NARIT เปิดตัว 12 แห่งเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในไทย อนุรักษ์เป็นแหล่งดูดาว
“หากความมืดไม่มาเยือน ดวงดาวก็มิอาจส่องแสง” สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เปิดตัวเส้นทางดูดาวในเมืองไทย พร้อมขึ้นทะเบียนเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด 12 แห่งแรกของไทย หวังอนุรักษ์ความมืด-เพิ่มแหล่งดูดาวในประเทศ ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ (Dark Sky Tourism) พร้อมชวนสมัครเพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทยได้
“Dark Sky Places” หรือ “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด” มีขึ้นเพื่อให้ผู้คนใช้แสงสว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งผลเสียน้อยที่สุด ไม่รบกวนธรรมชาติ ให้เราสามารถสงวนความมืดของท้องฟ้าเอาไว้ และเห็นดาวได้ชัดเจน อย่างประโยคของ D.H. Sidebottom ที่ว่า “หากความมืดมิดไม่มาเยือน ดวงดาวจะไม่ส่องแสง”
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ (Dark Sky Tourism) แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวดูดาวทั่วทุกภูมิภาคของไทย ภายใต้แนวคิด “Amazing Dark Sky in Thailand” พร้อมประกาศรายชื่อ 12 พื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย และเปิดตัวคู่มือท่องเที่ยว “ชวนเธอ ไปชมดาว” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ปลุกกระแสการเดินทางในช่วงฤดูกาลปลายฝนต้นหนาว ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์ (Dark Sky Tourism)
เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้สังคมตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากมลภาวะทางแสงและอนุรักษ์ความมืดของท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) อุทยานท้องฟ้ามืด 2) ชุมชนอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด 3) เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล 4) เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ชานเมือง โดยสถานที่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในแต่ละประเภทจะต้องมีความมืดของท้องฟ้าที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการแสงสว่างอย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากแสงรบกวน เป็นพื้นที่เปิดโล่งซึ่งสามารถสังเกตท้องฟ้าได้โดยรอบ มองเห็นดาวเหนือ และวัตถุท้องฟ้าเด่น ๆ ได้ด้วยตาเปล่า รวมถึงมีบุคลากรในพื้นที่ที่สามารถให้ความรู้ทางดาราศาสตร์เบื้องต้นแก่นักท่องเที่ยวได้ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แก่ผู้มาใช้บริการ
สำหรับสถานที่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย ประจำปี 2565 จำนวน 12 แห่ง ประกอบด้วย
1. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่ ประเภท อุทยานท้องฟ้ามืด
2. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ประเภท อุทยานท้องฟ้ามืด
3. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกระมัง จังหวัดชัยภูมิ ประเภท อุทยานท้องฟ้ามืด
4. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ประเภท อุทยานท้องฟ้ามืด
5. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ ประเภท อุทยานท้องฟ้ามืด
6. ชุมชนออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ประเภท ชุมชนอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด
7. ไร่องุ่นไวน์ อัลซิดินี่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประเภท เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคค8
8. โรงแรมเรนทรี เรซิเดนซ์ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ประเภท เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล
9. สนามมวกเหล็ก เอทีวี อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ประเภท เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล
10. บ้านไร่ยายชะพลู อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ประเภท เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล
11. เดอะเปียโน รีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประเภท เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล
12. ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประเภท เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดส่วนบุคคล
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครเพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทยได้ที่ https://darksky.narit.or.th/
ดาวน์โหลด e-book #ชวนเธอไปชมดาว ได้ที่
>>> https://madamscreator.com/ebook/Amazing-Dark-Sky/
ดาวน์โหลด #คู่มือดูดาว ได้ที่ >>> https://www.narit.or.th/images/07_บริการวิชาการ/books/2022/stargazing_คู่มือนักดูดาว_a.pdf?fbclid=IwAR2roy2xiHYv7QqRwj8LJeNL4JL6b3aGyKfrEtoSSqhnUEFpq2zu8OGJDvM
Fact:
หลายคนอาจจะรู้ว่าดวงดาวนั้นมีอยู่เต็มท้องฟ้า ดวงดาวมีความสัมพันธ์กับมนุษย์อย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีต ผู้คนใช้ดาวในการเป็นเครื่องหมายนำทางเรือ ใช้บอกวันเวลา และฤดูกาล และการเรียนรู้เกี่ยวกับดวงดาว และศาสตร์ดาราศาสตร์ ก็นำมาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ จนเกิดเป็นผลพลอยได้มากมายที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น เทคโนโลยี Wi-Fi ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากการค้นหาหลุมดำในกาแล็กซีทางช้างเผือก และที่ขาดไม่ได้คือความสวยงามของดาวนับล้านในยามค่ำคืน
ทว่า ปัจจุบัน มีการใช้แสงสว่างเพิ่มขึ้นทุกปีและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น เพราะแสงที่สว่างเกินความจำเป็น และไม่ได้รับการควบคุม หรือที่เราเรียกว่า มลภาวะทางแสง อาจทำให้เราไม่สามารถเห็นดาวได้ชัดเฉกเช่นในอดีต อีกทั้ง อาจส่งผลกระทบต่อคนและสัตว์ ทั้งด้านระบบนิเวศ พลังงาน ดาราศาสตร์ รวมถึงสุขภาพร่างกายโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้ NARIT หรือสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จึงได้ริเริ่มโครงการที่จะช่วยสงวนความมืดของท้องฟ้าขึ้น
ที่มา
https://www.facebook.com/100064816535612/posts/408707857966429/
http://news.dnp.go.th/news/18201
https://www.facebook.com/1523107561151019/posts/4625189344276143/?d=n
https://www.facebook.com/100064816535612/posts/324558806381335/?d=n