4 เคล็ดลับบริหารงานและเวลาให้ Super Productive สุขทั้งกายและใจพร้อมได้งาน!
ในหนึ่งวันเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่เวลาของเราเท่ากันจริงหรือ? บางคนต้องติดแหง็กอยู่บนท้องถนน 2-3 ชั่วโมง บางคนต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว จนไม่มีเวลาใช้ชีวิตหรือทำอะไรเพื่อตัวเอง #แล้วเวลาของเราจะเท่ากันได้อย่างไร?.ทั้งเวลาที่มีจำกัด และการบีบบังคับให้ต้องเติบโตหรือประสบความสำเร็จไวๆ จากสังคมและตัวเราเอง ทำให้ไม่ว่าใครก็อยากเป็นคนที่ Productive ตลอดเวลา พร้อมกับความเชื่อที่ว่าต้องทำงานหนัก ต้องทำให้ได้หลายอย่าง และต้องทำให้ไวที่สุด ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะจริงๆ แล้ว Super Productivity คือ การทำงานให้เสร็จด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพและสามารถจัดลำดับความสำคัญได้มากกว่า.Amantha Imber ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมศาสตร์และโฮสต์รายการ “How I Work” ได้เล่าถึงกิจวัตรประจำวัน เคล็ดลับการทำงาน และการบริหารเวลา ที่ได้มาจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ผ่านบทความเรื่อง “What Super Productive People Do Differently” ซึ่งเธอได้สรุปเคล็ดลับการทำงานแบบSuper Productivity ที่น่าสนใจไว้ 4 ข้อด้วยกัน
.มาดูกันว่าคนที่ #SuperProductive ทำอะไรแตกต่างจากคนทั่วไป และเราจะสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองอย่างไรได้บ้าง!
.1. #จัดตารางการทำงานเป็นช่วงๆอย่างที่รู้กันว่าการเช็กอีเมลบ่อยๆ กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างมาก จึงมีคำแนะนำออกมาให้เห็นกันว่าควรเช็กอีเมลเพียง 2-3 ครั้งต่อวัน หรือปิดแจ้งเตือนระหว่างทำงาน แต่ยังมีอีกประเด็นที่อาจโดนมองข้ามบ่อยๆ จนทำให้ต้องเสียเวลาไปโดยไม่รู้ตัวก็คือ “การกังวลกับการประชุม”.งานวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ระบุว่าก่อนถึงเวลาประชุม 2-3 ชั่วโมงนั้น คนส่วนใหญ่จะทำงานได้น้อยลง 22% เมื่อเทียบกับตอนไม่มีประชุม เพราะมัวแต่กังวลว่าจะเตรียมการพูดอย่างไรดี.Adam Grant ศาสตราจารย์ของ Wharton Business School และผู้เขียนหนังสือชื่อดัง อย่าง Think Again, The Psychology of Money และ Originals เล่าถึงเคล็ดลับการทำงานว่า เขาจะจัดตารางการทำงานออกเป็นช่วงๆ โดยแต่ละช่วงจะมีเวลาเบรก 5 นาที เพื่อเอาไว้เช็กอีเมล เตรียมสิ่งที่จะพูดในที่ประชุม และเตรียมงานส่วนอื่นๆ หากต้องประชุมเกินเวลา.หากใครกำลังมีปัญหากับการบริหารงานและเวลาอยู่ล่ะก็ ลองมาจัดตารางการทำงานเป็นช่วงๆ กัน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานได้ดี บริหารเวลาได้อย่างคุ้มค่า แถมยังรู้ความคืบหน้าของงานอีกด้วย..2. #เลี่ยงการใช้เมาส์สงสัยใช่ไหมว่าทำไมต้องเลี่ยงใช้เมาส์? ลองนึกภาพดูว่าโดยเฉลี่ยเราทำงานกันประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉพาะสายงานที่ต้องทำงานหน้าคอมทั้งวัน หากต้องสลับใช้งานระหว่างเมาส์กับคีย์บอร์ดอยู่ตลอดคงทำให้เสียเวลาไปมากกว่าที่คิด .