ชาว อ.ตากใบเจอปัญหาหมอกควัน ขอรัฐเร่งแก้ไฟป่า
ชาวอำเภอตากใบเจอปัญหาหมอกควัน ขอรัฐเร่งแก้ไฟป่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเร่งแก้ปัญหาไฟป่าลาม 3 อำเภอ นราธิวาสเสียหายแล้ว 181 ไร่ สั่งคุมเข้ม 24 ชม. เตรียมขอสนับสนุน ฮ. ช่วยดับไฟ ลดผลกระทบต่อประชาชน
วันนี้ (6 พ.ค. 69) The Reporters ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนใน อ. ตากใบ จ. นราธิวาส ซึ่งมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่หนาแน่นมาอย่างหนักในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าหนักกว่าทุกปี จึงสอบถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พบว่ากำลังเร่งแก้ปัญหาไฟป่าเพื่อลดผลกระทบหมอกควัน
ขณะที่ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโก-ลก รวมพื้นที่เสียหายประมาณ 181 ไร่ โดยขณะนี้ทุกจุดยังอยู่ในการควบคุม และเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และขณะนี้ยังไม่พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส
สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอยู่ที่อำเภอตากใบ เสียหายรวมประมาณ 122 ไร่ ในหมู่ที่ 5 ตำบลโฆษิต หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ตำบลพร่อน รวมถึงหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 6 ตำบลบางขุนทอง ยังพบจุดความร้อน กลุ่มไฟ และหมอกควันในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบน้ำเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำแบบหาบหาม จำนวน 3 เครื่อง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ผิวดิน ลดควัน และป้องกันการปะทุซ้ำ
ส่วนอำเภอสุไหงปาดี ซึ่งประสบเหตุไฟไหม้ป่าในหมู่ที่ 5 หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลปะลุรู เสียหายประมาณ 44 ไร่ ล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังพบกลุ่มควันบางจุด จึงยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จำนวน 1 เครื่อง และอยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 1 เครื่อง เพื่อสูบน้ำสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่
ด้านอำเภอสุไหงโก-ลก เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่หมู่ 4 บ้านกูแบอีแก ตำบลปูโยะ เสียหายประมาณ 40 ไร่ สามารถควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามเพิ่มได้แล้ว พร้อมจัดทำแนวกันไฟระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไฟลามเข้าสู่ป่าพรุโต๊ะแดง
ภาพรวมทั้ง 3 อำเภอ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ส่วนผลกระทบจากไฟไหม้ป่า โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 จากการตรวจคุณภาพอากาศจังหวัดนราธิวาสยังอยู่ในเกณฑ์ "ดีมาก" โดยค่า PM 2.5 อยู่ที่ 10.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI อยู่ที่ 17 ประชาชนทั่วไปยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม จังหวัดยังคงกำชับหน่วยงานสาธารณสุขดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ทั้ง 3 อำเภอจะอยู่ในการควบคุม แต่ยังวางใจไม่ได้ ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้เน้นให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ปภ. หน่วยดับไฟป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานความมั่นคง เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกองทัพภาคที่ 4 ตลอดจนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดับไฟป่าเชิงรุก และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด
นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกกรณี หากพบเห็นไฟป่า กลุ่มควัน หรือจุดเสี่ยง ขอให้รีบแจ้งผู้นำท้องที่หรือหน่วยงานใกล้บ้านทันที เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามซ้ำ และหากพบผู้ลักลอบเผาป่าหรือกระทำการใด ๆ ที่ทำให้เกิดไฟไหม้ป่า ขอให้แจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีรางวัลนำจับ 50,000 บาท