โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Panasonic ปลุกชีพ Sanyo รุกตลาดแอร์ “เวียดนาม” วางหมาก “แบรนด์รอง” เจาะแมส-ชนคู่แข่งจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

คอลัมน์ : Market Move

หลังหายหน้าไปจากตลาดนานเกือบทศวรรษ ล่าสุด “พานาโซนิค โฮลดิ้งส์” (Panasonic Holdings) ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น ตัดสินใจปัดฝุ่นแบรนด์ในตำนานอย่าง “ซันโย” (Sanyo) ให้คืนชีพกลับมาอีกครั้งในสมรภูมิเครื่องปรับอากาศประเทศเวียดนาม หวังใช้ความเชื่อมั่นในแบรนด์เก่าแก่นี้เป็นหัวหอกเจาะเซ็กเมนต์ระดับกลาง

สำนักข่าว“นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า พานาโซนิคเปิดตัวแอร์ Sanyo รวดเดียว 8 รุ่นในเวียดนามเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 นี้ โดยชูจุดขายเป็นราคาที่ “ถูกกว่า” แอร์แบรนด์หลักอย่างพานาโซนิคถึง 20% ในรุ่นที่มีขนาดทำความเย็นหรือบีทียูใกล้เคียงกัน โดยใช้ฐานผลิตจากโรงงานในมาเลเซีย

ทั้งนี้แม้ว่าแบรนด์ Sanyo จะหยุดทำตลาดไปตั้งแต่ปี 2017 แต่ในสายตาของชาวเวียดนามชื่อนี้ยังคงมีมนต์ขลังและความเชื่อมั่นหลงเหลืออยู่มาก ซึ่งพานาโซนิคก็มองเห็นโอกาสในจุดนี้ โดยผู้บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศรายหนึ่งของพานาโซนิคยืนยันว่า ในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้การรับรู้แบรนด์ซันโยยังแข็งแกร่งกว่าพานาโซนิคเสียด้วยซ้ำ

สำหรับสาเหตุที่แบรนด์ซันโยหายหน้าหายตาไปจากวงการเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น เนื่องจากพานาโซนิคได้เข้าซื้อกิจการซันโย อิเล็คทริกส์ (Sanyo Electric) เมื่อปี 2011 ก่อนจะขายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของซันโยให้กับยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน ไฮเออร์ (Haier) ในปีถัดมา พร้อมสิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้าซันโยจนถึงปี 2017 ซึ่งหลังจากนั้นไฮเออร์นำไลน์สินค้าซันโยไปอยู่ในแบรนด์ “อาควา” (Aqua) แทน และยุติการใช้ชื่อซันโย

การกลับมาของซันโยในเวียดนามครั้งนี้ถือเป็นการหวนคืนสังเวียนครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี โดยเลือกจังหวะพีกซีซั่นของเครื่องปรับอากาศ ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่เป็นช่วงอากาศร้อนจัด วางระดับราคาไว้ที่ประมาณ 10.8 ล้านดอง ถึง 25.06 ล้านดอง หรือประมาณ 1.5-3.5 หมื่นบาท

สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศในเวียดนามนั้น ปัจจุบันพานาโซนิคครองตำแหน่งผู้นำ ด้วยมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 30% ในเชิงมูลค่า โดยยอดขายส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยม ซึ่งที่ผ่านมายักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นพยายามชิงส่วนแบ่งเพิ่มด้วยการรุกเข้าสู่เซ็กเมนต์ระดับกลาง แต่เผชิญความท้าทายสูงจากการแข่งขันราคาอย่างดุเดือด

โดยการแข่งขันราคาในตลาดเครื่องปรับอากาศระดับกลางและแมสของเวียดนาม เป็นการปะทะกันระหว่างแบรนด์อาควาของไฮเออร์ กับยักษ์เกาหลีซัมซุง และแบรนด์ดาวรุ่งจากไทยอย่างแคสเปอร์ (Casper) ซึ่งเซ็กเมนต์นี้ราคาสินค้าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 10 ล้านดอง หรือบางรุ่นไม่ถึง 7 ล้านดอง ซึ่งต่ำกว่าราคาเครื่องปรับอากาศของพานาโซนิคมาก

การนำแบรนด์ซันโยกลับมาจึงเป็นหมากที่ชาญฉลาด เพราะช่วยให้พานาโซนิคสามารถรุกในตลาดราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องลงไปร่วมสงครามราคาด้วยแบรนด์หลัก ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์พรีเมี่ยม ดังนั้นการแตกพอร์ตโฟลิโอออกเป็น 2 แบรนด์นี้จะเปิดความคล่องตัวให้บริษัทสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดระดับกลางได้สะดวกขึ้น

นอกจากนี้ไม่เฉพาะแค่ตลาดเครื่องปรับอากาศ แต่พานาโซนิคยังสามารถต่อยอดแบรนด์ซันโยไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดอื่น ๆ อย่างตู้เย็นและเครื่องซักผ้าได้ด้วย โดยผู้บริหารในบริษัทลูกของพานาโซนิคในเวียดนามให้ความเห็นว่า หากสามารถปักธงแบรนด์ซันโยในกลุ่มแอร์ได้สำเร็จ บริษัทอาจต่อยอดแบรนด์ไปสู่สินค้าหมวดอื่นได้อีก

อย่างไรก็ตามโจทย์หินของซันโยในการกลับมาครั้งนี้ คือการสร้างการรับรู้ว่าเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีและมาตรฐานของพานาโซนิค เนื่องจากในเวียดนามยุทธศาสตร์ของผู้เล่นหลายรายมักจะพยายามโยงแบรนด์ของตนเข้ากับความเชื่อมั่นของเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นในอดีต เช่น ไมเดีย (Midea) ที่ซื้อธุรกิจโตชิบา (Toshiba) หรือชาร์ป (Sharp) ที่ปัจจุบันอยู่ในมือฟ็อกคอนน์ (Foxconn) แต่ต่างยังคงชูภาพลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น

สำหรับพานาโซนิคการขยายตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดันอัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น หลังปัจจุบันอัตรากำไรอยู่ที่ 3% โดยบริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิรวมให้เกิน 10% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Panasonic ปลุกชีพ Sanyo รุกตลาดแอร์ “เวียดนาม” วางหมาก “แบรนด์รอง” เจาะแมส-ชนคู่แข่งจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...