จากการวิจัยของ Brainscape ระบุว่าการใช้เมาส์ทำให้เสียเวลาไป 2 วินาที/1 นาทีของการทำงาน และหากใช้ Keyboard Shortcuts จะช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่าเดิม แถมยังประหยัดเวลาทำงานได้ถึง 8 วันต่อปีอีกด้วย เมื่อรู้แบบนี้แล้ว มาลองเลี่ยงการใช้เมาส์ แล้วหันมาเรียนรู้ปุ่มลัดต่างๆ เพื่อประหยัดเวลาการทำงานกัน..3. #ปรับสภาพแวดล้อมการเปลี่ยนนิสัยแบบทันทีอาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่สิ่งเล็กๆ ที่สามารถทำได้และเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงของเราก็คือ “การปรับสภาพแวดล้อม” เช่น ถ้าอยากอ่านให้มากขึ้น ก็ควรวางหนังสือไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน หรือ ถ้าอยากเล่นโซเชียลมีเดียให้น้อยลง ก็ควรลบบางแอปฯ ออกไป.เหมือนกับที่ Matt Mullenweg หนึ่งในผู้ก่อตั้ง WordPress และ Automattic บอกว่า“ถ้าตื่นมาแล้วพบว่าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดคือ Kindle แทนโทรศัพท์ ก็ทำให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้น แต่หากมีโทรศัพท์วางอยู่บน Kindle ก็ทำให้อยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กมากกว่า”..4. #อ่านออกเสียงเช็กความถูกต้องจำสมัยเรียนที่ต้องฝึกท่องคำศัพท์หรืออ่านหนังสือเตรียมสอบกันได้ไหม ที่เรามักจะอ่านออกเสียงดังๆ เพราะช่วยทำให้จำได้ดี แม่นยำ และยังได้ตรวจสอบความถูกต้องไปพร้อมกันด้วย แล้วเชื่อไหมว่าการอ่านออกเสียงนั้นสามารถนำมาใช้กับการทำงานได้เช่นกัน โดยเฉพาะงานเขียนหรืองานที่อยู่กับตัวเลขเยอะๆ.Dan Pink นักเขียนหนังสือชื่อดัง อย่าง Drive, The Power of Regret, To Sell Is Human และอีกมากมาย เล่าถึงเคล็ดลับการทำงานว่าตอนที่ต้องเขียนเรื่องสำคัญๆ เขาจะอ่านออกเสียงด้วยทุกครั้ง เพราะเป็นเสมือนการทดสอบและทวนอีกครั้งว่าเนื้อหาถูกต้องหรือไม่ และถ้าอ่านแล้วรู้สึกติดขัดก็จะเลือกใช้คำหรือปรับประโยคให้กระชับและเข้าใจได้ง่ายขึ้น..เห็นไหมว่า Super Productivity ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้เยอะๆ และเร็วที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ “#วิธีการที่มีประสิทธิภาพ” ที่ทำให้งานดำเนินไปตามเป้าหมายและเสร็จในเวลาที่เหมาะสมต่างหาก
.
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็ได้เวลาเริ่มต้นปรับพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงและชีวิตที่ดีขึ้น ที่ช่วยให้เราสุขทั้งกายและใจ แถมงานเสร็จได้อย่างชิลๆ และมีประสิทธิภาพด้วย.
.เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ :- การพักผ่อนก็ Productive! จะดีกว่าไหมถ้าเราทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์?: https://bit.ly/39Cjvwp - รู้จัก “Productivity Flow” 6 วิธีในการแก้ปัญหาคิดงานไม่ออก!: https://bit.ly/3y4Al0t..แปลและเรียบเรียงจาก :- https://bit.ly/3y0KTxv.#missiontothemoon#missiontothemoonpodcast#softskills