับครอบครัวของท่านอยู่ เพราะหากผู้ชำระเบี้ยได้จากไป ครอบครัวจะได้รับเงินก้อนเพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิต และเมื่อผู้ชำระเบี้ยมีจังหวะชีวิตที่ดีขึ้น ก็สามารถทำเรื่องกลับคืนสถานะกรมธรรม์ได้เหมือนเดิม มากไปกว่านั้น ผู้วางแผนประกันอาจวางแผนด้านประกันเพิ่มเติมได้อีก วันนี้ผู้เขียนขอแนะนำทางเลือกสำหรับผู้ชำระเบี้ยที่มีความจำเป็นต้องหยุดชำระเบี้ยประกันชีวิตเพื่อให้ยังคงมีความคุ้มครอง 2 วิธี คือ
วิธีแรก “แบบกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ” เป็นการหยุดชำระเบี้ยประกันชีวิต โดยที่สถานะของกรมธรรม์ยังคงคุ้มครองชีวิตต่อไปจนครบกำหนดสัญญา แต่ทุนประกันชีวิตลดลง ยกตัวอย่างเช่น นายรักดี ได้ทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพไว้เมื่ออายุ 30 ปี ทุนประกันชีวิต 1,000,000 บาท จำนวนปีที่ต้องชำระเบี้ย 20ปี ต่อมาเมื่อนายรักดีอายุ 40 ปี ได้ประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจึงต้องการหยุดชำระเบี้ย แต่นายรักดีก็ยังคงกังวลกับความคุ้มครองชีวิตให้กับครอบครัวหากตัวเองเป็นอะไรไป เนื่องจากเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว

“นายรักดีได้ทำการตรวจสอบมูลค่าของกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จพบว่า มีจำนวน 560,000 บาท นั่นคือถ้านายรักดีได้หยุดชำระเบี้ยประกันชีวิตวิธีนี้ ทุนประกันชีวิตจะลดลงจาก 1,000,000 บาท คงเหลือ 560,000 บาท และมีความคุ้มครองชีวิตตลอดชีพเช่นเดิม”
วิธีที่สอง “แบบขยายเวลา” เป็นการหยุดชำระเบี้ย โดยที่สถานะของกรมธรรม์มีความคุ้มครองชีวิตด้วยทุนประกันชีวิตเท่าเดิม แต่ระยะเวลาที่คุ้มครองชีวิตจะลดลง จากตัวอย่างข้างต้นนายรักดีได้เปรียบเทียบการหยุดชำระเบี้ยแบบกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จกับแบบขยายเวลา พบว่า การเลือกแบบขยายเวลา นายรักดีจะมีทุนประกันชีวิตเท่าเดิมต่อไปได้อีก 20 ปี แทนที่จะคุ้มครองชีวิตไปตลอดชีพ นั้นคือนายภักดีจะได้รับความคุ้มครองประกันชีวิต 1,000,000 บาท ไปจนถึงอายุ 60 ปี
“ดังนั้นในการเลือกหยุดชำระเบี้ยประกันชีวิต ผู้ชำระเบี้ยควรพิจารณาดูว่าวิธีใดเป็นวิธีที่ให้ความความคุ้มครองที่เหมาะสมกับสถานการณ์และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชำระเบี้ย ทั้งนี้เพื่อหาความสมดุลด้านการเงินให้กับตัวเองและครอบครัวในช่วงเวลาต่างๆ และยังคงมีการวางแผนการเงินที่ดีรอบด้าน”
แม้ว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะวิกฤตด้านเศษฐกิจในบางจังหวะของชีวิตได้ การมีสติไตร่ตรองแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ ก็จะช่วยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...