โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เวทีเชียงรายถกเครียด พบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว สัตว์หน้าดิน 68% เสี่ยงสูญพันธุ์ ลูกปลาโอกาสรอดต่ำ

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 20.05 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 13.05 น.

เผยประชาชนนับล้านกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสารพิษในแม่น้ำ “สว.นรเศรษฐ์” จวกรัฐให้ความสำคัญน้อยเกินไปเตรียมตั้งกระทู้ถามในสภา-วงประชุมเชียงรายถกเครียดหลังพบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว-ชี้สัตว์หน้าดิน 68%เสี่ยง-ส่งผลให้ลูกปลามีโอกาสรอดต่ำ 65%

18 เมษายน 2569 - นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังจากที่ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงปนเปื้อนสารโลหะหนัก ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือนเพื่อสรุปข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้เสร็จสิ้น และอาจจะจัดเวทีเสวนาวิชาการเพื่อนำข้อมูลล่าสุดมาวิเคราะห์ร่วมกันอีกครั้ง

นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ผลการตรวจตะกอนดินครั้งที่ 10 ของกรมควบคุมมลพิษและพบสารโลหะหนักสูงถึง 296 มก./กก.ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 9 เท่า เป็นสถานการณ์อยู่ในระดับที่น่ากังวลอย่างยิ่งเพราะถือว่าตกอยู่ในความเสี่ยงแล้ว จนเข้าสู่โซนที่ต้องจัดการให้เป็นของเสียอันตราย ซึ่งสถานการณ์สอดคล้องกับปริมาณเหมืองแร่ที่เพิ่มขึ้นนับร้อยแห่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผนวกกับภาวะภัยแล้งที่ทำให้น้ำน้อย ความเข้มข้นของสารพิษจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

“ผมคิดว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยเกินไปและพยายามไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพียงเพราะไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตระหนก แต่ในความเป็นจริงชาวบ้านกำลังเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างหนักจากการบริโภคน้ำ สัตว์น้ำ และผลิตผลทางการเกษตร หากรัฐบาลมองว่าเรื่องนี้ไม่อันตราย ผมคิดว่านี่คือสัญญาณที่อันตรายยิ่งกว่า"นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปนเปื้อนรุนแรงเกิดขึ้นในแม่น้ำโขงที่เป็นแม่น้ำนานาชาติ ประเทศไทยควรมีบทบาทประสานกับเพื่อนบ้านหรือไม่ อย่างไร นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ไทยควรใช้การทูตเชิงรุกและกลไกกดดันทางเศรษฐกิจต่อผู้ลงทุนในเหมืองแร่ประเทศเพื่อนบ้าน

"เราต้องยกระดับปัญหานี้เข้าสู่เวทีอาเซียนและ UN ใช้หลักกฎหมาย No Harm หรือการไม่สร้างความเสียหายข้ามพรมแดนมาเจรจา และต้องกดดันผ่านห่วงโซ่อุปทาน หรือสถาบันการเงินที่สนับสนุนโครงการเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบตามมาตรฐานสากล"นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯกล่าวว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาเสียงสะท้อนในสภาจะเบาบางเนื่องจากจังหวะการเปิด-ปิดสมัยประชุม แต่หลังจากนี้จะใช้กลไกของวุฒิสภาในการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อทวงถามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพราะนี่คือเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชนนับล้านคนที่กำลังเผชิญกับสารพิษตกค้างอยู่ในลุ่มน้ำปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมหารือเกี่ยวกับผลการตรวจวัดสารปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง มีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการและภาคประชาชนเข้าร่วม โดยหารือกรณีที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจพบสารปนเปื้อนในตะกอนดินแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน ซึ่งสูงถึง 296 มก./กก. โดยมีข้อวิเคราะห์ว่าจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ พบความเสี่ยงต่อสัตว์หน้าดินร้อยละ 68 โดยเฉพาะกลุ่มหอยซึ่งเปลี่ยนรูปสารหนูเป็นสารอินทรีย์ได้ยาก ขณะที่กลุ่มกุ้งได้รับผลกระทบน้อยกว่า ความเสี่ยงต่อปลา มีโอกาสปลาตายเฉียบพลันเพียงร้อยละ 15 เนื่องจากปลามีกระบวนการเปลี่ยนรูปสารหนูให้เป็นพิษต่ำได้ง่าย แต่จะส่งผลกระทบต่อการแพร่พันธุ์ โดยลูกปลามีโอกาสรอดต่ำลงถึงร้อยละ 65 ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณการจับปลาลดลงร้อยละ 50 ในอนาคต

ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นการบริโภค โดยผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนเห็นว่าประชาชนยังสามารถบริโภคเนื้อปลาได้ตามปกติ เนื่องจากสารหนูยังไม่ส่งผลกระทบในระดับที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ "หลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องในปลา" ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมโลหะหนักสูงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อลดความไม่แน่นอนในการประเมินผล โดยให้เก็บข้อมูลพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม ทั้งสำรวจปริมาณปลาในรอบ 5-10 ปี สำรวจแมลงน้ำและสัตว์หน้าดิน ตรวจวัดค่า AVS (ตัวดักจับโลหะ), Organic Carbon (ปริมาณ Organic Carbon ที่เหมาะสมจะช่วยลดการแพร่กระจายของสารหนูในน้ำได้) และค่าความสัมพันธ์ของสารหนู (KD) ในตะกอนดิน เพื่อตรวจสอบ การ 'ตรึง' สารหนูเหล่านั้นไว้ไม่ให้เข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร เช่น หอย หรือ ปลาได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงติดตามการปนเปื้อนในเนื้อปลาอย่างต่อเนื่องทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง

ในที่ประชุมยังได้หารือเรื่องความจำเป็นในการประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงบริเวณแม่น้ำโขง-ปากแม่น้ำรวกเนื่องจากพบสารหนูปนเปื้อนสูงกว่าระดับอันตรายต่อสัตว์หน้าดินถึง 9 โดยนักวิชการจากมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศปิดพื้นที่ เนื่องจากสารหนูในตะกอนดินซึมเข้าร่างกายทางผิวหนังได้น้อยมาก โดยอันตรายหลักจะเกิดจากการเข้าทางปาก ส่วนการพิจารณาว่าจะประกาศ "งด" หรือ "หลีกเลี่ยง" การบริโภคปลานั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรมีการตรวจซ้ำในพื้นที่เสี่ยงเพื่อหาค่าการปนเปื้อนที่ชัดเจนก่อนประกาศมาตรการ เพื่อป้องกันความสับสนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตประชาชนโดยไม่จำเป็น

ในที่ประชุมกรมพัฒนาที่ดิน(พด.) ได้รายงานพบพื้นที่เสี่ยงที่มีสารหนูปนเปื้อนในดินสูงเกิน 25 มก./กก. รวม 18 จุดโดย 11 จุดเป็นพื้นที่น้ำท่วมถึงตลอดลำน้ำกก ใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ห้วยชมพู, ต.ดอยฮาง และ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ซึ่งแนวทางแก้ไขคือการตรวจแยกประเภทสารหนูระหว่างชนิดอินทรีย์และอนินทรีย์ เพื่อวางแผนจัดการที่ดิน เช่น การปรับปรุงคุณภาพดิน หรือส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ไม่ซึมซับโลหะหนัก หรือพืชที่ไม่ใช่อาหารแทน

อย่างไรก็ตามที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการตรวจวิเคราะห์ที่อาจล่าช้าจนข้ามช่วงฤดูฝนไป และในที่ประชุมได้มีการนำเสนอแอปพลิเคชั่น "พืชกินได้" ที่สามารถทำนายความสัมพันธ์ของโลหะหนักในดินและน้ำสู่พืชได้อย่างแม่นยำถึงร้อยละ 95 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการใช้ที่ดิน สำหรับแอปพลิเคชัน "ปลากินได้" ที่เปิดใช้งานแล้วนั้น ปัจจุบันยังไม่พบปลาที่มีค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สีแดง) แต่พบพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเหลือง) บริเวณบ้านท่าตอน ซึ่งจะมีการขยายฐานข้อมูลสำรวจในพื้นที่เชียงแสนและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...