นายกฯ รับเลิกตรึงราคาน้ำมัน ปล่อยให้ขึ้นตามกลไกตลาด ปัดตอบจะเกินลิตรละ 50 บ.หรือไม่ ชี้ความตื่นตระหนกทำการใช้น้ำมันพุ่งเกินจริง
วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลระบุว่าจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตรว่า ขณะนี้ไม่มีคำว่าตรึง ขอปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด และเมื่อไม่มีคำว่าตรึงก็ไม่มีเพดาน ซึ่งรัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้
เมื่อถามว่า ในส่วนของกองทุนน้ำมันจำเป็นจะต้องกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายกฯระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมปฏิเสธตอบคำถามว่าได้มีการประเมินหรือไม่ว่าราคาน้ำมันจะไปสิ้นสุดที่กี่บาท
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ทุกคนเป็นทุกข์กับสถานการณ์ที่มาจากปัจจัยสงคราม และจากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการต่าง ๆ ออกมา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจว่า ก่อนที่จะมีสถานการณ์สงครามความต้องการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่เราผลิตได้ 77 ล้านลิตรต่อวัน และขายให้ สปป.ลาว และประเทศเมียนมา รวม 5 ล้านลิตร ซึ่งกำลังการผลิตถือว่าเกินความต้องการ แต่เมื่อมีปัจจัยความตื่นตระหนก ความกังวลเพิ่มขึ้น ความต้องการเป็น 80 กว่าล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการผลิต จึงต้องพยายามดึงสถานการณ์การใช้น้ำมันกลับมาให้ได้ โดยรัฐบาลจะพยายามกลับไปจุดเดิมก่อนวันที่ 28 ก.พ.69 หรือก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ถ้าหากกลับไปได้จะบอกว่าน้ำมันไม่เพียงพอนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะถือว่าขณะนั้นความต้องการใช้เป็นไปอย่างปกติ
นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในระบบ หากไม่รวมความตื่นตระหนกที่เพิ่มปริมาณขึ้น 20 กว่าล้านลิตร ก็จะสามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ คือ ราคาที่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในช่วงสงคราม หากมีแนวโน้มที่ดีราคาก็จะลดลงเองตามสถานการณ์
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของไทยที่จะเดินเรือเข้ามาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไทยและรัฐบาลก็ได้ประสานอย่างเต็มที่กับสถานทูตอิหร่าน ซึ่งเรือน้ำมันสัญชาติไทยก็สามารถแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย โดยรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายทุกด้านอย่างเต็มที่ ทั้งการทูต การค้า เพื่อให้ทุกอย่างกลับไปสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ส่วนน้ำมันดีเซลมีโอกาสจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาทหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ย้ำว่ายังพอมีกองทุนน้ำมันฯ ดูแลอยู่ และการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์สู้รบบริเวณตะวันออกกลาง (ศบก.) ทุกหน่วยงานก็ได้รับคำสั่งจากตนในเรื่องของการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีกลไกในการทำงานอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นตามกลไกตลาด เรื่องการควบคุมราคาสินค้าจะเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ รัฐบาลก็ตรึงราคาเท่าที่จะทำได้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศในการตรึงราคาสินค้าอุปโภค และบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาสและค้ากำไรเกิน