โฮปเวลล์ทวงคืนความยุติธรรม ยังพร้อมเจรจายุติข้อพิพาทเรื้อรังกว่า 30 ปี
บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จัดแถลงข่าวทวงความเป็นธรรมจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเคยเป็นคู่สัญญาสัมปทานโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกทม.มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2533 จนกระทั่งเกิดข้อพิพาทในปี 2541 นำไปสู่การยกเลิกสัญญาสัมปทานของทั้ง 2 ฝ่ายและก่อให้เกิดเป็นคดีความเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน
นาย คอลลิน เวียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮปเวล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2551 ที่ผ่านมา โฮปเวลได้มีการร้องขอความยุติธรรมจากคณะอนุญาโตตุลาการโดยมีคำวินิจฉัยให้คืนสถานะเดิมให้คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายประกอบด้วย บริษัทโฮปเวลล์และรัฐบาลไทยให้คืนสถานะเดิมก่อนทำสัญญา และให้คืนเงินตอบแทน เงินลงทุน แก่โฮปเวลล์เป็นจำนวนเงิน 11,888 ล้านบาท เนื่องจาก รฟท.ไม่สามารถส่งมอบที่ดินในการก่อสร้างให้กับโฮปเวลล์ตามสัญญาได้
ต่อมาในรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการรื้อพิจารณาคดีใหม่ในปี 2562 และปี 2563 ที่ผ่านมาโดยศาลมีมติพักการพิจารณาคดี ให้โฮปเวลล์งดการทวงถามหนี้จากกระทรวงคมนาคมและรฟท. จนกว่าจะมีคำตัดสินจากศาลปกครอง แต่คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการนั้นยังมิได้ถูกยกเลิก โดยปัจจุบันสถานะของหนี้สินยังถูกคำนวนดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ทำให้ในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมและ รฟท.ต้องจ่ายเงินคืนแก่โฮปเวลล์ประมาณ 27,000 ล้านบาทจากเงินต้น 11,888 ล้านบาท
โดยหลังจากมีการรื้อการพิจารณาคดีใหม่ในปี 2562 และ 2563 นั้น โฮปเวลล์ได้มีการเข้าเจรจากับตัวแทน ครม.และ รฟท. มาโดยตลอดถึงวิธีการประนีประนอมและหาทางออกให้เกิดประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่ายให้มากที่สุด ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ
นายเวียร์กล่าวต่อวา การรื้อพิจารณาคดีใหม่ของรัฐบาลเป็นการประวิงเวลาเพียงเพื่อยืดการชำระหนี้เท่านั้น รัฐบาลมิได้แสดงถึงความจริงใจที่จะชำระหนี้เลยแม้แต่น้อย หากหน่วยงานภาครัฐมิยอมเคารพในคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ และสร้างข้ออ้างในการขอรื้อคดีใหม่เพื่อพยายามให้คดีพิพาทกับบริษัทโฮปเวลล์เป็นโมฆะหรือสิ้นสภาพจะก่อให้เกิดความระส่ำระส่ายในกระบวนการยุติธรรม กระทบถึงภาพลักษณ์ของประเทศในแง่การลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์ต่อไปในอนาคต
ปัจจุบันโฮปเวลยังคงเปิดโอกาสเจรจากับรัฐบาลอยู่โดยไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อหาข้อสรุปร่วมที่เกิดความเป็นธรรมกับบริษัทตามที่ควรจะเป็น และหากรัฐบาลยังใช้มาตรการประวิงเวลา ไม่ยอมเจรจาหรือพยายามรื้อคดี โฮปเวลล์จะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดทางอาญาแก่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องความไม่โปร่งใสของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง(ยังไม่ระบุชื่อ)กับข้อพิพาทตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา