โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เจาะลึกเส้นทาง T-Beauty พลังแบรนด์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เจาะลึกเส้นทาง T-Beauty พลังแบรนด์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

เมื่อความงามไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก หากแต่คือภาพสะท้อนของตัวตน นวัตกรรม และรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัย ในยุคที่โลกเปิดกว้างและไร้พรมแดน อุตสาหกรรมความงามไทย หรือที่เรารู้จักกันในนาม “T-Beauty” Product of Thailand กำลังก้าวสู่ยุคทองอย่างเต็มภาคภูมิ

EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย) ในฐานะบิวตี้สโตร์อันดับ 1 ของไทย รังสรรค์แคมเปญระดับประเทศ จัดงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST จุดหมายปลายทางด้านความงามของไทยสู่ระดับโลก ปรากฏการณ์ความงามแห่งชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “I Love T-Beauty” ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการเครื่องสำอางไทย ที่ถูกปลุกพลังขึ้นมาเพื่อตอกย้ำแนวคิดสำคัญที่ว่า“เครื่องสำอางแบรนด์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ณ EVEANDBOY The Underground Siam Square One ชั้น LG

ภายในงานมีเวทีเสวนา “T-Beauty Founder Inspiration” ที่รวมตัวผู้บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ระดับท็อปของไทย นำโดย บอย-หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด, แท็บ-รวิศ หาญอุตสาหะ จากแบรนด์ Srichand, อิ๊ง-ชยธร กิติยาดิศัย จากแบรนด์ INGU, หนุย-วริษฐา สืบพันธ์วงษ์ จากแบรนด์ MizuMi, แอล-กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ จากแบรนด์ Her Hyness, ฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ จากแบรนด์ BROWIT และ แก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล จากแบรนด์ Cathy Doll เพื่อมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง และจุดประกายวิสัยทัศน์ร่วมกัน

หิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามองเห็นเทรนด์ตลาดเครื่องสำอางไทยคึกคักมาก มีหลากหลายแบรนด์ที่ทำให้ตลาดสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระแส T-Beauty ได้ยกระดับจากความเป็นเทรนด์ภายในประเทศสู่เวทีสากลอย่างเต็มตัว

“บรรดานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ต่างแห่แหนกันค้นหาและเลือกซื้อแบรนด์ไทยกลับบ้านในฐานะ ‘เครื่องสำอางไทยที่ต้องซื้อ’ (T-Beauty Must-buy) แทนที่สินค้าแฟชั่นหรือของที่ระลึกทั่วไป ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่าเครื่องสำอางไทยได้ก้าวข้ามภาพจำเดิมๆ ของราคาย่อมเยา มาสู่มิติใหม่ที่พร้อมสู้กับแบรนด์นานาชาติในเรื่องคุณภาพ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เราจึงอยากยกระดับแบรนด์เครื่องสำอางไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างยั่งยืน”

โดยงานนี้ EVEANDBOY ในฐานะบิวตี้สโตร์อันดับ 1 ของไทย มุ่งเน้นสื่อสารคุณค่าหลัก 3 ประการ ได้แก่ Brand Value คุณค่าของแบรนด์ไทยที่ผสานคุณภาพ นวัตกรรม และความเข้าใจผู้บริโภค Product Innovation ระบบนิเวศความงามของไทยที่พัฒนาเร็วและตอบรับเทรนด์ได้ไว และ Price Accessibility ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้

“เสน่ห์ของแบรนด์ T-Beauty ที่สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคได้นั้น ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของราคา แต่ยังรวมถึงคุณภาพและภาพลักษณ์ที่โดดเด่น แบรนด์ไทยมีความเข้าใจคนไทย ผสานกับส่วนผสมทรงประสิทธิภาพ (Active Ingredient) ที่ปรับตัวได้ทันกับเทรนด์โลก นอกจากนี้ หลายแบรนด์ยังมีการสร้างตัวตนและอัตลักษณ์ผ่านความครีเอทีฟ โดยมีคุณภาพสินค้าและกระบวนการผลิตที่ทัดเทียมระดับสากล”

