โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โฮปเวลล์ทวงคืนความยุติธรรม ยังพร้อมเจรจายุติข้อพิพาทเรื้อรังกว่า 30 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 มิ.ย. 2565 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 08.05 น.

บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จัดแถลงข่าวทวงความเป็นธรรมจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเคยเป็นคู่สัญญาสัมปทานโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกทม.มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2533 จนกระทั่งเกิดข้อพิพาทในปี 2541 นำไปสู่การยกเลิกสัญญาสัมปทานของทั้ง 2 ฝ่ายและก่อให้เกิดเป็นคดีความเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน

นาย คอลลิน เวียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮปเวล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2551 ที่ผ่านมา โฮปเวลได้มีการร้องขอความยุติธรรมจากคณะอนุญาโตตุลาการโดยมีคำวินิจฉัยให้คืนสถานะเดิมให้คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายประกอบด้วย บริษัทโฮปเวลล์และรัฐบาลไทยให้คืนสถานะเดิมก่อนทำสัญญา และให้คืนเงินตอบแทน เงินลงทุน แก่โฮปเวลล์เป็นจำนวนเงิน 11,888 ล้านบาท เนื่องจาก รฟท.ไม่สามารถส่งมอบที่ดินในการก่อสร้างให้กับโฮปเวลล์ตามสัญญาได้

ต่อมาในรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการรื้อพิจารณาคดีใหม่ในปี 2562 และปี 2563 ที่ผ่านมาโดยศาลมีมติพักการพิจารณาคดี ให้โฮปเวลล์งดการทวงถามหนี้จากกระทรวงคมนาคมและรฟท. จนกว่าจะมีคำตัดสินจากศาลปกครอง แต่คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการนั้นยังมิได้ถูกยกเลิก โดยปัจจุบันสถานะของหนี้สินยังถูกคำนวนดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ทำให้ในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมและ รฟท.ต้องจ่ายเงินคืนแก่โฮปเวลล์ประมาณ 27,000 ล้านบาทจากเงินต้น 11,888 ล้านบาท

โดยหลังจากมีการรื้อการพิจารณาคดีใหม่ในปี 2562 และ 2563 นั้น โฮปเวลล์ได้มีการเข้าเจรจากับตัวแทน ครม.และ รฟท. มาโดยตลอดถึงวิธีการประนีประนอมและหาทางออกให้เกิดประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่ายให้มากที่สุด ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ

นายเวียร์กล่าวต่อวา การรื้อพิจารณาคดีใหม่ของรัฐบาลเป็นการประวิงเวลาเพียงเพื่อยืดการชำระหนี้เท่านั้น รัฐบาลมิได้แสดงถึงความจริงใจที่จะชำระหนี้เลยแม้แต่น้อย หากหน่วยงานภาครัฐมิยอมเคารพในคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ และสร้างข้ออ้างในการขอรื้อคดีใหม่เพื่อพยายามให้คดีพิพาทกับบริษัทโฮปเวลล์เป็นโมฆะหรือสิ้นสภาพจะก่อให้เกิดความระส่ำระส่ายในกระบวนการยุติธรรม กระทบถึงภาพลักษณ์ของประเทศในแง่การลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์ต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันโฮปเวลยังคงเปิดโอกาสเจรจากับรัฐบาลอยู่โดยไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อหาข้อสรุปร่วมที่เกิดความเป็นธรรมกับบริษัทตามที่ควรจะเป็น และหากรัฐบาลยังใช้มาตรการประวิงเวลา ไม่ยอมเจรจาหรือพยายามรื้อคดี โฮปเวลล์จะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดทางอาญาแก่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องความไม่โปร่งใสของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง(ยังไม่ระบุชื่อ)กับข้อพิพาทตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...