โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

293 เสียงหนุน ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ สมัย 2 – ปชน.ชี้ขาดคุณสมบัติ – ปชป.งดออกเสียง

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 15.34 น.
ที่มาภาพ เฟสบุ๊ก TP Online – สื่อรัฐสภาเพื่อประชาชน

สภาฯโหวตเลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 293 คะแนน -ชนะ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ได้คะแนเสียง 119 คะแนน งดออกเสียง 86 คะแนน – ตัวแทนพรรคแสดงวิสัยทัศน์-โจมตี คุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ณ ที่ประชุมรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวาระการพิจารณาเลือกให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 159 โดยขั้นตอนการโหวตนายกฯ ใช้วิธีลงคะแนนแบบเปิดเผยด้วยกระบวนการเรียกขานชื่อของสมาชิก 499 คนเรียงตามตัวอักษร และบุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา หรือมากกว่า 250 เสียง

จากนั้น นายไชยชนก ชิดชอบ สส. พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ และ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯ

ปชน.ชี้ ‘อนุทิน’ ‘ขาดคุณสมบัติ’ ปมน้ำมันขาด-ย้ายนายอำเภอ-ฮั้ว สว.

นายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน อภิปรายถึงนายอนุทินเรื่อง ‘คุณสมบัติ’ ของนายอนุทินในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยมี 3 เหตุผลที่บ่งบอกว่านายอนุทินไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ได้แก่ (1) วิกฤติน้ำมัน โดยนายอนุทินยืนยันว่ามีน้ำมันพอ แต่ความเป็นจริงกลับไม่พอ ซึ่งเป็นผลจากการทุจริตเชิงนโยบาย (2) นายอนุทิน ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โยกย้ายนายอำเภอ 250 ตำแหน่งก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด มีปัญหา ไม่สุจริตยุติธรรมและมีการซื้อเสียง และ (3) คดีฮั้ว สว. ซึ่งนายอนุทินมีข้อกังขาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เป็นกระบวนการบ่อนทำลายการเลือก สว. ทำให้ประชาชนหมดศรัทธา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายรังสิมันต์อภิปราย มี สส. ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะว่า สิ่งที่นายรังสิมันต์อภิปราย ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเป็นการโจมตีตัวบุคคล รวมถึงกล่าวหาเกินจำเป็น

ขอบคุณ ‘อนุทิน’ บรรจุนโยบายเพื่อไทยไว้ในนโยบายรัฐบาล

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส. พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ว่า เมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล และได้นำนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยไปบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลรักษาการไม่สามารถดำเนินการภารกิจบางประเภทได้ ทำให้มีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องรีบเลือกนายกฯ และเดินหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลเต็มที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น หนี้ ความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาชายแดน รวมถึงวิกฤตน้ำมันในประเทศไทย

ปชป.งดออกเสียง- เหตุ ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ มีคดีติดตัว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงนายอนุทินว่า ตนไม่สามารถให้คนที่มีคดีติดตัว เป็นผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เพราะเป็นการบั่นทอนความรู้สึกประชาชน

ขณะเดียวกัน ตนและพรรคประชาธิปัตย์ จะงดออกเสียงให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ด้วยมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากคดี 44 สส.

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การงดออกเสียงไม่ใช่การรอเข้าร่วมรัฐบาล เพราะประชาธิปัตย์มีความตั้งใจจะเป็นฝ่ายค้าน

“เป็นที่น่าเสียดายที่สองพรรคการเมืองที่เสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่มีปัญหาเหล่านี้ในตัวคือ ‘นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว’ จากพรรคภูมิใจไทย และ ‘นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ จากพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องงดออกเสียงในครั้งนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

กล้าธรรมซัด ‘อนุทิน’ ลืม ‘ธรรมนัส’

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. พรรคกล้าธรรม อภิปรายว่า ตนได้รู้จักและทำงานกับนายอนุทินจากรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกก็ดีใจเพราะนายอนุทินมีการทำงานที่รวดเร็ว แต่ ณ วันนี้เริ่มไม่แน่ใจในการทำงานและอาจเป็นภาวะขี้ลืม กรณีที่นายอนุทินประกาศกับประชาชนว่าจะทำให้คนไทยรวย มีรายได้ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม

“ผมยังกลัวอีกว่า ท่านจะลืมพี่ ลืมน้อง ลืมเพื่อน กูรูทุกสํานัก เดือนที่แล้วยังบอกว่า ไม่น่าจะพลิกขั้ว แต่วันนี้ไม่เป็นไร คนที่ร่วมสู้กันมา วันนี้ท่านลืมเพื่อนแล้ว เพื่อนที่ชื่อ ‘ผู้กองธรรมนัส’…ขออย่างเดียว ท่านได้เกือบ 200 เสียง อย่าลืมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” นายอรรถกร กล่าว