“T-Power การผสานพลังระหว่างอุตสาหกรรมความงามและอุตสาหกรรมบันเทิงไทย มีศักยภาพสูงในการส่งเสริมกันเพื่อสร้างกระแสระดับโลก T-POP และศิลปินไทยเป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก และเปิดกว้างในมิติของ ‘ความหลากหลายและความเป็นตัวของตัวเอง’ โดยไม่มีกรอบ Beauty Standard แบบเดิมๆ มาจำกัด” หิรัญกล่าวทิ้งท้าย

ในวันที่แบรนด์ไทยก้าวไกลระดับโลก เครื่องสำอางผุดขึ้นมากมายกว่า 11,000 แบรนด์ การจะยืนหยัดให้กลายเป็น“ดาวค้างฟ้า” ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา นี่คือเรื่องราวบทเรียนบทใหญ่จาก 5 แบรนด์ไทยที่สร้างตัวจาก Pain Point จนกลายเป็นตำนาน ปั้นแบรนด์ไทยสู่ระดับโลกบนเส้นทางธุรกิจบิวตี้ที่แข่งขันกันดุเดือด

จากเด็กหญิงผิวแพ้ สู่เจ้าแม่กันแดดพันล้าน

หนุย-วริษฐา สืบพันธ์วงษ์ จากแบรนด์ MizuMi เผยว่า เริ่มต้นธุรกิจในวัย 26 ปี ซึ่งเธอบอกว่าตัวเองเป็น “เบบี้” ที่สุดในองค์กร แต่สิ่งที่เธอมีมากกว่าใครคือ “ประสบการณ์ความเจ็บปวด” ที่ฝังรากมาตั้งแต่ตอนวัยรุ่น

“ตอนวัยรุ่นหนุยเป็นสิวเยอะ Skin Barrier ไม่แข็งแรง ใช้อะไรก็เห่อแพ้”

เธอเคยใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ ในร้านขายยาเพียงเพื่อหาสกินแคร์ที่ผิวตัวเองรับได้ เมื่อต้องทำธุรกิจ เธอจึง “แงะ” หา Pain ที่ลึกที่สุดใน Routine จนพบว่า “ครีมกันแดด” คือสิ่งที่เธอต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด เพราะหาที่ “ใช่” ไม่เคยเจอ เธอจึงทุ่มเททำ Product Development แบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบตามกระแสวัยรุ่นสมัยนี้

“Pain กับ Passion มันมาใกล้กันมาก ถ้าฉันทำออกมาแล้วยังต้องเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นบ่อยๆ แสดงว่าฉันยังไม่เชื่อในสินค้าของตัวเอง หนุยอดทนและอยู่กับมันได้อย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหาสิ่งที่ฉันใช้ได้จริงๆ”

สำหรับความสำเร็จของแบรนด์ เธอได้เลือก “เฉินเจ๋อหยวน” ซุปเปอร์สตาร์จีนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งนี่คือกุญแจที่ทำให้คนจีนนับล้านหันมาถามว่า “What is Thai Beauty?” และเพื่อเป็นการสื่อสารว่า “Thai Beauty” มีมาตรฐานที่สากลยอมรับ

จากใบหน้าพังครึ่งปี สู่ศรัทธาแห่งความยั่งยืน

แอล-กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ จากแบรนด์ Her Hyness แบรนด์สกินแคร์และเวชสำอางคลีนบิวตี้ เธออยู่ในวงการบิวตี้มานานกว่า 17 ปี แต่บทเรียนที่เจ็บที่สุดคือช่วงที่เธอ “อยากขาว” จนใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวิธี ทำให้เกราะป้องกันผิวหลุดหายไปจนหน้าไม่สามารถออกแดดได้นานถึง 6 เดือน จากนั้นเธอจึงได้นิยามความสวยใหม่ โดยเลิกวิ่งตามความขาว แต่หันมาสร้าง Sustainable Beauty (ความงามที่ยั่งยืน) ที่เน้นความแข็งแรงของผิว โดยไม่มีผลข้างเคียงในวันหน้า

