คนไทย 1,209 คนกลับจากตะวันออกกลางแล้ว กต. เตือนพื้นที่เสี่ยงยังรุนแรง
ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทย
นายปาณิดล กล่าวว่า สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงรุนแรงและขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปยังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้น โดยมีรายงานเหตุโจมตีนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบพลังงานในภูมิภาค รวมถึงส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามคำแนะนำจากช่องทางทางการ และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
สำหรับความช่วยเหลือคนไทย นายปาณิดล ระบุว่า มีแรงงานไทยเสียชีวิต 1 รายจากเหตุระเบิดในอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูตกรุงเทลอาวีฟได้ติดต่อครอบครัวและประสานรัฐบาลอิสราเอลเพื่อส่งร่างกลับประเทศไทย ขณะเดียวกันกรมการกงสุลจะลงพื้นที่เยี่ยมญาติผู้เสียชีวิต พร้อมติดตามเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์จากทางการอิสราเอล
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังใจและรับฟังปัญหา ขณะที่แรงงานไทยในกาตาร์ 35 คน ปลอดภัยและมีกำลังใจดี
การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงยังดำเนินต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีคนไทยได้รับความช่วยเหลือกลับประเทศไทยหรือไปประเทศที่ 3 รวม 1,209 คน ขณะที่การประสานอพยพนักศึกษาและแรงงานไทยในอิหร่านและตุรกีก็ยังคงดำเนินไป โดยใช้เวลาการเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า รัฐบาลไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อันตรายให้กลับสู่ความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในภูมิภาคกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตเพื่อยุติความรุนแรง