โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาหัส!ฝุ่นควันไฟป่าเชียงใหม่หนักคลุมทึบทั้งเมือง ค่ามลพิษพุ่งยึดอันดับ1โลก-เตือนคนระวังผลกระทบสุขภาพ

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เชียงใหม่ – ฝุ่นควันเชียงใหม่เข้าขั้นวิกฤติ คลุมทึบทั่วทั้งเมืองอย่างต่อเนื่อง ค่ามลพิษอากาศพุ่งสูงเกินมาตรฐานยึดอันดับ 1 ของโลก ต้นตอซ้ำซากจากการลอบเผาป่าทั่วพื้นที่ ขณะที่ จนท.ระดมกำลังเร่งเข้าทำการดับไฟ พร้อมจัดเครื่องบินโปรยน้ำช่วยในจุดเข้าถึงยาก อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์น่าจะยังคงรุนแรงต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เตือนประชาชนระวังรักษาสุขภาพ แนะเลี่ยงออกกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากป้องกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(28 มี.ค.69) สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงเลวร้ายต่อเนื่อง โดยสภาพทั่วทั้งตัวเมืองถูกปกคลุมหนาทึบด้วยฝุ่นควันต่อเนื่องมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุมาจากไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคเหนือ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่นั้น วานนี้(27 มี.ค.69) จากการตรวจวัดของดาวเทียมพบว่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจุดความร้อนรวมทั้งสิ้น 1,956 จุด ซึ่งพบมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 389 จุด รองลงมา ได้แก่ ลำปาง 340 จุด ,แม่ฮ่องสอน 307 จุด และตาก 240 จุด ขณะที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าเชียงใหม่ รายงานผลการตรวจจากดาวเทียม รอบเช้าวันนี้ พบจุดความร้อนหรือฮอตสปอต ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 136 จุด มากที่สุดที่อำเภอแม่แตง,อำเภอสะเมิง และอำเภอเชียงดาว อำเภอละ 18 จุด รองลงมา ได้แก่ อำเภอพร้าว 15 จุด,อำเภอดอยสะเก็ด 11 จุด และอำเภอฮอด 11 จุด

ขณะที่ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษสูงเกินค่ามาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพทุกสถานี โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ, ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่,ตำบลหางดง อำเภอฮอด,ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม และตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 12.00 น. วันนี้ อยู่ที่ 76.7 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร,39.2 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร,43.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร,66.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร,93.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ179.0 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 202,105,116,176,219 และ 305 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100

ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 12.00น. วันนี้ พบว่าเทศบาลนครเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 208 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 133 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวสูงเป็นอันดับที่ 1 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ ไคโร ประเทศอียิปต์ 178 US AQI และอันดับ 3 เดลี ประเทศอินเดีย ดัชนีคุณภาพอากาศ 174 US AQI

รายงานข่าวแจ้งว่า จากสถานการณ์ปัญหาคุณภาพอากาศและไฟไหม้ป่าที่รุนแรงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการระดมกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันระดมดับไฟป่าในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน ซึ่งหลายพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศสูงชันเข้าถึงได้ยากส่งผลให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากและต้องมีการใช้อากาศยานบรรทุกน้ำบินโปรยเข้าช่วยทำการดับไฟ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย จึงมีการแจ้งเตือนและแนะนำประชาชนว่าควรงดหรือลดการทำกิจกรรมนอกบ้าน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นตลอดเวลาและผู้มีโรคประจำตัวควรเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง หากพบอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...