“แอลไม่ได้อยากขาวแล้ว แอลแค่อยากจะมีผิวที่แข็งแรง ผิวที่สวย โดยไม่มีผลข้างเคียง”

สำหรับการทำแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ เธอเชื่อในเรื่อง Long-distance runner หรือการเป็นนักวิ่งระยะไกล อย่าเน้นแค่การ Sprint หรือทำยอดขายฉาบฉวย แต่ต้องสร้างแบรนด์ที่คนใช้แล้ว “ซื้อซ้ำ” ด้วยความจริงใจและการบริหาร “วินัยของตัวเอง” ให้ได้ก่อนบริหารองค์กร

“หลังบ้านพวกเราน่าจะแบบโทรม…แบกหามอะ เป็นจับกัง อุตสาหกรรมนี้เหมาะกับคนที่เป็น Long-distance runner การบริหารคนอื่นว่ายากแล้ว แต่การบริหารตัวเองยากที่สุด” แอล-กัญญฉัชฌ์กล่าว

พลิกฟื้นตำนานด้วยเดิมพันก้อนสุดท้าย

แท็บ-รวิศ หาญอุตสาหะ จากแบรนด์ Srichand ซึ่งเขาเป็นผู้เข้ามารีแบรนด์ “ศรีจันทร์” ด้วย“เดิมพันสุดท้าย” เพราะความภูมิใจของชาติ ศรีจันทร์ในยุคก่อนเป็นเพียงร้านขายยาและแป้งโบราณที่รวิศมองว่า

“ถ้าไม่ทำอะไร อีก 5 ปีเจ๊งแน่นอน”

เขาจึงตัดสินใจนำเงินก้อนสุดท้ายที่มีมาเดิมพันกับการรีแบรนด์เพียงครั้งเดียว โดยตั้งเงื่อนไขว่า “ถ้าเจ๊งคือเลิก และแยกย้าย” ซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การขาย แต่คือการเปลี่ยน “วิธีคิด” จากเดิมที่ทำแบรนด์เพราะ “อยากรวย” สู่การเป็น “แบรนด์ที่คนไทยภาคภูมิใจ”

ครั้งหนึ่งเขาเคยสั่งทิ้งสินค้าทั้งล็อต ที่พบจุดตกสเปกเพียงเล็กน้อย แม้จะเป็นเรื่องที่ลูกค้าไม่มีทางรู้และต้องเลื่อนงานเปิดตัวครั้งใหญ่ไปทั้งหมด แต่เขาทำเพื่อให้พนักงานเห็นว่า “ถ้าเราอยากให้คนไทยภูมิใจ เราจะข้ามมาตรฐานนี้ไปไม่ได้”

“ถ้าเราอยากเป็นแบรนด์ที่คนไทยภาคภูมิใจ เราต้อง Reject ทั้งล็อต แม้ลูกค้าจะไม่รู้ แต่เราจะไม่ทำแบบนั้นโดยเด็ดขาด และเมื่อเราชัดเจนว่าเรา Stand for อะไร อย่างเช่นความซื่อสัตย์ พลังขององค์กรจะเปลี่ยนไป และนั่นคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ผ่านวิกฤตอย่างโควิดมาได้”

ล่าสุด แบรนด์เลือก“แบมแบม” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่ใช่แค่เรื่องกระแส แต่เพราะแบมแบมสะท้อนภาพการต่อสู้จากเด็กไทยที่ไปฝึกในต่างแดนจนประสบความสำเร็จระดับโลก

ผู้ทุบกำแพง ‘Made in Thailand’ 70 ปี

อิ๊ง-ชยธร กิติยาดิศัย จากแบรนด์ INGU ทายาทโรงงานสกินแคร์ที่เห็นบรรพบุรุษซ่อนตัวภายใต้อิมเมจแบรนด์ต่างชาติมาตลอด อิ๊งจึงลุกขึ้นมาปฏิวัติวงการด้วยการประกาศว่า “ของไทยคือของดี” โดยที่ผ่านมาเขาปฏิเสธการตลาดที่ฉาบฉวย แต่ชูเรื่อง “ความโปร่งใส” และวิทยาศาสตร์ที่สนุก เขาพาแบรนด์ไปถึงไร่ พาร์ตเนอร์กับมหาวิทยาลัย เพื่อสกัดสารสกัดไทยให้ “Sexy” ทัดเทียมแบรนด์อินเตอร์

สำหรับอิ๊งแล้วความจริงใจคืออาวุธ เขาต้องการให้สกินแคร์เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องทำตัวเป็นนักสืบเพื่อหาของดี

“สกินแคร์ไม่ควรเป็นเรื่องที่ยาก เราไม่ควรต้องเป็นเหมือนนักสืบ เพียงเพื่อจะหาสิ่งที่เข้ากับตัวเอง โดยที่ผ่านมาไม่มีใครเคยเอา Made in Thailand เป็นตัวชูเลย ผมอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ เพราะเรามีศักยภาพที่โลกยอมรับ และการทำแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จคือตนเป็นที่พึ่งแห่งตน สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้คือตัวเราเอง”

‘ฝันให้ไกล ไปให้ถึงตำนาน’

แก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล จากแบรนด์ Cathy Doll คือผู้สร้างปรากฏการณ์ T-Beauty ให้เป็น Global ด้วยการตามจีบ “คุณแมง” เมกอัพอาร์ติสต์ของลิซ่า นานถึง 5 ปีเพื่อร่วมทำโปรเจ็กต์ โดยเขาต้อง Pitch งานแข่งกับบริษัทยักษ์ใหญ่หมื่นล้านในเกาหลี แต่เขาชนะใจพาร์ตเนอร์ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะ “ฉันจะทำใหม่กี่ครั้งก็ได้ จนกว่าเธอจะพอใจ” ซึ่งเขาเคยยอมทิ้งมาสคาร่ากว่า 1 แสนแท่ง เพราะพาร์ตเนอร์บอกว่ายังไม่ดีที่สุด

จากประสบการณ์ที่ทำงานร่วมกับเมกอัพอาร์ติสต์ชื่อดัง แก๊ปเผยว่า การเสียเงินไปเยอะเพื่อแลกกับการเรียนรู้วิธีทำงานระดับโลก คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของเขา เพราะมันช่วยพัฒนามาตรฐานของแบรนด์ไทยให้ล้ำหน้าไปไกลกว่าเดิม

“ฉันเป็นคนที่เกิดมาครั้งหนึ่ง ฉันไม่ได้อยากได้เงินหรอก ฉันอยากได้ตำนาน ซึ่งมาตรฐานของแบรนด์ไทยบางทีเราคิดเยอะเกินไปจนล้ำไปกว่าต่างชาติซะด้วยซ้ำ ให้เชื่อใจได้ว่า T-Beauty อะดีจริง” แก๊ป Cathy Doll เผย

จากวิกฤตสุขภาพ สู่โอกาสทางธุรกิจ

ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ หรือ น้องฉัตร จากแบรนด์ BROWIT จากช่างแต่งหน้าคิวทองสู่เจ้าของแบรนด์อุปกรณ์เขียนคิ้วอันดับต้นๆ ของไทย เส้นทางของน้องฉัตรไม่ได้เริ่มจากห้องแอร์ แต่เริ่มจาก “เก้าอี้แต่งหน้า” และ “ความรักในอาชีพ” อย่างสุดหัวใจ โดยน้องฉัตรเริ่มมีแพชชั่นตั้งแต่อายุ 13 ปี (ม.2) เก็บหอมรอมริบเงินจากการรับจ้างแต่งหน้าเพื่อไปเทกคอร์สเรียนเพิ่ม

