โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงแรมไทยเนื้อหอม 'ทุนใหญ่' ซื้อคึกคัก หมดเวลาช้อปของถูก จ่อปิดดีลอีกหมื่นล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ม.ค. 2566 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2566 เวลา 03.41 น.
แฟ้มภาพ ใช้ประกอบข่าวเท่านั้น

โรงแรมไทยเนื้อหอม ‘ทุนใหญ่’ ซื้อคึกคัก หมดเวลาช้อปของถูก จ่อปิดดีลอีกหมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์ซื้อขายโรงแรมยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นับจากเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 มีทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติที่ติดต่อเจรจาซื้อโรงแรมหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา รวมถึงกรุงเทพฯ เป็นโรงแรมขนาด 150-180 ห้องขึ้นไป แต่ราคาเสนอขายไม่ได้ลดราคาเหมือนช่วงต้นปี 2563 ที่มีการปรับลดราคากัน 35-40%

“ตอนนี้หมดเวลาซื้อของถูกแล้ว ตลาดเป็นของผู้ขาย ราคาเสนอขายขยับขึ้นมาใกล้เคียงปี 2562 อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่แน่ไม่นอนมีบางรายที่เริ่มจากการเช่าและนำมาบริหารก่อน 3-5 ปี ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อดูสถานการณ์ต่างๆ เช่น การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับมาได้เท่าไหร่ เป็นต้น” นายณัฏฐากล่าว

นายณัฏฐากล่าวว่า ในส่วนที่ไนท์แฟรงค์บริหารให้ เมื่อเดือนธันวาคม 2565 มีปิดดีลการซื้อขายโรงแรมในกรุงเทพฯ ช่วงถนนสุขุมวิทซอย 20-30 โดยกลุ่มทุนไทยรายใหญ่เป็นคนซื้อโดยตรงกับเจ้าของ ด้วยวงเงิน 3,200 ล้านบาท เป็นโรงแรมขนาด 458 ห้อง

นอกจากนี้ มีนักลงทุนต่างชาติเช่าโรงแรมที่ช่องนนทรี กรุงเทพฯ ขนาด 30-48 ห้อง ที่เจ้าของประกาศขายบริหารก่อนตัดสินใจซื้อ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 3-4 แห่ง มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท

น.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร ประธานบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) หรือ CBRE กล่าวว่า สถานการณ์การซื้อขายโรงแรมในรอบปี 2565 ยังมี แต่ไม่มาก โดยเป็นดีลต่อเนื่องมาจากช่วงโควิดและเพิ่งมาปิดการขาย ซึ่งในช่วงโควิดระบาดหนักหลายคนคาดว่าจะมีการซื้อขายโรงแรมในราคาถูก แต่หลังจากสถาบันการเงินมีการผ่อนผันการชำระหนี้ ขณะที่เจ้าของเองก็มีการลดค่าใช้จ่าย เช่น ปรับลดคน และมีการรีโนเวตใหม่ ประกอบกับช่วงนี้สถานการณ์ท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว จึงทำให้ราคาซื้อขายไม่ได้ถูก

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ในปี 2565 ยังคงมีการซื้อขายโรงแรมอย่างต่อเนื่องมาจากช่วงโควิด ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับ 3-4 ดาว และมีทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติที่เข้าเจรจาซื้อ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เช่น สมุย และในปี 2566 คาดว่าจะยังคงมีการซื้อขายอยู่อย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เคยระบุว่า ช่วงวิกฤตโควิด-19 มีโรงแรมทยอยมาเสนอขายให้กว่า 200 แห่ง และมีหลากหลายขนาด ทั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทาง AWC มีปิดดีลซื้อขายไปแล้วหลายแห่ง และกำลังวิเคราะห์และศึกษาซื้อเพิ่มเติม โดยดูให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ AWC ทั้งในแง่ราคา ผลตอบแทนและกลยุทธ์ในภาพรวมของพอร์ต

ล่าสุดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 AWC ได้เข้าลงทุนในโรงแรมเพิ่ม 2 แห่ง วงเงินรวม 8,856 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการเดอะเวสทินสิเหร่เบย์รีสอร์ทแอนด์สปา ภูเก็ต ประมาณ 3,551 ล้านบาทและโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว แบงค็อก วินด์เซอร์ ประมาณ 5,306 ล้านบาท

เมื่อดูพอร์ตของ AWC ในปัจจุบัน มีมูลค่ารวมประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรมและการบริการ 19 แห่ง ศูนย์การค้า 9 แห่ง อาคารสำนักงาน 4 แห่ง และธุรกิจค้าส่ง 2 แห่ง รวม 34 แห่ง และอยู่ระหว่างพัฒนา 15 โครงการใหม่ ล่าสุดเตรียมจะเปิดโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง และโรงแรม อินน์ไซด์ กรุงเทพ สุขุมวิท ภายในปี 2566 รวม 400 ห้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...