โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐควักเงินอุ้มน้ำมันวันละ 1.8 พันลบ.หนี้ทะลุ 1.2 หมื่นล้าน

The Better

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.40 น. • THE BETTER
รัฐบาลกุมขมับหาทางออกอุ้มดีเซล หลังหนี้กองทุนฯพุ่ง 1.2 หมื่นล้านบาท  พลังงานชงขยับราคาอย่างน้อย 50 สต.สะท้อนราคาตลาดโลกทยอยรับรู้ต้นทุนจริงร่วมกันประหยัด

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แนวทางการบริหารราคาน้ำมันดีเซลหลังจากครบ 15 วันในการตรึงราคาไม่เกินลิตรละ 30 บาท นั้น คงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีจะอนุมัติให้มีการขยับราคาขายปลีกเพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ หรือจะมีการบริหารจัดการวิธีอื่น โดยเฉพาะการเปิดเครดิตวงเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯ หลังล่าสุดได้มีการเปิดเผยฐานะล่าสุดติดลบ 12,605 ล้านบาทจากก่อนหน้านี้ติดลบเพียง 785 ล้านบาท

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯใช้เงินชดเชยราคาดีเซลอยู่ 18.31 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์อี10 ชดเชย 8.77 บาท และ แก๊สโซฮอล์อี20 ชดเชย 9.85 บาท โดยเฉลี่ยใช้เงินพยุงราคาขายปลีกน้ำมันถึงวันละ 1,870 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯติดลบมากขึ้นมาโดยตลอด

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานได้เสนอให้มีการทบทวนการตรึงราคาดีเซลเนื่องจากจะสร้างภาระให้กับกองทุนน้ำมันฯ โดยขอทยอยปรับเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 50 สต.ถึง 2 บาท ซึ่งวิธีการนี้ต้องพิจารณาร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรมการค้าภายใน เนื่องจากทำให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน ขณะเดียวกันได้เตรียมแผนการกู้เงินกับสถานการเงินรัฐ ซึ่งสามารถเปิดเครดิตวงเงินกู้ได้ 1.5 แสนล้านบาทเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงปี 2565 - 2567 เกิดวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ครั้งนั้นกองทุนน้ำมันฯใช้วิธีการชดเชยราคาน้ำมันจนเกิดหนี้สะสม ติดลบหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ 1.3 แสนล้านบาท จนต้องออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ เพื่อให้สำนักงานกองทุนน้ำมันฯ กู้เงินจากสถาบันการเงินได้รวมกว่า 1.1 แสนล้านบาท โดยเริ่มทยอยกู้ล็อตแรกในช่วงปลายปี 2565 และมีกำหนดชำระหนี้คืนให้หมดภายในปี 2572 ซึ่งล่าสุดยังมีภาระหนี้ที่ยังต้องชำระคืนอยู่อีก 26,665 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...