โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

MG5 2023 ขายแล้วที่ออสเตรเลียเริ่ม 599,000 บาท

Car2day

อัพเดต 18 ธ.ค. 2566 เวลา 19.37 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2566 เวลา 09.14 น. • Car2Day

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ MG5 เก๋งซีดานไซซ์คอมแพ็คที่ได้ขายเสียทีหลังแผนเดิมจะเปิดตัวเมื่อปี 2020 และขายในปี 2021 แต่เจอโรคเลื่อน

MG5

ครั้งนี้พร้อมขายพร้อมท้าชนคู่แข่งด้วยดีไซน์รถทรงสปอร์ตทั้งคันเริ่มจากกระจังหน้าสีทูโทนดีไซน์ 3 มิติ เพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่ด้วยหลังคาซันรูฟ (Sunroof) พร้อมล้ออัลลอยลายขนาด 17 นิ้ว ยางติดรถมาในขนาด 215/50R17 ในรุ่นท็อปสุด และขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 205/55R16 บนพื้นฐานออปชันหรูทั้งไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL รับกับกันชนหน้าทรงสปอร์ต ไฟท้าย LED แบบ Leopard Claw รับกับกันชนหลังพร้อมคิ้วชายล่าง ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และเสปอยเลอร์หลังที่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

MG

ภายในทันสมัยหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว เบาะปรับไฟฟ้าด้านคนขับแบบ 6 ทิศทางในรุ่นท็อปสุด ไฟส่องสว่างที่นั่งแถวหลัง ที่เก็บแว่นตา บนพื้นฐานแห่งความสบายทั้ง จอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เชื่อมต่อได้ทั้ง Apple Car Play กับ Android Auto พร้อมลำโพง 4 และ 6 จุด พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านเบาะนั่งหนังเลือกได้ทั้งโทนสีดำขลิบแดงและทูโทนสีดำแดง

ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมเครื่องปรับอากาศดิจิตอล กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart KEY และ DIGITAL KEY ที่สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้เป็นกุญแจรถได้ หรือจะเลือกแชร์ให้คนที่คุณไว้ใจถึง 5 คน พร้อมปุ่ม Push Start เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Vehicle Hold ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างและเบาะหลังพับได้ โดยมีพื้นที่สัมภาระท้ายแบบไม่พับเบาะ 401 ลิตร

MG5

ขุมพลังที่จะทำตลาดออสเตรเลียมีเพียงเบนซินขนาด 1.5 ลิตร ที่เลือกได้สองความแรงทั้งรหัส 15S4C VTi – TECH กำลังสูงสุด 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT และ เบนซินเทอร์โบ 15S4E ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT 7 สปีด พร้อมความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ FSF ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS กระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD)

เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Emergency Brake Assist (EBA) พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง Cornering Brake Control (CBC)ควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Program (ESP) ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control (HHC) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งไม่มีถุงลมนิรภัยกลางห้องโดยสารและใต้เข่าคนขับ

กุญแจนิรภัย Immobilizer ล็อกประตูอัตโนมัติ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control สัญญาณไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกกะทันหัน Emergency Stop Signal (ESS) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Brake (AEB) กล้องมองหลัง ไฟเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย seatbelt reminder (SBR) สำหรับด้านหน้า

ในรุ่นท็อปเพิ่มออปชันความปลอดภัยทั้ง ระบบเข็มขัดนิรภัยแบบกลไกดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง Pretensioner with Load Limiter Safety Belt เพิ่ม ไฟเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย seatbelt reminder (SBR) สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ควบคุมการทรงตัวแบบสปอร์ต Electronic Stability Program Sport (ESP Sport) และกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ

MG

MG5 ท้าชนกลุ่มพิกัดเดียวกันทั้ง Toyota Corolla, Honda Civic, Mazda 3, Hyundai i30 Sedan, Kia Cerato Sedan และ Subaru Impreza Sedan นำเข้าจากจีนขายจริงที่ออสเตรเลีย สองรุ่นย่อยตั้งแต่รุ่น Vibe 114 แรงม้า ราคา $24,990 หรือราว 599,000 บาทและรุ่นท็อป Essence Turbo $28,990 หรือราว 699,000 บาท โดยเป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยและเป็นราคารวมค่า on-road costs ของออสเตรเลีย

ที่มา Carsales

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...