น้ำมันแพง! หุ้นสายการบินกระทบหนักแค่ไหน ?
น้ำมันแพง! หุ้นสายการบินกระทบหนักแค่ไหน ? พบ AAV กระทบมากที่สุด เหตุทำ Hedging น้ำมันไว้น้อย
จากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น “ธุรกิจสายการบิน” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์นี้ เพราะราคาน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักของสายการบินที่น้ำหนักราว 15-30% เป็นอย่างน้อย
โดยน่าจะเริ่มเห็นผลกระทบตั้งแต่ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป แต่ละบริษัทคาดได้รับผลกระทบแตกต่างกันไปตามสัดส่วนต้นทุนราคาน้ำมัน การทำสัญญาล่วงหน้าราคาน้ำมัน จำนวนผู้โดยสาร กลยุทธ์การปรับขึ้นราคาค่าตั๋ว และเส้นทางการบินหลักที่ทำการตลาด เป็นต้น
บทวิเคราะห์ บล. พาย เปิดเผยว่า ในระยะสั้นยังประเมินผลกระทบทั้งหมดลำบาก แต่ถ้าสิ้นสุดสงครามหุ้นสายการบินจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่กลับมา แต่ช่วงนี้ต้องอดทนกับแนวโน้มผลประกอบการที่อาจโตต่ำ ส่วนผลประกอบการทั้งปี ยังต้องรอให้ความไม่สงบสิ้นสุดเสียก่อน เพราะยังไม่อาจประเมินราคาน้ำมันทั้งปีได้
โดยรวมจึงยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธุรกิจการบินที่ “เท่าตลาด” เนื่องจากมองว่ายังมีปัจจัยที่กระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก อย่างไรก็ตาม จากสถิติในช่วงสงครามระหว่างยูเครน-รัสเซีย ที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น หลังจากราคาน้ำมันทำจุดสูงสุด กลุ่มสายการบินจะมีราคาที่ปรับตัวขึ้นมาได้เร็ว อาจจะเป็นจังหวะให้ทยอยสะสมเพื่อเก็งกำไรได้
AAV กระทบมากที่สุด เพราะทำ Hedging น้ำมันไว้น้อย
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น AAV คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากมีการทำสัญญาล่วงหน้า (Hedging) ไว้ค่อนข้างน้อย ทำให้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเต็ม ๆ :ซึ่งสัดส่วนต้นทุนน้ำมันต่อต้นทุนรวมไทยแอร์เอเชียอยู่ที่ประมาณ 32%
แต่ว่า AAV มีการแจ้งข่าวว่ามีการปรับราคาค่าโดยสารขึ้นแล้ว เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นกันในช่วง 4 ปีก่อน ที่ราคาน้ามันปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย แต่ก็ต้องระวังเช่นกันว่าการปรับค่าโดยสารอาจส่งผลให้ยอดจองตั๋วในอนาคตปรับตัวลง
THAI ป้องกันความเสี่ยงดีสุด พร้อมรับผลบวกผู้โดยสารหันบินตรง
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น THAI มีการทำสัญญาล่วงหน้าไว้มากที่สุด โดยมีการ Hedging ราคาน้ำมันไว้ถึง 50% ของที่ต้องใช้ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ที่ราคาประมาณ 70 เหรียญต่อบาร์เรล และอีก 30% สำหรับสัญญาล่วงหน้าในช่วงครึ่งปีหลังที่ระดับราคาประมาณ 80 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้เป็นสายการบินที่จะมีความเสี่ยงต่ำสุด
นอกจากนี้ สายการบินไทย (THAI) จะได้รับผลดีจากการที่ผู้โดยสารมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางจากบินต่อเครื่องที่ต้องผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง หันมาเน้นเป็นบินตรงในเส้นทางทวีปยุโรป ซึ่งในปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทยช่วงหลังเกิดเหตุความไม่สงบยังคงเห็นการเติบโตได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
BA เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนน้ำมันที่ต่ำที่สุด
อย่างไรก็ตาม หุ้นเด่น Top Pick ของนักวิเคราะห์ บล. พาย ได้แก่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BA เพราะมีสัดส่วนต้นทุนน้ำมันต่ำที่สุดที่ประมาณ 16% เท่านั้น เทียบกับเจ้าอื่นๆ ที่สัดส่วนต้นทุนน้ำมันสูงกว่า 30%
แต่จังหวะการลงทุนจริงๆ อาจต้องรอให้ภาพราคาน้ำมันนิ่งกว่านี้ก่อน เนื่องด้วยภาพตอนนี้คือ กลุ่มสายการบินอยู่ในจุดก้ำกึ่ง โดยมีทั้งปัจจัยลบจากต้นทุนน้ำมัน และปัจจัยบวกจากดีมานด์การเดินทางที่ยังแข็งแรง
อีกด้านหนึ่งที่ตลาดกังวลคือเรื่องนักท่องเที่ยวจะลดไหม แต่ข้อมูลล่าสุดยังไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะแม้สายการบินตะวันออกกลางจะมีการลดเที่ยวบิน แต่สัดส่วนไม่ได้สูงมาก และนักท่องเที่ยวก็ยังเดินทาง เพียงแค่เปลี่ยนเส้นทางบินแทน ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน ทว่าสิ่งที่ต้องจับตาจริงๆ คือ ระยะเวลาของสงคราม เพราะถ้าน้ำมันยังยืนสูงนาน ผลกระทบต่อกำไรทั้งปีจะเริ่มชัดขึ้น แต่ถ้าสถานการณ์คลี่คลายเร็ว กลุ่มสายการบินมักจะเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่ฟื้นแรง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘รมว.พลังงาน’ ลั่นผมพูดแมน ๆ นะ ลดภาษีน้ำมันเป็นมาตรการขั้นสุดท้าย!!
- ‘พลังงาน’ แจงสถานะกองทุนน้ำมันติดลบ 56,229 ล้านบาท น้ำมันสำรอง 105 วัน
- ‘กระทรวงพลังงาน’ อัปเดตสถานะกองทุนน้ำมันล่าสุดติดลบ 49,403 ล้านบาท
ติดตามเราได้ที่