ประสบการณ์บนเก้าอี้แต่งหน้าทำให้เขาเห็น Pain Point ของลูกค้าจริง “อายไลเนอร์เขียนดำสวย แต่เปื้อนระหว่างวัน” หรือ “เบสกันน้ำแต่ไม่กันน้ำมัน” สิ่งเหล่านี้คือโจทย์ที่เขาอยากแก้ ต่อมาในปี 2013 หลังจากแต่งหน้าให้คุณหญิง รฐา จนโด่งดัง น้องฉัตรรับงานหนักถึงวันละ 8-10 งาน วิ่งรอกตั้งแต่เช้ายันข้ามวัน จนกระทั่ง “เป็นลมสลบในห้องน้ำ” เพราะร่างกายพังจากการไม่ได้พักผ่อน

วิกฤตครั้งนั้นทำให้เขาตระหนักว่า “ถ้าเรายังใช้ร่างกายแบบนี้ต่อไป โดยไม่มีอะไรทำงานแทนเราได้ เราคงอยู่ไม่ถึงตอนแก่” จึงเกิดเป็นโปรเจ็กต์ร่วมกับ Karmart จนกลายเป็นแบรนด์ BROWIT ที่ยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้

ความจริงใจคือเกราะคุ้มกัน การยืนระยะของแบรนด์

ในตลาดที่มีกว่า 11,000 แบรนด์ ความอยู่รอดไม่ได้อยู่ที่การตลาดฉาบฉวย แต่อยู่ที่ “ความซื่อสัตย์” โดยอิ๊ง แห่ง INGU เน้นเรื่องความโปร่งใสและการอัพเกรดสารสกัดไทยให้ “Sexy” ทัดเทียมญี่ปุ่นและเกาหลี โดยใช้ Made in Thailand เป็นตัวชูโรง

“ตลอด 70 ปีที่บ้านทำโรงงานมา ไม่มีใครเคยเอา Made in Thailand เป็นตัวชูเลย ผมอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ เพราะเรามีศักยภาพที่โลกต้องยอมรับ” อิ๊ง INGU กล่าว

ขณะที่ แอล Her Hyness ย้ำว่าสินค้าต้องดีจริงจนเกิดการ “ซื้อซ้ำ” ไม่ใช่แค่ฉีดเงินโฆษณาแล้วจบไป

“ถ้าสินค้าไม่ดีจริง เราฉีดเงินการตลาดไปครั้งเดียวเขาก็ไม่ซื้อต่อ… อุตสาหกรรมนี้เหมาะกับคนที่เป็น Long-distance runner” แอล Her Hyness กล่าว

ซึ่ง Founder แต่ละคนได้เผยข้อคิดทิ้งท้ายไว้ดังนี้ 1.การตรงต่อเวลาและวินัย “ถ้าบริหารตัวเองไม่ได้ ก็บริหารองค์กรไม่ได้” 2.ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน “สิ่งเดียวที่ควบคุมได้คือตัวเราเอง ไม่ใช่เศรษฐกิจหรือคู่แข่ง” และความอดทนคือรากแก้ว “เหมือนต้นไผ่ที่ช่วงแรกดูไม่โต เพราะมันกำลังสร้างรากอยู่ใต้ดิน”

“การบริหารคนอื่นยากแล้ว แต่การบริหารตัวเองยากที่สุด” แอล Her Hyness กล่าว

“ล้มแล้วต้องรีบลุกขึ้นมาเรียนรู้… แบรนด์ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่ไม่เคยแพ้” แก๊ป Cathy Doll กล่าว

“ในช่วงที่มันยังไม่โต อย่าเพิ่งถอดใจ ให้ลงมือทำสม่ำเสมอและรอจังหวะเวลาของมันเอง” บอย Eveandboy ทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะลึกเส้นทาง T-Beauty พลังแบรนด์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...