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า วันนี้พรรคกล้าธรรมขอใช้สิทธิงดออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ในวันหน้าถ้ามีโอกาสโหวตกฎหมายที่เสนอมา ก็จะทำงานกันเต็มที่

‘ไทยภักดี’ งดออกเสียง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ตนของดออกเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะนายณัฐพงษ์ และพรรคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอตัดงบอาหารเลี้ยง สส. และลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 เหลือ 3 คน ทั้งที่พรรคฝ่ายค้านต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นผู้นำปราบทุจริต แต่พรรคประชาชนกลับไม่จริงจัง

นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงนายอนุทินว่า ขอเชิญนายอนุทินลงไปกินอาหารกลางวันกับตนวันนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างว่านายกฯ ไม่ใช้สิทธิอาหารเลี้ยง สส. ทำให้ประชาชนและ สส. เห็นเป็นตัวอย่าง

เสรีรวมไทยชี้คดีฮั้ว สว.-เขากระโดง ทำ ‘อนุทิน’ ขาดคุณสมบัติ

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส. พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ตนไม่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีคดีฮั้ว สว. และมีข้อกังขาประเด็นเขากระโดง และมีการให้เงินล่วงหน้าไปจัดทำโครงการโมโตจีพี แต่ไม่คิดช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น นายอนุทินถือว่าขาดคุณสมบัติ อีกทั้งคนที่สนับสนุนนายอนุทินก็ถือว่า ขาดคุณธรรมและจริยธรรม

10 พรรคเล็ก เห็นพ้องชู ‘อนุทิน’

นายสุรทิน พิจารณ์ สส. พรรคประชาธิปไตยใหม่ ในฐานะตัวแทนพรรคเล็กรวม 10 เสียง อภิปรายว่า ตนและพรรคเล็กมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมตรี เพราะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริงในช่วงปลายปีที่แล้ว อีกทั้งประชาชนให้ความมั่นใจและต้องการความต่อเนื่องในการบริหาร

‘ณัฐพงษ์-อนุทิน’ แสดงวิสัยทัศน์ก่อนโหวตนายกฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.พรรคประชาชน และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี อภิปรายว่า การถูกเสนอชื่อในวันนี้ ไม่ได้ต้องการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และพรรคประชาชนไม่เคยมีความพยายามหรือการดำเนินการใด ที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย และยืนยันว่าต้องยึดถือธรรมเนียมพรรคชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งได้รับสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนต้องการให้เป็นเวทีนี้ได้แสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติ และรัฐบาลต้องประกอบไปด้วยรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง คือ (1) ความชอบธรรมของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการโยกย้ายข้าราชการก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงนายอนุทินต้องตรวจสอบไปถึงการนับคะแนนว่าหากมีคนของตัวเองเกี่ยวข้องต้องจัดการอย่างตรงไปตรงมา และ (2) แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับวิกฤติ จากภัยความมั่นคง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“ฝากท่านประธานไปอย่างว่าที่รัฐบาล ว่าที่นายกฯ คนถัดไป อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด พวกผมเองผมทราบว่าวิถีทางในการทำงานการเมืองของพวกเราอาจจะแตกต่าง ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้ ต้องทำแบบนี้ ไม่เช่นนั้นเข้าสู่อำนาจไม่ได้ พวกผมก็เป็นแบบนี้ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่สิ่งที่เชื่อคือวิธีการทำงานการเมืองของเราที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบันได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า”

นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้ายว่า ฝากถึงเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน และประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ และพรรคประชาชนขอเดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไป

ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส. พรรคภูมิใจไทย และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้เสนอชื่อให้ตนเองได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดจนขอบคุณการรับรองเสียงในการเสนอชื่อในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้

“ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดจะลงคะแนนสนับสนุนให้ตนเองได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ในหัวใจของผม สส.ทุกท่านคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกท่านคือเสียงที่มีความดังเท่ากัน และผมพร้อมรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์และข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปฏิบัติหากกระผมได้มีโอกาสทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล…และผมจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณทุกเสียงที่มอบให้ตนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และขอบคุณข้าราชการและพี่น้องประชาชนที่ได้ทำให้รัฐบาลของตนเองสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ แม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายหลายอย่าง และแม้ว่าจะมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขกันต่อไป แต่มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือของทุกท่าน รัฐบาลของตนจะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

ภายหลังปิดการอภิปรายคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ประกาศขานชื่อสมาชิกจำนวน 498 คน โดยนายอนุทิน ได้คะแนน 293 เสียง นายณัฐพงษ์ ได้คะแนน 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง

จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...