โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มยโสธรทะเลาะเมีย รมควันตัวเองดับคาเก๋ง กลางลานจอดรถห้างดัง

Amarin TV

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ชายวัย28 ทะเลาะกับภรรยา ก่อนหนีออกจากบ้านไปรมควันตัวเองเสียชีวิตในรถบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในเมืองยโสธร

ชายวัย28 ทะเลาะกับภรรยา ก่อนหนีออกจากบ้านไปรมควันตัวเองเสียชีวิตในรถบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในเมืองยโสธร

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันนี้(15มี.ค.2569) ศูนย์วิทยุ1669ของโรงพยาบาลยโสธร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรมควันตัวเองเสียชีวิตในรถ โดยเหตุเกิดที่บริเวณลานจอดรถของห้างดังยโสธร จึงแจ้งให้อาสาฯกู้ภัยออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีขาวยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส คันหมายเลขทะเบียนกต–1274 ยโสธรจอดอยู่บริเวณลานจอดรถของห้าง โดยประตูรถทั้ง4บานถูกล็อกจากด้านใน จึงให้ช่างกุญแจไปช่วยปลดล็อกประตให้

เมื่อเปิดออกพบร่างของชายคนขับนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับตัวแข็งทื่อเสียชีวิต ทราบชื่อนายวรวุฒิ ต้นพุฒ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่75 หมู่7 ตำบลคูเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ส่วนที่บริเวณด้านหลังเบาะท้ายรถพบเตาถ่านวางอยู่แต่ไฟได้ดับแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ ตามขั้นตอนจากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย และคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

จากการสอบถามนางสิริพัชชา สมฟอม อายุ 24 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่าตนกับผู้เสียชีวิต มีเรื่องทะเลาะกันเนื่องจากผู้เสียชีวิต แอบไปมีหญิงอื่น จึงทำให้ผู้เสียชีวิตจึงเกิดความเครียด มาประมาณ2–3วันแล้ว และเมื่อช่วงเย็นวานนี้ผู้เสียชีวิตก็ได้กลับเข้าไปหาตนที่บ้าน พร้อมกับนำเงินไปให้ จากนั้นก็ออกจากบ้านไป

ซึ่งตนก็พยายามตามหาจนกระทั่งช่วงดึก ผู้เสียชีวิตส่งคลิปมาบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ตนยิ่งเป็นห่วงจึงได้ออกตามหาตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่พบจนกระทั่งช่วงสายวันนี้มีคนโทรศัพท์ไปแจ้งให้ตนทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้รมควันตัวเสียชีวิตในรถแล้วตนจึงรีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ชันสูตรพลิกศพแล้ว สอบถามญาติไม่ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้กับญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...