โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

“มันเทศ” กับประโยชน์ดีๆ ต่อร่างกาย ต้านมะเร็ง-ลดน้ำตาลในเลือด

อาวุโส โซไซตี้

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2566 เวลา 03.08 น. • อาวุโสโซไซตี้
“มันเทศ” กับประโยชน์ดีๆ ต่อร่างกาย ต้านมะเร็ง-ลดน้ำตาลในเลือด

มันเทศ เป็นพืชตระกูลหัวที่มีหลากสี ทั้งสีขาว สีเหลือง สีส้ม หรือที่คุ้นตาหน่อยก็จะเป็นมันเทศสีม่วง จัดเป็นอีกหนึ่งพืชหัวที่ได้รับความนิยมในเรื่องของรสชาติ เพราะมันเทศมีรสสัมผัสที่หวาน นุ่ม นำมาปรุงได้ทั้งเมนูคาวและหวาน หรือจะต้มกินแบบสุก หรือแบบจิ้มน้ำตาลก็อร่อยเช่นเดียวกัน แต่นอกจากความอร่อยแล้ว มันเทศก็ยังเป็นพืชที่มีประโยชน์ทางโภชนาการอย่างที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับประโยชน์ดีๆ ของการกินมันเทศกัน

สารอาหารใน “มันเทศ”

มันเทศอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด โดยเฉพาะสารอาหารจำพวกไฟเบอร์และวิตามิน ในมันเทศมีวิตามินมากมาย ได้แก่

  • วิตามินเอ
  • วิตามินซี
  • วิตามินบี 5
  • วิตามินบี 6
  • วิตามินอี

มากไปกว่านั้น คุณจะยังได้แร่ธาตุที่มีประโยชน์ ช่วยในการบำรุงร่างกายอีกหลายชนิด โดยเฉพาะแร่ธาตุ ดังต่อไปนี้

  • โพแทสเซียม
  • แมงกานีส
  • ทองแดง
  • ไนอาซิน (Niacin)
  • สารต้านอนุมูลอิสระ

มากไปกว่านั้น มันเทศยังเป็นพืชที่มีไขมันน้อยถึงน้อยมาก โดย มันเทศดิบ 100 กรัม จะมีปริมาณไขมันอยู่แค่เพียง 0.1 กรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ เหมาะเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการลดหรืองดไขมันเป็นอย่างยิ่ง

ประโยชน์ของ “มันเทศ”

1.บำรุงสายตา
มันเทศมีสารเบตาแคโรทีน ซึ่งเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว สารเบตาแคโรทีนจะแปรเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสายตา กระตุ้นการทำงานของตัวรับแสงในดวงตา และยังมีแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่ดวงตาอีกด้วย

2.ต้านมะเร็ง
มันเทศอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารที่มีสารแคโรทีนอยด์ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ หรือถ้าหากเป็นมันเทศสีม่วงจะมีแอนโทไซยานิน ที่มีส่วนลดโอกาสในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนัก

3.ดีต่อลำไส้
มันเทศมีไฟเบอร์ 2 ชนิด ได้แก่ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ และไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำไม่ได้ โดยไฟเบอร์แบบละลายน้ำได้จะเข้าไปดูดซับน้ำในระบบทางเดินอาหารและทำให้อุจจาระนิ่มลง ป้องกันอาการท้องผูก และเมื่อไฟเบอร์ทั้ง 2 ชนิดมีการคลุกเคล้ากับกลุ่มแบคทีเรียชั้นดีในลำไส้ ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดการผลิตสารประกอบชนิดกรดไขมันสายสั้นเพื่อเป็นพลังงานในลำไส้ ทำให้ลำไส้แข็งแรง ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

4.ลดความเสี่ยงของภาวะขาดวิตามินเอ
วิตามินเอ เป็นวิตามินสำคัญที่มีส่วนช่วยบำรุงให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ต้านการอักเสบของเซลล์ ทั้งยังช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย ผู้ที่มีความเสี่ยงของภาวะขาดวิตามินเอ ควรอย่างยิ่งที่จะรับประทานมันเทศ เนื่องจากเป็นพืชที่ให้วิตามินเอสูง เพราะการรับประทานมันเทศต้มหรืออบเพียง 100-200 กรัม ร่างกายจะได้รับปริมาณของวิตามินเอระหว่าง 400-769 เปอร์เซ็นต์ต่อปริมาณวิตามินเอที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งมากพอที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงของการขาดวิตามินเอได้

5.ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แม้ว่ามันเทศอาจจะเป็นอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต แต่ก็เป็นอาหารที่ให้ไฟเบอร์สูง ซึ่งปริมาณไฟเบอร์ที่สูงนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำให้การเผาผลาญแป้งได้ช้าลง เมื่อคาร์โบไฮเดรตเผาผลาญได้ช้าลง ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดก็จะลดลงไปด้วย การกินมันเทศจึงมีส่วนช่วยป้องกันความเสี่ยงของระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้

6.ลดความดันโลหิต
มันเทศเป็นอีกหนึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารโพแทสเซียม มันเทศอบแค่เพียงหนึ่งถ้วย ให้สารโพแทสเซียมมากถึง 950 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าสารโพแทสเซียมในกล้วยถึงสองเท่า สารโพแทสเซียมนี้จะช่วยเข้าไปช่วยขยายหลอดเลือด และกำจัดเอาโซเดียมกับของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกาย ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง

ข้อควรระวังในการกินมันเทศ

โดยทั่วไปแล้ว มันเทศถือว่าเป็นพืชที่มีความปลอดภัย สามารถรับประทานได้โดยไม่มีอันตราย แต่ผู้ที่มีอาการแพ้มันเทศ ซึ่งถึงแม้จะพบได้น้อย แต่ก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแพ้กำเริบ มากไปกว่านั้น มันเทศยังมีสารออกซาเลต (oxalate) ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นนิ่วในไต ผู้ที่เป็นโรคนิ่วในไต หรือมีความเสี่ยงจะเป็นนิ่วในไต ควรระมัดระวังและรับประทานมันเทศในปริมาณที่เหมาะสม

มันเทศเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย แต่สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมก็คือ กรรมวิธีในการปรุงมันเทศที่แตกต่างกัน ก็อาจจะให้คุณประโยชน์ที่ต่างกัน หากปรุงมันเทศกับเครื่องปรุงรสก็อาจจะเสี่ยงที่มันเทศจะมีโซเดียมและน้ำตาลในปริมาณสูงได้

วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนควรปรุงมันเทศคือการต้มแบบธรรมดา หรือจะเป็นการอบก็ได้เช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...