โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมโรคชี้สมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาไม่แพร่จากคนสู่คน แนะระวังสำลักน้ำปนเปื้อน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ธ.ค. 2565 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2565 เวลา 06.22 น.

กรมควบคุมโรคชี้สมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาไม่แพร่จากคนสู่คน แนะระวังสำลักน้ำปนเปื้อน

วันนี้ (27 ธันวาคม 2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตามที่มีรายงานผู้เดินทางชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อและเสียชีวิตด้วยอาการสมองอักเสบ จากการติดเชื้ออะมีบา Naegleria fowleri หลังกลับจากประเทศไทยนั้น ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอบคุณการแจ้งข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ที่ทำให้กรมควบคุมโรคได้ใช้ข้อมูลนี้ให้ความรู้เรื่องโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบากับประชาชนเพื่อการป้องกันโรค เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีที่มีมาอย่างยาวนาน และเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพของทั้งสองประเทศ

นพ.ธเรศกล่าวว่า สำหรับโรคสมองอักเสบมักมีอาการ 1-12 วัน หลังได้รับเชื้อ (เฉลี่ยประมาณ 5 วัน) ที่เข้าทางจมูกและเชื้อเข้าสมองผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) โดยอาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ความรู้สึกตัวลดลง ชักเกร็ง อาการจะค่อยๆ แย่ลงและเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

“โรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาพบได้ทั่วโลก ในช่วง 40 ปี (ปี 2526-2564) ประเทศไทยพบเพียง 17 ราย ในจำนวนนั้น 14 คน (ร้อยละ 82) เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 12 ปี (ต่ำที่สุด 8 เดือน มากที่สุด 71 ปี) เป็นสัญชาติไทย 16 ราย และสัญชาตินอร์เวย์ที่เดินทางกลับจากไทย 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบช่วงฤดูร้อน ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่มีประวัติสำลักน้ำที่ไม่สะอาดจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ แต่ไม่ติดต่อจากการดื่มน้ำ และไม่ติดต่อจากคนสู่คน” นพ.ธเรศกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับวิธีการป้องกันติดเชื้ออะมีบาจากการสำลักน้ำ ได้แก่ 1.หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ หรือดำน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่สะอาด 2.ระมัดระวังไม่ให้สำลักน้ำเข้าโพรงจมูก ถ้าสำลักให้รีบสั่งน้ำออกแรงๆ ทางจมูก 3.รีบล้างจมูกด้วยน้ำต้มสุกที่สะอาด หรือน้ำเกลือ 4.ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงร่วมกับมีอาการป่วยน่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำไม่สะอาด การสำลักน้ำ หรือการใช้น้ำในการล้างจมูกให้แพทย์ทราบเพื่อประโยชน์ต่อการวินิจฉัย

“ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่ควรใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดสาดเล่นกัน และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะล้างจมูก สระว่ายน้ำควรรักษาความสะอาดตามมาตรฐานตามคำแนะนำของกรมอนามัย โดยมีการตรวจวัดและเติมสารคลอรีน ให้มีปริมาณคลอรีนตกค้างอิสระ 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร” นพ.ธเรศกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...