รองอธ.อัยการศาลเเขวงเเนะ วัด-คอนโดฯต้องใช้กฎหมายถ้อยทีถ้อยอาศัยเจตนาสุจริตกำหนดกติกาสังคม
“โกศลวัฒน์”รองอธ.อัยการศาลเเขวงเเนะทางออกวัด-ลูกบ้านคอนโดต้องใช้กฎหมายถ้อยทีถ้อยอาศัยเจตนาสุจริตกำหนดกติกาสังคม ชี้ พ.ร.บ.ควบคุมโฆษณาใช้เครื่องเสียงฯไม่ใช้บังคับการสวดศพ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 65 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 65 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รอง อธ.อัยการสำนักงานคดีศาลแขวง โพสต์เฟซบุ๊คกรณีปรากฎเป็นข่าวลูกบ้านคอนโดใกล้เคียงวัดบางสะแกนอก ย่านตลาดพลู กับผู้คนภายในวัด เกี่ยวกับเรื่องเสียงดังรบกวนจากพระสวดศพ จนสร้างความเดือดร้อนทำงานไม่ได้
ความว่า “รองอธิบดีอัยการศาลแขวงขอบอก
วัดติดกับคอนโด อยู่ด้วยกันได้…ใช้กฎหมายแก้ปัญหา การอยู่ร่วมกัน มีกฎหมายเป็นกติกาอยู่แล้ว เพียงศึกษากฎหมายให้เข้าใจว่า กฎหมายกำหนดกติกาสังคมไว้ว่าอย่างไรแล้วทุกฝ่ายทำตามกติกานั้น ไม่ให้ผิดกฎหมาย
ไม่เดือดร้อนเลยอาจเป็นไปไม่ได้ คนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันย่อมเหมือนลิ้นกับฟัน ย่อมกระทบกันได้เสมอ คอนโดมิเนียมมาสร้างชิดติดวัด ย่อมเหมือนเพื่อนบ้านสนิท อยู่ใกล้ชิดติดกัน กิจกรรมของวัด กับของคอนโดมิเนียมย่อมแตกต่างกันชัดเจน กระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน เราจึงควรมาศึกษากฎหมายที่เป็นกติกาของสังคมกันดังนี้นะครับ
พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “โฆษณา” หมายความว่าการบอกกล่าว แจ้งความ ชี้แจง แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็น แก่ประชาชน
มาตรา 8 พระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่การโฆษณา
1.คำสอนในทางศาสนา
2.ของหน่วยราชการของรัฐ
3.หาเสียงเพื่อประโยชน์แก่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งโฆษณาเป็นภาษาไทย
4.กิจการของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งโฆษณาด้วยตนเองเป็นภาษาไทย
5.กิจการเกี่ยวกับการมหรสพ เฉพาะในโรงมหรสพ และในระหว่างเวลาที่แสดงมหรสพ
6.กิจการของนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอันเป็นสาธารณะกุศล ซึ่งนิติบุคคลนั้นโฆษณาเป็นภาษาไทย
มาตราแปด ข้อหนึ่ง ถ้าการสวดศพเป็นคำสอนทางศาสนา ก็ไม่ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง วัดทำได้ ไม่ผิดพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง
ปัญหาต่อมาจะถือว่าผิดฐานข่มเหงรังแกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 379 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือไม่
กฎหมายอาญามาตรานี้ต้องมีเจตนาข่มเหงรังแก ให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ถ้าไม่เป็นเจตนาข่มเหงรังแกก็ไม่เป็นความผิด ถ้านะครับ แต่ถ้ามีเจตนาใช้เครื่องขยายเสียงข่มเหงรังแกกัน ดังเกินก็เป็นความผิดได้ กฏหมายจึงคุ้มครองแต่การกระทำที่มีเจตนาสุจริตเท่านั้น ผมมีประกาศกรรมการสิ่งแวดล้อมเรื่องมาตรฐานการใช้เครื่องขยายเสียงที่ไม่ดังเกินเหตุมาให้อ่านกันดูด้วยแล้วนะครับ ฉะนั้นแม้จะได้รับอนุญาตหรือทำได้ก็ยังมีกรอบว่าต้องปฏิบัติในกรอบไม่ดังเกินเหตุด้วยเช่นกัน
ทางแก้ที่ผมคิดว่าเราจะอยู่ด้วยกันได้ดีคือ งานสวดศพหลายวัด เราไปทำบุญสังฆทาน หรือทำบุญอื่นๆพระท่านให้พรสวดมนต์ ผมเห็นหลายวัดเดี๋ยวนี้ก็ไม่นิยมใช้เครื่องขยายเสียงกันแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้ชาวบ้านส่วนมากกับวัดน่าจะเข้าใจและตกลงกันได้ อยู่แล้ว อันใดไม่จำเป็นวัดก็งด ลดการใช้เครื่องขยายเสียงลง ปฏิบัติกิจโดยไม่ใช้เครื่องขยายเสียงก็ไม่รบกวนกันแล้ว การใดที่เป็นประเพณีประจำปีก็บอกกล่าวล่วงหน้าดำเนินการตามประเพณีนิยม หันมาใช้กฎหมายที่เป็นกติกาสังคมแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แบบเจตนาสุจริตตามกฏหมาย จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
วัดก็เป็นที่พึ่งให้ญาติโยมได้เสมอ คนอดอยาก คนไร้ที่พึ่ง ยังคงพักพิงกับวัดได้ วันก่อนผมไปวัดมีน้ำมีนมแช่เย็นแจกฟรีให้คนทานด้วย ถอยคนละก้าว เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเถอะครับ”